โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนี้ครัวเรือนลดลงครั้งแรกใน 13 ปี สัญญาณดีจริงหรือเตือนภัยเศรษฐกิจ?

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 09.52 น.
SCB EIC ชี้หนี้ครัวเรือนไทยไตรมาส 1 ปี 2568 หดตัวครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2555 พร้อมเตือนแนวโน้ม Deleveraging ไม่ได้บ่งชี้เศรษฐกิจฟื้นตัว

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) เปิดเผยข้อมูลล่าสุดที่บ่งชี้ถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจครัวเรือนไทย โดยระบุว่า หนี้ครัวเรือนไทย ณ ไตรมาส 1 ปี 2568 ลดลงเหลือ 16.35 ล้านล้านบาท หดตัว -0.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นการหดตัวครั้งแรกนับตั้งแต่มีการบันทึกข้อมูลในปี 2555 ซึ่งแม้การลดลงของหนี้อาจดูเป็นสัญญาณเชิงบวกในบางมุม แต่ SCB EIC เตือนว่าการลดลงครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความเปราะบางทางเศรษฐกิจที่ยังไม่คลี่คลายหลังวิกฤต COVID-19

หนี้ครัวเรือนไทยเริ่มลดลง แต่ไม่ใช่เพราะเศรษฐกิจฟื้น

ข้อมูลจาก SCB EIC ระบุว่า การลดลงของหนี้ครัวเรือนในไตรมาสแรกปีนี้ เกิดจากการชะลอตัวต่อเนื่องของสินเชื่อเกือบทุกประเภท โดยเฉพาะสินเชื่อรถยนต์และจักรยานยนต์ที่หดตัวรุนแรงถึง -10%YOY ตามภาวะตลาดยานยนต์ที่ซบเซาอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่สถาบันการเงินเอกชนยังคงระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ โดยเฉพาะธนาคารพาณิชย์และบริษัทบัตรเครดิต ส่งผลให้ยอดคงค้างสินเชื่อจากกลุ่มนี้ลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 5

อย่างไรก็ตาม สถาบันการเงินของรัฐและสหกรณ์ยังคงมีบทบาทในการพยุงสินเชื่อรวม ด้วยมาตรการกระตุ้นสินเชื่อจากภาครัฐ ทำให้ยอดหนี้ครัวเรือนโดยรวมไม่หดตัวรุนแรงกว่านี้

Deleveraging ครั้งนี้สะท้อนความเปราะบาง มากกว่าการฟื้นตัว

SCB EIC วิเคราะห์ว่า การที่หนี้ครัวเรือนลดลงในรอบวัฏจักรนี้ ไม่ได้เกิดจากเศรษฐกิจฟื้นตัวหรือเงินเฟ้อที่ช่วยลดภาระหนี้ในเชิงมูลค่าอย่างที่เคยเกิดในบางประเทศ แต่เกิดจาก “ยอดหนี้คงค้างที่แทบไม่เติบโต” ในขณะที่เศรษฐกิจยังเติบโต albeit slowly ส่งผลให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ลดลงโดยอัตโนมัติ

เมื่อพิจารณาเชิงเปรียบเทียบกับประเทศเศรษฐกิจหลัก เช่น สหรัฐฯ และกลุ่มยุโรป ที่อัตราเงินเฟ้อในช่วงหลังสงครามรัสเซีย-ยูเครนเร่งตัวจนช่วยลดสัดส่วนหนี้ต่อ GDP ได้เร็ว ไทยกลับประสบภาวะเงินเฟ้อต่ำและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ล่าช้า ส่งผลให้ไทยเสี่ยงต่อภาวะ "Debt Deflation" ที่อาจฉุดรั้งความสามารถในการลดภาระหนี้ของครัวเรือนในระยะยาว

สินเชื่อด้อยคุณภาพกดดันภาคการเงิน

อีกหนึ่งสัญญาณที่น่ากังวลคือคุณภาพของสินเชื่อที่ยังอ่อนแอ โดยในไตรมาส 1 ปี 2568 สัดส่วนสินเชื่อ Stage 3 (NPL) อยู่ที่ 3.41% เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินเชื่อที่อยู่อาศัยและบัตรเครดิตที่มี NPL สูงถึง 4.11% และ 4.17% ตามลำดับ หากรวมสินเชื่อ Stage 2 ซึ่งมีความเสี่ยงสูง สัดส่วนความเสี่ยงรวมอาจพุ่งเกิน 10% ในบางประเภทสินเชื่อ

ด้วยเหตุนี้ สถาบันการเงินจึงยังระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เช่น กลุ่มลูกหนี้รายย่อยที่มีแผลเป็นทางเศรษฐกิจจาก COVID-19 และกลุ่มที่มีรายได้ไม่แน่นอน ซึ่งทำให้การขยายตัวของหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง

กระบวนการลดหนี้ต้องผสานระยะสั้นและยาว

SCB EIC ระบุว่า มาตรการต่าง ๆ เช่น โครงการ "คุณสู้ เราช่วย" เฟส 2 ที่มีการขยายเงื่อนไขและเพิ่มแรงจูงใจในการลดค่างวด อาจช่วยลดภาระหนี้ในระยะสั้นได้บ้าง แต่หากไม่มีการฟื้นตัวของรายได้อย่างชัดเจน ก็จะไม่สามารถปลดล็อกปัญหาหนี้เรื้อรังได้อย่างยั่งยืน

ทางออกที่แท้จริงจึงควรประกอบด้วยสองแนวทาง คือ (1) การออกแบบมาตรการแก้หนี้ที่ตอบโจทย์ความแตกต่างของลูกหนี้แต่ละกลุ่ม และ (2) กลไกทางเศรษฐกิจมหภาคที่สนับสนุนให้รายได้ครัวเรือนฟื้นตัวได้เพียงพอในการชำระหนี้

คาดหนี้ครัวเรือนสิ้นปี 68 อยู่ที่ 85.5-86.5% ต่อ GDP

SCB EIC คาดว่า ณ สิ้นปี 2568 สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ของไทยจะลดลงต่อเนื่องมาอยู่ที่ 85.5-86.5% จากระดับสูงสุดในช่วงโควิด ซึ่งแม้ดูเหมือนเป็นทิศทางบวก แต่ก็เกิดจากเศรษฐกิจที่โตช้าและยอดหนี้ที่ไม่ขยายตัว แทนที่จะมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น

ความท้าทายจึงยังคงอยู่ที่ความสามารถในการบริโภคของภาคครัวเรือน ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทยในช่วงหลัง COVID-19 การที่หนี้ยังคงสูง รายได้ไม่ฟื้น และสินเชื่อเข้าถึงยาก จึงอาจกดดันเศรษฐกิจไทยต่อเนื่องในระยะข้างหน้า

แม้หนี้ครัวเรือนไทยจะเริ่มลดลงในเชิงสัดส่วนต่อ GDP แต่การลดลงครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากฐานเศรษฐกิจที่แข็งแรง หากแต่เป็นผลจากการชะลอตัวของสินเชื่อท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่เปราะบาง ความสามารถในการบริโภคที่ยังจำกัด และความเสี่ยงของหนี้เสียที่เพิ่มขึ้น ล้วนเป็นสัญญาณที่สะท้อนถึงความท้าทายที่ยังรอการแก้ไขเชิงระบบอย่างจริงจัง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...