โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เผ่าภูมิ มั่นใจไทยเจรจาภาษีสหรัฐ ได้ดีลดีที่สุด เป็นประโยชน์ทุกฝ่าย

เดลินิวส์

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 20.37 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 13.37 น. • เดลินิวส์
เผ่าภูมิ มั่นใจรัฐบาล เจรจาเดินดีลภาษีสหรัฐ ที่ดีที่สุดได้ประโยชน์ ต่อทุกภาคส่วน เตรียมพร้อมมาตรการรับมือผลกระทบภาษี

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง เปิดเผยในงาน ปลดล็อกอนาคตประเทศไทย สู้วิกฤติโลก ในช่วงเสวนาหัวข้อ เกาะติดมาตรการการเงินการคลัง พลิกฟื้นกำลังซื้อในประเทศแนวโน้มเศรษฐกิจ และสงครามการค้า ภาษีสหรัฐอเมริกา ซึ่งจัดโดย บมจ. อสมท. โดยระบุว่า ขณะนี้ทีมไทยแลนด์กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเรื่องภาษีตอบโต้กับสหรัฐอเมริกา เพื่อให้ได้ดีล

ที่ดีที่สุดซึ่งไม่ได้หมายถึงว่าได้ภาษีต่ำที่สุดแต่หมายถึงการได้ดีลที่สมดุล ดูว่าประเทศได้อะไรหรือเสียอะไร

ไม่ว่าจะเป็น ผลกระทบที่ผู้ส่งออกจะได้รับ และมุมผู้ผลิตในประเทศทั้งภาคอุตสาหกรรม และเกษตรกร ปศุสัตว์ ที่จะได้รับผลกระทบหากไทยเปิดเสรี รวมถึงดูเงื่อนไขเรื่องสำคัญเกี่ยวกับการกำหนดวัตถุดิบและส่วนประกอบในการผลิตที่จะต้องดูว่าเส้นแบ่งที่จะได้รับอยู่ที่สัดส่วนเท่าไร

อย่างเวียดนามที่ เราชอบพูดถึงตัวเลขภาษีที่ 20% แต่จริงแล้วเวียดนามมี 2 เรท คือ20% และ 40% โดยใช้ส่วนประกอบในประเทศหรือภูมิภาค เป็นตัวแบ่ง โดยหากสินค้ามีสัดส่วนในประเทศสูงก็จะได้อัตราภาษีที่ 20% และ หากสินค้ามีส่วนประกอบในประเทศต่ำก็จะได้ภาษีที่ 40%

ตอนนี้เวียดนามโดนอัตราภาษี 40% มากกว่า 20% เพราะเวียดนามเป็นระบบเศรษฐกิจที่มีการผลิตในประเทศไม่สูง ดังนั้นหากเทียบกับไทย เชื่อว่าเรามีความพร้อมในเรื่องซัพพลายเชนในประเทศที่มีความพร้อมกว่า

ส่วนการเตรียมพร้อมมาตรการรองรับผลกระทบจากเรื่องภาษีตอบโต้นั้นทางกระทรวงการคลังได้เตรียมมาตรการไว้ทั้งมาตรการการเงินและการคลังเพื่อดูแลผู้ได้รับผลกระทบไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่มีการส่งออกไปประเทศสหรัฐอเมริกาโดยตรง และอีกกลุ่มคือผู้ได้รับผลกระทบจากสินค้าสหรัฐนำเข้ามาในไทย โดยในด้านการเงินได้เตรียมสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำหรือซอฟโลนไว้ 200,000 ล้านบาทผ่านธนาคารรัฐและธนาคารพาณิชย์เพื่อเข้าไปเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ได้รับผลกระทบส่วนมาตรการการคลังขณะนี้ก็ยังมีงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจที่เหลือจากการอนุมัติก้อนละก้อนแรกแล้วอยู่อีกส่วนหนึ่งซึ่งจะสามารถเข้ามาช่วยเหลือ ภาคธุรกิจได้

นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีแผนดึงดูดการลงทุนในด้านอื่นๆไม่ว่าจะเป็นการลงทุนด้านการเงินผ่านกฎหมายพรบศูนย์กลางทางการเงินของภูมิภาคตลอดจนสินทรัพย์ดิจิตอล เป็นต้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...