สะพานแห่งกาลเวลา : ภูมิปัญญามนุษย์เริ่มเมื่อใด? โดย ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์
เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีรายงานการค้นพบทางโบราณคดีเล็กๆ น้อยๆ แต่มีความสำคัญอย่างยิ่งเผยแพร่ออกมาทางวารสารวิชาการ Science
รายงานดังกล่าวเป็นผลงานการศึกษาวิจัยสิ่งที่ค้นพบจากแหล่งขุดค้น “นัยอาแยนกา” ในประเทศเคนยา (Nyayanga, Kenya) ซึ่งดำเนินมาตั้งแต่ปี 2015 โดยทีมวิจัยจากหลากหลายสถาบัน
แหล่งขุดค้นนี้มีอายุเก่าแก่ ย้อนหลังกลับไปตั้งแต่เมื่อ 3.032 ล้านปีก่อน เรื่อยมาจนถึงเมื่อราว 2.581 ล้านปีมาแล้ว อันเป็นช่วงเวลาก่อนประวัติศาสตร์ที่เราจัดให้เป็น “ยุคหิน” คาบเกี่ยวกับยุคที่แบ่งย่อยออกมาเป็นยุคหินเก่า (Paleolithic) อันมีนัยสำคัญก็คือ เป็นยุคแรกที่พบว่า มนุษย์บางสปีชีส์เริ่มใช้ “เครื่องมือหิน” อันสะท้อนถึงจุดเริ่มวิวัฒนาการของภูมิปัญญาของมนุษย์นั่นเองครับ
ตามองค์ความรู้ที่ยึดถือกันมานานปี บรรพชนของคนเราเริ่มใช้เครื่องมือที่ทำขึ้นหยาบๆ จากหินเมื่อราว 2.6 ล้านปีมาแล้ว เป็นบรรพชนของมนุษย์ในพื้นที่ซึ่งเป็นประเทศเอธิโอเปีย ในปัจจุบัน
ตรงนี้แหละครับที่ทำให้การค้นพบครั้งใหม่นี้มีความสำคัญถึงขนาดอาจทำให้เราต้องเขียนประวัติศาสตร์มนุษย์กันเสียใหม่
เพราะในโบราณวัตถุที่ได้จากแหล่งขุดค้นที่ นัยอาแยนกานั้น นักวิชาการพบว่ามี “เครื่องมือหิน” ปรากฏอยู่ด้วยจำนวนหนึ่ง และมีอายุเก่าแก่กว่าเครื่องมือหินเก่าแก่ที่สุดที่เคยพบมาถึงกว่า 300,000 ปีเลยทีเดียว
เครื่องมือหินที่ว่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ เพราะนักวิชาการด้านบรรพชีวินวิทยาถือว่าการใช้เครื่องมือหินส่งผลให้มนุษย์สามารถ “แปรรูป” อาหารได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้อาหารของมนุษย์มีหลากหลายมากขึ้น ทำให้สามารถเริ่มต้น “ตั้งหลักแหล่ง” และพัฒนา “วัฒนธรรม” ขึ้นมาได้ในที่สุด
เครื่องมือหิน ที่นักบรรพชีวินวิทยาเรียกว่า เครื่องมือ โอลโดแวน หรือโอลโดแวน เทคโนโลยี (Oldowan technology) จึงคล้ายๆ จะเป็นจุดเริ่มต้นของภูมิปัญญาของคนเรานั่นเองครับ
การพบเครื่องมือหินในแหล่งขุดค้นที่มีอายุเก่าแก่เช่นนี้ ในพื้นที่ซึ่งแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิงกับองค์ความรู้แต่เดิม และใช้งานโดยมนุษย์อีกสปีชีส์หนึ่ง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้เครื่องมือหินแต่เดิมเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังไม่ได้เป็นสปีชีส์ที่จะวิวัฒนาการขึ้นมาเป็นมนุษย์สมัยใหม่ๆ อย่างเราๆ ท่านๆ เลยแม้แต่น้อย
จึงมีความหมายสำคัญอย่างยิ่งต่อการลำดับวิวัฒนาการของมนุษย์เราครับ
ในรายงานระบุว่า ที่แหล่งขุดค้น นัยอาแยนกา นี้ พบโบราณวัตถุทั้งสิ้น 330 ชิ้น (รวมทั้งที่เป็นเครื่องมือหิน) กระดูกอีก 1,776 ชิ้น กับฟันกรามของมนุษย์ (hominin molars) 2 ชิ้น
ตรวจสอบแล้วพบว่าฟันช่วงฟันกรามที่พบดังกล่าว ไม่เคยพบเห็นในซากฟอสซิลของบรรพชนสายตรงใดๆ ในสายวิวัฒนาการมาเป็นมนุษย์ (Homo sapiens) มาก่อนเลย
เมื่อนำเอาเครื่องมือหินที่ค้นพบมาคำนวณหาอายุ พบว่ามันมีอายุถึง 2.9 ล้านปี เก่าแก่กว่าที่เคยคิดกันว่าเก่าแก่ที่สุด ซึ่งพบในเอธิโอเปียอยู่นานมาก
โทมัส พลัมเมอร์ ศาสตราจารย์ด้านมานุษยวิทยาจากควีนส์คอลเลจ ซึ่งเป็นผู้เขียนหลักของรายงานการค้นพบนี้ ระบุว่า นี่คือ “หนึ่งในเทคโนโลยีโอลโดแวนที่เก่าแก่ที่สุด ถ้าไม่ใช่ตัวอย่างของเทคโนโลยีที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่ค้นพบมา” ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ชุดเครื่องมือหินเหล่านี้อาจแพร่หลายมากกว่าและเก่าแก่มากกว่าที่เราเคยเชื่อถือกันมานานปี
ริค พอทส์ นักวิชาการด้านบรรพชีวินวิทยา ของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ สมิธโซเนียน หนึ่งในผู้เขียนรายงานชิ้นนี้ ชี้ให้เห็นนัยยะสำคัญของเครื่องมือหินเหล่านี้เพิ่มเติมว่า มันเปิดทางให้มนุษย์มีชนิดและแหล่งอาหารหลากหลายมากขึ้น มากเสียจนมนุษย์โบราณเจ้าของเครื่องมือเหล่านี้เพิ่มวิวัฒนาการใหม่ขึ้นมา เป็นฟันกรามแบบใหม่ใช้ในการบดเคี้ยวอาหารใหม่เหล่านี้
นักวิชาการเหล่านี้สังเกตพบด้วยว่า นอกจากจะเก่าแก่มากกว่าที่เคยพบกันแล้ว เครื่องมือหินที่พบเหล่านี้มีประสิทธิภาพเต็มที่ เพราะนอกจากจะพบเครื่องมือเหล่านี้แล้ว ยังพบซากโครงกระดูกของฮิปโป 2 ชิ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคนโบราณดังกล่าวสามารถใช้เครื่องมือหินเหล่านี้ “แปรรูป” สัตว์ใหญ่มาเป็นอาหารได้
ส่วนฟันกรามที่พบเป็นของมนุษย์ในสกุลแพแรนโทรปุส (Paranthropus genus) และเป็นซากฟอสซิลของมนุษย์โบราณในสกุลที่สูญพันธุ์ไปแล้วสกุลนี้ที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่เคยพบมาอีกด้วย
เดิมทีนั้นเป็นที่เข้าใจกันว่า มนุษย์ในสกุลโฮโม (Homo genus) ซึ่งเป็นต้นสายวิวัฒนาการมาเป็นมนุษย์สมัยใหม่ เป็นมนุษย์กลุ่มแรกที่เริ่มใช้เครื่องมือหิน แต่เมื่อพบเครื่องมือหินที่เก่าแก่กว่าและเป็นของมนุษย์อีกสกุลที่ไม่ได้มีส่วนในวิวัฒนาการมาสู่มนุษย์ในยุคปัจจุบัน
ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่งว่า ใครกันแน่คือผู้เริ่มต้นคิดค้นการใช้เครื่องมือหิน
พูดง่ายๆ ว่า บรรพชนของมนุษย์สมัยใหม่อาจไม่ใช่เจ้าของและผู้ริเริ่มสร้างวัฒนธรรมมนุษย์นั่นเองครับ