‘ศุภนิมิต’ ขยายโอกาสชุมชน สร้างอาชีพยั่งยืนชาวสกลนคร
มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย หรือ World Vision องค์กรสาธารณกุศลเพื่อการพัฒนาและการรณรงค์เพื่อสร้างความยุติธรรมให้สังคมในขณะนี้ ได้ดำเนินพันธกิจเพื่อช่วยเหลือเด็กในประเทศไทยมาเป็นเวลา 50 กว่าปีแล้ว ด้วยระยะเวลาการดำเนินการมายาวนาน ทำให้มูลนิธิศุภนิมิตขยายความช่วยเหลือไปดูแลเด็กเกือบ 40,000 คนในประเทศไทย ครอบคลุมกว่า 32 จังหวัด
ด้วยมูลนิธิศุภนิมิตไม่เพียงมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือเด็กกลุ่มเปราะบาง โดยไม่แบ่งแยกเพศ เชื้อชาติ ภาษา และศาสนา แต่ยังพยายามพัฒนาความอยู่ดีมีสุขแก่ครอบครัวและชุมชนของเด็กที่มูลนิธิดูแลอยู่ด้วย ล่าสุดจึงได้ชวน “ประชาชาติธุรกิจ” ลงพื้นที่เยี่ยม 3 กลุ่มอาชีพที่มูลนิธิศุภนิมิตเข้าไปดูแลให้การช่วยเหลือที่ จ.สกลนคร
นายอาทิตย์ ดอนขันธ์ ผู้จัดการกลุ่มมูลนิธิศุภนิมิต โปรแกรมที่ 16 พัฒนาพื้นที่ คำตากล้า จ.สกลนคร เปิดเผยกับเราว่า 3 กลุ่มอาชีพที่เราพามาเยี่ยมในครั้งนี้ เป็นการต่อยอดมาจากการที่เราได้เข้าดูแลเด็ก ๆ เปราะบางในพื้นที่ ไม่เพียงแค่ดูแลเด็ก ๆ เท่านั้น มูลนิธิศุภนิมิตยังขยายความดูแลไปยังครอบครัวและชุมชนของเด็ก ๆ ของเรา
หากเด็กเราเข้าเรียนในโรงเรียน เราจะดูว่าโรงเรียนนั้น ๆ ขาดเหลือสิ่งใด หรือมีจุดไหนที่สามารถเข้าพัฒนาได้อีก เราจะนำทุนของเราที่มีเข้าดำเนินการ เช่น ฝึกทำขนม, เลี้ยงไก่ไข่ในโรงเรียน ด้านในชุมชน เราได้มีการฝึกอาชีพ เช่น สอนทอผ้า, สานกระเป๋า เหล่านี้เราได้นำผู้ฝึกสอนเข้ามาฝึกอบรมให้เขาถึงที่ พร้อมทั้งมอบทุนสนับสนุนเริ่มต้นในการซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จำเป็นให้
นายอาทิตย์ได้อธิบายให้เราฟัง ก่อนที่เราจะเข้าเยี่ยมชมกลุ่มทำขนมของเยาวชนโรงเรียนศึกษาประชาสามัคคี โดยมี ดร.ไพบูลย์ สุรารักษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียน, นายปรเมศวร์ มุทาพร รองผู้อำนวยการโรงเรียน นายอนุพงษ์ ปิ่นแก้ว ครูชำนาญการพิเศษ ครูวิทยากรทำขนม และ น.ส.กฤษดาวัลย์ ยืนนาน ครูชำนาญการ ครูวิทยากรเลี้ยงไก่ พร้อมด้วยเด็กในกลุ่มทำขนมให้การต้อนรับ
ดร.ไพบูลย์เล่าให้เราฟังว่า มูลนิธิศุภนิมิตได้นำผู้ฝึกสอนเข้ามาสอนอาชีพ โรงเรียนจึงได้มีภาควิชาฝึกอาชีพให้เด็กเลือกเรียน ทั้งทำเบเกอรี่, ขนมไทย, น้ำดื่ม และเลี้ยงไก่ไข่ โดยที่มูลนิธิได้มอบทุนเริ่มต้นในการซื้ออุปกรณ์ทำขนม ซื้อไก่ไข่มาให้นักเรียนเลี้ยง เหล่านี้โรงเรียนได้นำมาต่อยอด
คุณครูไม่เพียงแต่ฝึกสอนทำขนม เลี้ยงไก่ แต่ยังสอนวิธีคำนวณต้นทุน กำไร สร้างกิจกรรมตลาดนัดในโรงเรียน ให้เด็กเอาสิ่งที่เขาทำมาขาย นอกจากนี้ ยังหาตลาดข้างนอกให้เด็ก ๆ ได้นำของไปขายสร้างรายได้
“เด็กที่โรงเรียนนี้ร้อยละ 80 เป็นเด็กที่ได้รับทุนยากจนจากรัฐบาล การสร้างอาชีพเหล่านี้ให้เด็กเป็นการช่วยเหลืออย่างยั่งยืน เด็กได้เงินจริง ๆ สามารถนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดสร้างอาชีพได้จริง ไม่เพียงแต่เด็ก ๆ เท่านั้น เมื่อเขาเอาไปบอกต่อ ผู้ปกครองก็ได้ความรู้ไปด้วย ดีใจที่มูลนิธิศุภนิมิตได้เข้าช่วยเหลือที่โรงเรียน นอกจากความยั่งยืนที่ได้ เด็ก ๆ ยังได้ลงมือปฏิบัติจริง ไม่ใช่แค่การเรียนในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว” ผู้อำนวยการโรงเรียนกล่าว
โดยในวันนี้เราได้ลิ้มรสเค้กส้ม และเค้กฝอยทองจากเด็ก ๆ ที่ตั้งใจทำให้เป็นอย่างดี บอกได้คำเดียวว่าเป็นรสชาติที่อร่อยไม่ต่างจากร้านเบเกอรี่ใหญ่ ๆ ในเมือง นั่นคือสิ่งที่บ่งบอกว่าน้อง ๆ ได้รับการฝึกจนชำนาญ และจะสามารถนำสิ่งนี้ไปสร้างอาชีพให้ตัวเองในอนาคตได้ ไม่ใช่แค่เรียนเพียงนิดหน่อยแล้วจบไป
ก่อนที่เราจะเดินทางไปเยี่ยมชม “กลุ่มทอผ้าบ้านดงอีด่อย” เป็นการต่อยอดจากการดูแลเด็กมูลนิธิศุภนิมิตขยายไปสร้างอาชีพให้ผู้ปกครองของเด็ก เมื่อผู้ปกครองเด็กรวมตัวกับชาวบ้านเพื่อฝึกอาชีพ ก็จะเป็นการขยายความช่วยเหลือไปสู่ชุมชน
โดยกลุ่มทอผ้าบ้านดงอีด่อยนี้เป็นการรวมตัวกันของผู้ปกครองและชาวบ้านกว่า 10 คน เพื่อฝึกทอผ้าครามซึ่งเป็นหัตถกรรมขึ้นชื่อของเมืองสกลนคร มูลนิธิศุภนิมิตได้นำครูเข้ามาฝึกสอนชาวบ้าน ซื้ออุปกรณ์ให้ เมื่อชาวบ้านเริ่มทอผ้าออกมา มูลนิธิศุภนิมิตยังหาตลาด หาออร์เดอร์ให้
ชาวบ้านกลุ่มทอผ้าบ้านดงอีด่อยเปิดเผยว่า “เราใช้เวลาที่ว่างเว้นจากการทำนามาทอผ้า มีออร์เดอร์เข้ามาเรื่อย ๆ ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยเดือนละ 5,000-10,000 บาท เพียงพอต่อการนำมาใช้จ่ายในครอบครัว จากเดิมที่เราทำผ้าขาวม้าอยู่แล้ว
การทอผ้าครามเป็นการฝึกอาชีพเพิ่ม เมื่อเราฝึกจนชำนาญแล้วจึงเริ่มมีการพัฒนารูปแบบให้มีลวดลายใหม่ ๆ มีทั้งผ้าคลุมไหล่ ตัดเย็บเป็นเสื้อ และอื่น ๆ อีกมากมาย เมื่อสินค้าหลากหลายขึ้น ก็มีคนสนใจมากขึ้น ชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้น”
จากนั้นเราได้เดินทางไปเยี่ยมชมกลุ่มฝึกอาชีพกลุ่มสุดท้ายคือกลุ่ม “กระเป๋า กกไหล บ้านวนาสวรรค์” มูลนิธิศุภนิมิตได้สนับสนุนทุนเริ่มต้นจำนวน 100,000 บาท และจัดหาวิทยากรมาฝึกอบรมให้ความรู้แก่ชาวบ้าน หลังจากนั้นชาวบ้านได้รวมตัวกันเป็นกลุ่มอย่างแข็งแกร่ง นำกกมาย้อมสี ตาก แปรรูป สานเป็นกระเป๋าตะกร้าในรูปแบบต่าง ๆ แล้วนำไปวางขาย บวกกับมูลนิธิศุภนิมิตหาออร์เดอร์ให้
เมื่อขายได้ชาวบ้านจะนำเงินเข้ากองทุนเพื่อจัดสรรไปซื้อวัสดุแล้วหักรายได้โดยเฉลี่ยให้ชาวบ้าน เป็นรายได้ที่เพิ่มมาจากอาชีพหลัก คือการทำไร่นาเช่นกัน
จะเห็นได้ว่าเงินสนับสนุนที่ผู้บริจาคมอบให้มูลนิธิศุภนิมิตนั้นไม่เพียงไปดูแลเด็ก ๆ กลุ่มเปราะบาง แต่ยังขยายไปดูแลโรงเรียนและชุมชนที่เด็กอยู่ เป็นการให้ที่ยั่งยืน ให้พวกเขาเหล่านั้นสามารถอยู่ต่อไปได้ด้วยตนเอง ซึ่งในแต่ละพื้นที่จะได้รับการช่วยเหลือที่แตกต่างกันไปตามความต้องการของพื้นที่ หมายความว่าเงินสนับสนุนที่ทุกคนมอบให้จะถูกบริหารจัดการไปอย่างคุ้มค่าแน่นอน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ศุภนิมิต’ ขยายโอกาสชุมชน สร้างอาชีพยั่งยืนชาวสกลนคร
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net