โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

‘ศุภนิมิต’ ขยายโอกาสชุมชน สร้างอาชีพยั่งยืนชาวสกลนคร

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 ก.ค. 2568 เวลา 14.32 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 02.09 น.

มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย หรือ World Vision องค์กรสาธารณกุศลเพื่อการพัฒนาและการรณรงค์เพื่อสร้างความยุติธรรมให้สังคมในขณะนี้ ได้ดำเนินพันธกิจเพื่อช่วยเหลือเด็กในประเทศไทยมาเป็นเวลา 50 กว่าปีแล้ว ด้วยระยะเวลาการดำเนินการมายาวนาน ทำให้มูลนิธิศุภนิมิตขยายความช่วยเหลือไปดูแลเด็กเกือบ 40,000 คนในประเทศไทย ครอบคลุมกว่า 32 จังหวัด

ด้วยมูลนิธิศุภนิมิตไม่เพียงมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือเด็กกลุ่มเปราะบาง โดยไม่แบ่งแยกเพศ เชื้อชาติ ภาษา และศาสนา แต่ยังพยายามพัฒนาความอยู่ดีมีสุขแก่ครอบครัวและชุมชนของเด็กที่มูลนิธิดูแลอยู่ด้วย ล่าสุดจึงได้ชวน “ประชาชาติธุรกิจ” ลงพื้นที่เยี่ยม 3 กลุ่มอาชีพที่มูลนิธิศุภนิมิตเข้าไปดูแลให้การช่วยเหลือที่ จ.สกลนคร

นายอาทิตย์ ดอนขันธ์ ผู้จัดการกลุ่มมูลนิธิศุภนิมิต โปรแกรมที่ 16 พัฒนาพื้นที่ คำตากล้า จ.สกลนคร เปิดเผยกับเราว่า 3 กลุ่มอาชีพที่เราพามาเยี่ยมในครั้งนี้ เป็นการต่อยอดมาจากการที่เราได้เข้าดูแลเด็ก ๆ เปราะบางในพื้นที่ ไม่เพียงแค่ดูแลเด็ก ๆ เท่านั้น มูลนิธิศุภนิมิตยังขยายความดูแลไปยังครอบครัวและชุมชนของเด็ก ๆ ของเรา

หากเด็กเราเข้าเรียนในโรงเรียน เราจะดูว่าโรงเรียนนั้น ๆ ขาดเหลือสิ่งใด หรือมีจุดไหนที่สามารถเข้าพัฒนาได้อีก เราจะนำทุนของเราที่มีเข้าดำเนินการ เช่น ฝึกทำขนม, เลี้ยงไก่ไข่ในโรงเรียน ด้านในชุมชน เราได้มีการฝึกอาชีพ เช่น สอนทอผ้า, สานกระเป๋า เหล่านี้เราได้นำผู้ฝึกสอนเข้ามาฝึกอบรมให้เขาถึงที่ พร้อมทั้งมอบทุนสนับสนุนเริ่มต้นในการซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จำเป็นให้

นายอาทิตย์ได้อธิบายให้เราฟัง ก่อนที่เราจะเข้าเยี่ยมชมกลุ่มทำขนมของเยาวชนโรงเรียนศึกษาประชาสามัคคี โดยมี ดร.ไพบูลย์ สุรารักษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียน, นายปรเมศวร์ มุทาพร รองผู้อำนวยการโรงเรียน นายอนุพงษ์ ปิ่นแก้ว ครูชำนาญการพิเศษ ครูวิทยากรทำขนม และ น.ส.กฤษดาวัลย์ ยืนนาน ครูชำนาญการ ครูวิทยากรเลี้ยงไก่ พร้อมด้วยเด็กในกลุ่มทำขนมให้การต้อนรับ

ดร.ไพบูลย์เล่าให้เราฟังว่า มูลนิธิศุภนิมิตได้นำผู้ฝึกสอนเข้ามาสอนอาชีพ โรงเรียนจึงได้มีภาควิชาฝึกอาชีพให้เด็กเลือกเรียน ทั้งทำเบเกอรี่, ขนมไทย, น้ำดื่ม และเลี้ยงไก่ไข่ โดยที่มูลนิธิได้มอบทุนเริ่มต้นในการซื้ออุปกรณ์ทำขนม ซื้อไก่ไข่มาให้นักเรียนเลี้ยง เหล่านี้โรงเรียนได้นำมาต่อยอด

คุณครูไม่เพียงแต่ฝึกสอนทำขนม เลี้ยงไก่ แต่ยังสอนวิธีคำนวณต้นทุน กำไร สร้างกิจกรรมตลาดนัดในโรงเรียน ให้เด็กเอาสิ่งที่เขาทำมาขาย นอกจากนี้ ยังหาตลาดข้างนอกให้เด็ก ๆ ได้นำของไปขายสร้างรายได้

“เด็กที่โรงเรียนนี้ร้อยละ 80 เป็นเด็กที่ได้รับทุนยากจนจากรัฐบาล การสร้างอาชีพเหล่านี้ให้เด็กเป็นการช่วยเหลืออย่างยั่งยืน เด็กได้เงินจริง ๆ สามารถนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดสร้างอาชีพได้จริง ไม่เพียงแต่เด็ก ๆ เท่านั้น เมื่อเขาเอาไปบอกต่อ ผู้ปกครองก็ได้ความรู้ไปด้วย ดีใจที่มูลนิธิศุภนิมิตได้เข้าช่วยเหลือที่โรงเรียน นอกจากความยั่งยืนที่ได้ เด็ก ๆ ยังได้ลงมือปฏิบัติจริง ไม่ใช่แค่การเรียนในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว” ผู้อำนวยการโรงเรียนกล่าว

โดยในวันนี้เราได้ลิ้มรสเค้กส้ม และเค้กฝอยทองจากเด็ก ๆ ที่ตั้งใจทำให้เป็นอย่างดี บอกได้คำเดียวว่าเป็นรสชาติที่อร่อยไม่ต่างจากร้านเบเกอรี่ใหญ่ ๆ ในเมือง นั่นคือสิ่งที่บ่งบอกว่าน้อง ๆ ได้รับการฝึกจนชำนาญ และจะสามารถนำสิ่งนี้ไปสร้างอาชีพให้ตัวเองในอนาคตได้ ไม่ใช่แค่เรียนเพียงนิดหน่อยแล้วจบไป

ก่อนที่เราจะเดินทางไปเยี่ยมชม “กลุ่มทอผ้าบ้านดงอีด่อย” เป็นการต่อยอดจากการดูแลเด็กมูลนิธิศุภนิมิตขยายไปสร้างอาชีพให้ผู้ปกครองของเด็ก เมื่อผู้ปกครองเด็กรวมตัวกับชาวบ้านเพื่อฝึกอาชีพ ก็จะเป็นการขยายความช่วยเหลือไปสู่ชุมชน

โดยกลุ่มทอผ้าบ้านดงอีด่อยนี้เป็นการรวมตัวกันของผู้ปกครองและชาวบ้านกว่า 10 คน เพื่อฝึกทอผ้าครามซึ่งเป็นหัตถกรรมขึ้นชื่อของเมืองสกลนคร มูลนิธิศุภนิมิตได้นำครูเข้ามาฝึกสอนชาวบ้าน ซื้ออุปกรณ์ให้ เมื่อชาวบ้านเริ่มทอผ้าออกมา มูลนิธิศุภนิมิตยังหาตลาด หาออร์เดอร์ให้

ชาวบ้านกลุ่มทอผ้าบ้านดงอีด่อยเปิดเผยว่า “เราใช้เวลาที่ว่างเว้นจากการทำนามาทอผ้า มีออร์เดอร์เข้ามาเรื่อย ๆ ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยเดือนละ 5,000-10,000 บาท เพียงพอต่อการนำมาใช้จ่ายในครอบครัว จากเดิมที่เราทำผ้าขาวม้าอยู่แล้ว

การทอผ้าครามเป็นการฝึกอาชีพเพิ่ม เมื่อเราฝึกจนชำนาญแล้วจึงเริ่มมีการพัฒนารูปแบบให้มีลวดลายใหม่ ๆ มีทั้งผ้าคลุมไหล่ ตัดเย็บเป็นเสื้อ และอื่น ๆ อีกมากมาย เมื่อสินค้าหลากหลายขึ้น ก็มีคนสนใจมากขึ้น ชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้น”

จากนั้นเราได้เดินทางไปเยี่ยมชมกลุ่มฝึกอาชีพกลุ่มสุดท้ายคือกลุ่ม “กระเป๋า กกไหล บ้านวนาสวรรค์” มูลนิธิศุภนิมิตได้สนับสนุนทุนเริ่มต้นจำนวน 100,000 บาท และจัดหาวิทยากรมาฝึกอบรมให้ความรู้แก่ชาวบ้าน หลังจากนั้นชาวบ้านได้รวมตัวกันเป็นกลุ่มอย่างแข็งแกร่ง นำกกมาย้อมสี ตาก แปรรูป สานเป็นกระเป๋าตะกร้าในรูปแบบต่าง ๆ แล้วนำไปวางขาย บวกกับมูลนิธิศุภนิมิตหาออร์เดอร์ให้

เมื่อขายได้ชาวบ้านจะนำเงินเข้ากองทุนเพื่อจัดสรรไปซื้อวัสดุแล้วหักรายได้โดยเฉลี่ยให้ชาวบ้าน เป็นรายได้ที่เพิ่มมาจากอาชีพหลัก คือการทำไร่นาเช่นกัน

จะเห็นได้ว่าเงินสนับสนุนที่ผู้บริจาคมอบให้มูลนิธิศุภนิมิตนั้นไม่เพียงไปดูแลเด็ก ๆ กลุ่มเปราะบาง แต่ยังขยายไปดูแลโรงเรียนและชุมชนที่เด็กอยู่ เป็นการให้ที่ยั่งยืน ให้พวกเขาเหล่านั้นสามารถอยู่ต่อไปได้ด้วยตนเอง ซึ่งในแต่ละพื้นที่จะได้รับการช่วยเหลือที่แตกต่างกันไปตามความต้องการของพื้นที่ หมายความว่าเงินสนับสนุนที่ทุกคนมอบให้จะถูกบริหารจัดการไปอย่างคุ้มค่าแน่นอน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ศุภนิมิต’ ขยายโอกาสชุมชน สร้างอาชีพยั่งยืนชาวสกลนคร

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...