โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

20 ปี สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ขอรัฐบาลใหม่แก้แรงงานขาดแคลน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 เม.ย. 2566 เวลา 08.14 น. • เผยแพร่ 12 เม.ย. 2566 เวลา 08.14 น.
โอฬาร จันทร์ภู่

คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ

หนึ่งในธุรกิจที่อยู่คู่มากับวงการธุรกิจที่อยู่อาศัยก็คือ ธุรกิจสร้างบ้านบนที่ดินตัวเอง หรือที่เรียกว่า “ธุรกิจรับสร้างบ้าน”

ล่าสุด สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านได้เวลาครบรอบก่อตั้ง 20 ขวบปีในปี 2566 นี้ โดยเป็นปีพิเศษตรงที่มีการเปลี่ยนตัวเบอร์ 1 สมาคมคนใหม่

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ “โอฬาร จันทร์ภู่” นายกสมาคมคนใหม่ของธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA : Home Builder Association) ถึงทิศทางธุรกิจบ้านสร้างเองจะอยู่ตรงจุดไหนของแนวโน้มขาขึ้นจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในภาพรวม

Q : อัพเดตสมาชิก HBA

ปัจจุบัน HBA มีสมาชิกบริษัทรับสร้างบ้าน 73 บริษัทกระจายอยู่ทั่วประเทศ ปีหน้าอยากเพิ่มเป็น 80-85 บริษัท งานหลักของสมาคมตอนนี้เรามีตารางเดินสายตรวจรับสมาชิกใหม่ถี่ยิบแบบเดือนเว้นเดือน ในขณะที่มีสมาชิกวิสามัญด้วยรวมเป็น 137 บริษัท เพราะมีผู้ประกอบการพันธมิตรธุรกิจ เช่น วัสดุก่อสร้างเข้ามาร่วมแจมด้วย เพราะสมาคมเปิดกว้างให้มีสมาชิกหลายประเภท

ทั้งนี้ สมาชิก 73 บริษัท แบ่งตามพื้นที่จะเป็นบริษัทอยู่ในกรุงเทพฯ 50 กว่าบริษัท อีก 22-23 บริษัทอยู่ในต่างจังหวัด กระจายทั่วเกือบครบทุกภาคในประเทศ เช่น ภาคตะวันออกที่จันทบุรี ชลบุรี ภาคอีสานเยอะสุด ที่มหาสารคาม สกลนคร สุรินทร์ ฯลฯ ภาคใต้มีสุราษฎร์ธานี สงขลา นครศรีธรรมราช พัทลุง

ล่าสุดผมไปรับสมาชิกที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นสมาชิกใหม่จากภาคเหนือรายแรกของเรา ชื่อบริษัทวิสดอม เป็นคนรุ่นใหม่ มีที่ดินเยอะ ทำธุรกิจหลายแพลตฟอร์ม ขายที่ดิน แล้วก็ทำในเรื่องของบ้านจัดสรรขายด้วย ก็อยากจะบอกว่าเรามีสมาชิกทั่วประเทศแล้ว

Q : จุดแข็งจุดอ่อนของต่างจังหวัด

บริษัทรับสร้างบ้านในต่างจังหวัดกว่าจะเข้ามาเป็นสมาชิกได้ เราเปิดหลักสูตรอบรมตั้งแต่พื้นฐานจนถึงแอดวานซ์ ทำมา 5 รุ่นแล้ว ปกติรูปแบบเริ่มทำธุรกิจมักเข้ามาเป็นผู้รับเหมาก่อน ทำงานต่างจังหวัด บางบริษัทเพิ่งเปิดก็มี บางบริษัทมีธุรกิจของครอบครัว มีทำโครงการบ้านจัดสรรอยู่แล้ว แต่รูปแบบของการเป็นรับสร้างบ้านยังไม่มีมาตรฐานอะไร เราก็เลยมีการจัดอบรมตรงนี้ 5 รุ่น

แต่การจัดอบรมเราเพิ่มเรื่องมาตรฐานในการก่อสร้าง มาตรฐานการตลาด มาตรฐานเรื่องการบริหารงานรับสร้างบ้าน ทำโครงสร้างให้เขาเห็นว่าสร้างบ้านเป็นโมเดลนี้ แพลตฟอร์มนี้ อบรมไปเรื่อย ๆ พอเขาพร้อมเข้าก็สมัครเข้ามาเป็นสมาชิก การเป็นสมาชิกสมาคมทำให้มีแบรนด์สมาคม พอไปเปิดต่างจังหวัดปุ๊บคือบริษัทก็โดดเด่นขึ้นมาเลย เป็นการการันตีให้แล้ว

Q : Pain Point ของการสร้างบ้านในต่างจังหวัดคืออะไร

รับสร้างบ้านต่างจังหวัด สิ่งที่เขาอยากเข้ามาเป็นสมาชิก HBA เพราะอยากเพิ่มมาตรฐานงานก่อสร้าง พอมีมาตรฐานหรือว่ามีโลโก้สมาคมไปการันตี ลูกค้าเข้ามา 1.ราคาไม่ต้องไปแข่งขันกับผู้รับเหมาแล้ว เพราะว่ามาตรฐานดี ฝีมือดี และสมาคมมีการการันตีว่าไม่ทิ้งงาน

ประเด็นทิ้งงานถือเป็น pain point สำคัญของลูกค้า ปกติเวลาสร้างบ้านอาจจ้างผู้รับเหมาซึ่งจะไม่มีวิศวกร สถาปนิกไปดูงาน แต่ว่าโมเดลของรับสร้างบ้านมีวิศวกร สถาปนิกไปดูงาน รับสร้างบ้านต่างจังหวัดก็จะอธิบายแบบนี้เหมือนกัน แล้วมาตรฐานที่เข้ามาอบรมกับ HBA ทำให้มาตรฐานงาน วัสดุเขาดีขึ้น ดังนั้น ราคาก็ไม่ต้องไปแข่งขันกับผู้รับเหมา

ต้องเข้าใจก่อนว่า เวลารับงาน ผู้รับเหมาเขาจะตั้งราคาหนึ่ง รับสร้างบ้านสามารถจะตั้งราคาอีกราคาหนึ่ง เป็นราคาที่สินค้าวัสดุได้มาตรฐาน เพื่อทำให้งานมีคุณภาพมากขึ้น จุดเน้นสำหรับผู้บริโภค เวลาสร้างเสร็จผ่านไป 1 ปี ผลงานที่เห็นจะเป็นบทพิสูจน์ใครตัวจริง-ไม่จริง เพราะในต่างจังหวัดวงการไม่ได้ใหญ่มาก พอเห็นบริษัทนี้ทำบ้านออกมาสวย มีคุณภาพ เขาก็บอกปากต่อปากหรือ word of mouth ไป

มีบางบริษัท เช่นที่สุราษฎร์ฯ สมัครเป็นสมาชิกเราเปิดมาปีแรก เดิมมีมูลค่างาน 20-30 ล้านบาท ปัจจุบันภายใน 3 ปีออร์เดอร์สร้างบ้านเพิ่มเป็น 300 ล้านแล้ว เพราะจังหวัดไม่ได้ใหญ่มาก พูดปากต่อปาก หน้างานก็สามารถปรับราคา ปรับคุณภาพ แล้วก็ตอบสนองผู้บริโภคในท้องถิ่นได้

Q : ดีมานด์สร้างบ้านในต่างจังหวัด

เยอะมาก ต้องบอกว่าต่างจังหวัดเหมือนบ่อน้ำ ซึ่งถ้ามีบริษัทเดียวเท่ากับมีคนตกเบ็ดตกปลาอยู่คนเดียว ยังไงปลาก็กิน หมายความว่าเขาทำการตลาดง่ายด้วย เปรียบเทียบกับกรุงเทพฯ เป็นเมืองใหญ่ค่อนข้างกว้างขวาง จะทำโฆษณายังไง อัดโซเชียลมีเดียลงไปยังไงมันก็กระจายอยู่ดี แต่ต่างจังหวัดทำโปรโมชั่นเป็นอำเภอ ๆ ได้เลย การทำธุรกิจของสมาชิกต่างจังหวัดจึงค่อนข้างจะง่ายกว่า ดูเหมือนลูกค้าเยอะกว่าด้วย ทำให้บริษัทเติบโตได้เร็วกว่า

การเปลี่ยนแปลงอีกเรื่องหนึ่งที่จับสังเกตได้ ตอนแรกที่รับสมาชิกต่างจังหวัดใหม่ ๆ เดิมรับออร์เดอร์สร้างหลังละ 1-3 ล้าน พอมาอยู่กับสมาคม อบรมกับสมาคมกลายเป็นอัพเกรดสร้างบ้านหลังละ 3-7 ล้านบาท ในจังหวัดเขาอาจจะเป็นบริษัทสร้างบ้านหรูในจังหวัดแล้ว

Q : ลูกค้าโซน กทม.-ปริมณฑล สร้างบ้านราคาไหน

ต้องเรียนว่ากรุงเทพฯ-ปริมณฑล เนื่องจากการรับสร้างบ้านส่วนใหญ่เป็นบ้านลักษณะดีไซน์ออกแบบ จะขยับขึ้นมาสร้างบ้านหลังละ 5 ล้านขึ้นไป ต่ำกว่า 5 ล้านไม่ค่อยสร้างแล้ว แต่ว่ายังมีบริษัทที่เป็นแมสโปรดักต์หลายรายที่เป็นสมาชิก HBA ที่เป็นแบบบ้านมาตรฐาน สามารถลงพื้นที่แคบ ๆ หรือลงพื้นที่เล็ก ๆ ได้ ก็ยังสร้างอยู่ เฉลี่ยตลาดแมสราคา 2-4 ล้านบาท

Q : เทรนด์รับสร้างบ้านปี 2566

ตลาดรับสร้างบ้านในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ยังมาในสไตล์บ้านหลังใหญ่ 10-20 ล้านกำลังมาแรง พื้นที่ตัวบ้าน 400 ตารางเมตรขึ้น เพราะว่าผู้บริโภคในบ้านระดับนี้เป็นคนมีเงินอยู่แล้ว เขาก็มองว่าสามารถต่อรองได้ในช่วงที่เศรษฐกิจยังฟื้นไม่ชัดเจน มีกำลังซื้อเข้ามาเยอะ มาร์เก็ตแชร์กลุ่มนี้อยู่ที่ 25-30% เทียบกับตลาดรวมปีละ 12,500 ล้านบาท

ส่วนต่างจังหวัดเทรนด์ยังเป็นการรับสร้างบ้านสไตล์โมเดิร์นอยู่ มาแรงมาก แรงดีไม่มีตก บริษัทที่โชว์บ้านสไตล์โมเดิร์นในต่างจังหวัดขายค่อนข้างดี ราคาบ้านอยู่ไม่เกิน 5 ล้าน คิดเป็นฐานลูกค้ากลุ่มใหญ่มีส่วนแบ่งตลาดไม่เกิน 20% ของต่างจังหวัด

Q : ยุคหลังโควิดดีไซน์บ้านเป็นอย่างไร

มีการปรับเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะหลังโควิด ก่อนโควิดที่จอดรถก็เพิ่มขึ้นตลอด ประเทศไทยแปลก เมื่อก่อนเราสร้างบ้านเมื่อ 10-20 ปีที่แล้ว ต้องการที่จอดรถคันเดียว สักพักก็มา 2 คัน ตอนนี้เทรนด์มาจอดรถ 3 คัน นอกจากนี้ ฟังก์ชั่นที่ต้องเพิ่มมานอกจากห้องผู้สูงอายุ ก็จะมีห้องทำงานชั้นล่าง หลังจากโควิดต้องมีห้องทำงานเพิ่มขึ้น ที่เด่นชัดอีกอันคือเรื่องของปลั๊กชาร์จรถ EV สร้างบ้านทุกหลังลูกค้าขอหมด

การทำ home EV charger ต้นทุนไม่เยอะ เพราะเราเตรียมแค่สายไฟไว้ นอกจากบริษัทบางบริษัทที่เขาแถมเครื่องด้วย ถ้าแถมเครื่องด้วยปกติบริษัทรถก็แถมมาอยู่แล้ว บางยี่ห้อก็แถมมาแล้ว เราแค่มาติดตั้งเฉย ๆ ต้นทุนไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย ถือเป็นจุดขายที่จะต้องมีในยุคนี้

อีกเรื่องคือเทรนด์บ้านที่แนวโน้มจะมาในอนาคตชัดเจนคือเรื่องของ บ้านเขียว (green design) บ้านประหยัดพลังงาน สมาคมทำ MOU กับทางภาครัฐในการออกแบบบ้านใช้พลังงานเบอร์ 5 โชว์แบบบ้านแล้วจะมีการตอบรับจากทางธนาคาร ในอนาคตธนาคารหลายธนาคารได้รับนโยบายมาจากแบงก์ชาติในการผลักดันให้สินเชื่อสีเขียว (green loan)

Q : ภาษีที่ดินกระตุ้นให้คนนำที่ดินมาสร้างบ้านมากน้อยแค่ไหน

เงียบไปแล้วนะ มันดูไม่ค่อยมีผล เพราะรัฐบาลยังไม่ปรับขึ้นด้วยมั้ง ยังเป็นอัตราผ่อนผัน 0.01% ถ้าผมจำไม่ผิด แต่ถ้าปรับขึ้นในสภาวะปกติ ให้การจ่ายภาษีที่ดินต้องจ่ายเต็ม 100% อาจจะมีผล เพราะตอนนี้เหมือนรัฐบาลยังผ่อนคลายอยู่

Q : หลังเลือกตั้งอยากให้รัฐบาลใหม่ทำอะไรให้เราบ้าง

จริง ๆ สมาคม HBA ขอมาทุกรัฐบาลเรื่องของภาษี ลดค่าโอน ลดค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่ผ่านมาเวลามีมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ แต่ธุรกิจรับสร้างบ้านไม่ค่อยได้สิทธิประโยชน์จากตรงนี้เลย เป็นอะไรก็ไม่รู้

ข้อเสนอที่อยากให้รัฐบาลใหม่พิจารณา 1.เรื่องมาตรการลดค่าโอน-จดจำนอง สมาคมพัฒนาที่ดินขอให้เหลือ 0.01% เป็นการชั่วคราว แต่ธุรกิจรับสร้างบ้านเราเสนอให้ลดเป็นการถาวร 2.จากการสอบถามลูกค้า สิ่งที่อยากได้คือนำวงเงินกู้มาลดหย่อนภาษีได้ จะสร้างราคาไหนก็ตามขอให้สามารถลดหย่อนได้ 2 แสนบาท เพราะว่าปัจจุบันได้รับการลดหย่อนดอกเบี้ยไม่เกิน 1 แสนบาทอยู่แล้ว ถ้าได้ส่วนนี้มาเติมอีกเท่ากับจะได้ลดหย่อน 3 แสนออนท็อปขึ้นมา จะเป็นการกระตุ้นที่ดีมาก

2.ทางกรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยผู้ว่าฯชัชชาติ (สิทธิพันธุ์) ก็เรียนเชิญเราไปเหมือนกันว่าอยากได้อะไร เราอยากได้การขออนุญาตที่มีขั้นตอนให้น้อยลงหน่อย พิจารณาเร็วหน่อย ลดขั้นตอนหน่อย ข้อเสนอของ HBA คือการขอใบอนุญาตก่อสร้างต่าง ๆ กับ กทม. ขอให้สามารถยื่นผ่านระบบออนไลน์ทุกราคา ทุกขนาดอาคาร แต่ กทม.ให้มาสำหรับใบอนุญาตก่อสร้างไม่เกิน 300 ตารางเมตร

ซึ่งการสร้างบ้านไม่เกิน 300 ตารางเมตรในเขตกรุงเทพฯ ต้องพูดกันตรง ๆ ว่ามีค่อนข้างน้อย จะไปอยู่ในต่างจังหวัดเยอะกว่า เพราะฉะนั้น ในเขตกรุงเทพฯไม่มีข้อจำกัดได้ไหม ขอให้การยื่นขอใบอนุญาตก่อสร้างทุกไซซ์ ให้ยื่นทางออนไลน์ เพื่อความสะดวกรวดเร็ว และเพื่อความโปร่งใสด้วย

3.ปัญหาใหญ่ที่เสนอขอความสนับสนุนให้รัฐบาลช่วยแก้ปัญหาไปหลายครั้งแล้ว แต่ยังไม่สำเร็จคือเรื่องแรงงานขาดแคลน จุดโฟกัสคือเรื่องขึ้นทะเบียนใหม่อีกรอบ การขึ้นทะเบียนใหม่ไม่ใช่การขอ MOU

ซึ่งการขอ MOU คือการขอแรงงานต่างด้าวเข้ามา ซึ่งเราไม่สามารถเลือกแรงงานได้ว่าแรงงานนั้นจะมาทำงานก่อสร้างไหม มันเป็นปัญหามากเลย ทำ MOU เข้ามาเรายังไม่เห็นแรงงาน พอเราบอกว่าขอมาทำตำแหน่งกรรมกรก่อสร้าง เขาก็ยอมเข้ามา แต่พอมาถึงทำงานไม่ไหว เขาก็ออกไปทำงานขายของมั่ง ไปให้งานบริการมั่ง มันก็วนเวียนผิดกฎหมายอยู่อย่างนี้

นี่คือการทำ MOU ซึ่งมีค่าใช้จ่ายหัวละ 16,000 บาท มันก็เป็นต้นทุนเหมือนกัน แถมขั้นตอนต้องใช้เวลา 2 เดือนกว่าจะทำเอกสารทั้ง 2 ฝั่งเสร็จ (ประเทศต้นทาง-ปลายทาง) หมายความว่าผมรีเควสต์แรงงานต่างด้าวไปแล้ว ยังต้องรออีก 2 เดือนถึงจะได้คนมาใช้ แล้วมาถึงไม่รู้ทำงานเป็นรึเปล่า

อีกเรื่องที่เราจะขอเลยคือการขึ้นทะเบียนแรงงานใหม่ มติ ครม.เดือนพฤศจิกายนปี 2563 ให้ขึ้นทะเบียนแรงงานใหม่ เขาก็ขึ้นทะเบียนแรงงานใหม่เมื่อ 5 กรกฎาคม 2565 ซึ่งมีหลายกลุ่มที่ตกค้างเพราะไม่รู้ว่าให้มาขึ้นทะเบียนใหม่ไม่รู้ ขึ้นทะเบียนไม่ทัน ก็กลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย ปัญหาวนเวียนอยู่อย่างนี้

ในการขึ้นทะเบียนแรงงานใหม่ไม่ใช่ว่าทำแล้วจบ พอมีเนมลิสต์ ต้องไปทำกระบวนการต่าง ๆ ตรวจอัตลักษณ์ใหม่ พิสูจน์ตัวตนใหม่ สุดท้ายเราได้แรงงานมาทำงานแล้ว อันนี้ได้ด่วนและถูกกฎหมาย ประเด็นอยู่ที่มติ ครม.ล่าสุดประกาศเลื่อนจากเดิม 13 กุมภาพันธ์เป็นเดือนพฤษภาคม 2566 นี้ การทำงานก็เกิดความล่าช้า

ข้อเสนอคือ ถ้าเป็นไปได้การแก้ไขปัญหาขาดแคลนคือขึ้นทะเบียนแรงงานใหม่อีกครั้ง นำแรงงานที่ผิดกฎหมายในประเทศไทยมาทำให้ถูกกฎหมาย เรื่องนี้ต้องเป็นมติ ครม.เท่านั้น เพราะขั้นตอนการนำเข้าแรงงานเกี่ยวข้องกับ 4 กระทรวง แรงงาน สาธารณสุข มหาดไทย ฯลฯ เรื่องนี้ผมขอข้อนี้ข้อเดียวคือการขึ้นทะเบียนแรงงานใหม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...