โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

KLINIQ เปิด Flagship Store แห่งที่ 3 ย่านทองหล่อ กำลังซื้อสูง หนุนโต

ทันหุ้น

อัพเดต 27 มี.ค. 2566 เวลา 07.01 น. • เผยแพร่ 27 มี.ค. 2566 เวลา 07.01 น.

#ทันหุ้น - KLINIQ ประกาศเปิดตัว “THE KLINIQUE : Thonglor Flagship Store” สุดหรูระดับ 6 ดาว ในโครงการ Marche Thonglor บนทำเลทองของย่านทองหล่อ รองรับไลฟ์สไตล์ของคนเมืองยุคใหม่ทั้งชาวไทยและต่างชาติที่มีกำลังซื้อสูง “นายแพทย์อภิรุจ ทองวัฒน์” ซีอีโอ มั่นใจ ด้วยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของแพทย์ บวกความเชื่อมั่นจากลูกค้าที่ผ่านมา จะทำให้สาขาใหม่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี พร้อมระบุ ครึ่งปีแรกเปิด 6 สาขาใหม่ได้ตามเป้า สนับสนุนให้ผลการดำเนินงานปีนี้โตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนผู้ถือหุ้นเตรียมรับเงินปันผลหุ้นละ 0.50 บาท ในวันที่ 26 พฤษภาคมนี้

นายแพทย์อภิรุจ ทองวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะคลีนิกค์ คลินิกเวชกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ KLINIQ กล่าวว่า บริษัทฯ ได้เปิดตัวสาขาใหม่ใจกลางทองหล่อที่ “THE KLINIQUE : Marche Thonglor Flagship Store” ในโครงการ Marche Thonglor (มาร์เช่ ทองหล่อ) ด้วยคอนเซ็ปต์ One-Stop-Service Solution ที่มีโปรแกรมให้บริการครอบคลุมความต้องการและความกังวลของลูกค้า ทั้งด้านผิวพรรณ รูปร่าง รวมถึงการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ที่กำลังได้รับความนิยมและเป็นเมกะเทรนด์ของโลก และตอกย้ำถึงความเป็นผู้นำอันดับ 1คลินิกการแพทย์ความงามของประเทศไทย

โดยโปรแกรมการดูแลเฉพาะทางดังกล่าว ได้รับการพัฒนาโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการและมีประสบการณ์ของ เดอะคลีนิกค์ ที่สามารถดูแลสุขภาพได้ตั้งแต่การป้องกันก่อนการเกิดโรค เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และฟื้นฟูร่างกาย ตลอดจนถึงการบำบัดรักษา เช่น Immunotherapy, NAD+Frozen Concentrate (Anti-Aging IV Drip) หรือโปรแกรมความงามที่ได้รับรองมาตรฐาน US FDA และการยอมรับจากแพทย์ในระดับสากล เช่น Ulthera SPT+, ThermageFLX Pro, Super HIFU MPT, Pico Clear Enlighten เป็นต้น รวมทั้งนวัตกรรมกระชับสัดส่วน เช่น TRUSCULPT ID และ Emsculpt NEO ซึ่ง THE KLINIQUE ได้รับรางวัลผู้นำอันดับ 1 ในการให้รักษามาอย่างต่อเนื่อง และได้รับการยอมรับจากผู้ใช้บริการทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ

สำหรับ “THE KLINIQUE : Thonglor Flagship Store” เป็นสาขาใหม่ที่เปิดให้บริการลูกค้าในโครงการ Marche Thonglor เป็น Mixed-Use Lifestyle Destination พื้นที่โครงการ 60,000 ตารางเมตร อยู่บนทำเลที่หรูที่สุดของทองหล่อที่มีศักยภาพการเติบโตสูง มีโรงแรม 5 ดาว 10 แห่ง คอนโดมิเนียมสุดหรู รองรับนักท่องเที่ยวและประชาชนที่มีกำลังซื้อสูง ทั้งยังเป็นพื้นที่ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์จากคนหลายกลุ่มกว่า 1,000,000 คน ในโซนนานา, อโศก, พร้อมพงษ์, เอกมัย, ทองหล่อ และยังเชื่อมต่อไปยังโซนเพชรบุรีตัดใหม่, พระราม 4, อ่อนนุช, คลองตัน ที่มีการใช้ชีวิตของคนเมืองยุคใหม่ ทั้งกลุ่มคนทำงาน Tech Company, Start Up, สายปาร์ตี้, กลุ่มครอบครัว และกลุ่มชาวต่างชาติ

“THE KLINIQUE :Thonglor Flagship Store อยู่ในทำเลที่ดีและหรูที่สุดในย่านทองหล่อ ที่ครอบคลุมพื้นที่ที่มีการใช้ชีวิตของคนเมืองยุคใหม่ที่มีความทันสมัยและมีกำลังซื้อสูง และจากความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของแพทย์และทีมงาน ที่ได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้าทั้งในและต่างประเทศมาโดยตลอด เชื่อว่าจะส่งผลให้สาขาใหม่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี” นายแพทย์อภิรุจ กล่าว

นายแพทย์อภิรุจ กล่าวด้วยว่า บริษัทฯ สามารถเปิดสาขาใหม่ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยในช่วงไตรมาสแรกของปี 2566 ได้เปิดสาขาใหม่แล้วรวม 3 สาขา ได้แก่ 1. “THE KLINIQUE เซ็นทรัล รามอินทรา” ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล รามอินทรา, 2. L.A.B.X สาขาปิ่นเกล้า และล่าสุด 3. “THE KLINIQUE : Marche Thonglor Flagship Store” ในโครงการ Marche Thonglor ซึ่งทุกสาขาได้รับการตอบรับจากลูกค้าผู้ใช้บริการในระดับที่ดีมาก และจะเป็นปัจจัยสนับสนุนผลการดำเนินงานในปี 2566 เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ส่วนผลการดำเนินงานในปี 2565 ที่ผ่านมา บริษัทฯ กำไรสุทธิ 205.57 ล้านบาท จากปี 2564 มีกำไรสุทธิ 129.26 ล้านบาท คิดเป็นกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 76.31 ล้านบาท หรือ 59% โดยแบรนด์ THE KLINIQUE เป็นแบรนด์ที่ทำรายได้ในสัดส่วน 95% หรือทำรายได้ 1,663.93 ล้านบาท ตามด้วยแบรนด์ THE KLINIQUE SURGERY CENTER ทำรายได้ในสัดส่วน 2.9% หรือทำรายได้ 51.03 ล้านบาท และแบรนด์ L.A.B.X ทำรายได้ในสัดส่วน 2.1% หรือทำรายได้ 36.03 ล้านบาท

โดยเฉพาะในไตรมาส 4/2565 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิจำนวน 60.70 ล้านบาท ซึ่งสูงสุดตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯ เนื่องจากมีรายได้เติบโตทุกแผนกและเติบโตขึ้นทุกแบรนด์ ขณะที่ Same Store Sale Growth (SSSG) ในไตรมาส 4/2565 เทียบกับไตรมาส 3/2565 เท่ากับ 16% และ SSSG ของปี 2565 เทียบกับปี 2564 เท่ากับ 65% และคณะกรรมการบริษัทฯ ได้อนุมัติให้จ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดให้แก่ผู้ถือหุ้น สำหรับงวดการดำเนินงานวันที่ 1 สิงหาคม 2565 ถึง 31 ธันวาคม 2565 ในอัตราหุ้นละ 0.50 บาท และได้กำหนดจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติจ่ายเงินปันผลในวันที่ 27 เมษายน 2566 โดยกำหนดสิทธิ์ (RD) 9 พฤษภาคม และจ่ายเงินปันผลภายในวันที่ 26 พฤษภาคม 2566

รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ที่นี่

FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/

YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA

Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_

LINE@ คลิก https://lin.ee/uFms4n5

TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news

Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...