แฉเจ้าคณะจังหวัด ใส่วิก-เขียนคิ้วไปหาสีกา
จากกรณี อดีตเจ้าอาวาสวัดนครสวรรค์ พระอารามหลวง และเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ หรือ “ทิดสฤษดิ์” ได้สึกไปวันที่ 19 กรกฎาคม 2568 อ้างว่ามีปัญหาด้านสุขภาพ หลังมีคนร้องเรียนว่าคบหาอยู่กินฉันสามีภรรยา กับ เศรษฐินีมานานกว่า 15 ปี ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้ว
- เจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ ลาสิกขากลางดึก เหตุผลสุขภาพ
- อดีตเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ อยู่กินกับสีกา 15 ปี จนกลายเป็นเศรษฐีนี
- ตร.ชี้ “อดีตพระธรรมวชิรธีรคุณ” คือคดีใหม่ที่เตรียมเปิด
แม้ตอนนี้ยังไม่มีคลิปหรือภาพลับหลุดออกมา แต่ก็มีบางภาพที่บ่งชี้ไปทางผิดวินัยสงฆ์ เช่น ภาพยืนกอดกันถ่ายรูปในห้อง มีทั้งรูปถอดเสื้อ และแต่งกายชุดฆราวาส ทั้งยังเขียนคิ้ว และสวมใส่วิกผมอำพรางศีรษะให้เหมือนคนทั่วไปด้วย นอกจากนี้มีรายงานว่า ทั้งคู่ไปเที่ยวผับ เข้าโรงแรม เที่ยวห้างด้วย
ขณะที่วัดนครสวรรค์ ได้ชี้แจงถึงการลาออกจากตำแหน่ง และการลาสิกขา ของอดีตเจ้าอาวาส ว่าเป็นเพราะเรื่องส่วนตัว ยืนยันว่ากรณีอดีตเจ้าอาวาสสึก เป็นการตัดสินใจส่วนตัว เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อคณะสงฆ์หรือพระพุทธศาสนาโดยรวม
พร้อมบอกว่า เรื่องที่มีหญิงสาวเข้ามาถ่ายรูปหรืออยู่ใกล้กับอดีตเจ้าอาวาส ถือเป็นเหตุการณ์ปกติในงานบุญที่มีผู้คนจำนวนมากเข้าร่วม ยืนยันว่าอดีตเจ้าอาวาสมีความระมัดระวังอย่างมากในการปฏิบัติตน แม้แต่น้ำดื่มก็ยังไม่รับจากผู้อื่น และเวลามีญาติโยมหญิงเข้ามาสนทนา จะมีพระภิกษุรูปอื่นอยู่ร่วมด้วยเสมอ จากนี้หากอดีตเจ้าอาวาสพร้อม ก็น่าจะออกมาให้ข้อมูลเอง
นอกจากนี้ยังมีข้อกล่าวหาเรื่องการเงิน จากข้อมูลแนวทางสืบสวน ยังพบว่าอดีตเจ้าอาวาส อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตโครงการก่อสร้างพุทธอุทยาน ซึ่งดำเนินการมากว่า 10 ปีแต่ยังไม่แล้วเสร็จ เรื่องนี้ทางพระเลขา บอกว่า ก่อสร้างพุทธอุทยานล่าช้า เนื่องจากผู้รับเหมาโกงเงินไปกว่า 68 ล้านบาท ซึ่งทางวัดได้ฟ้องร้อง และชนะคดีแล้ว แต่ผู้รับเหมายังหลบหนีหมายจับ และไม่ใช้หนี้ตามคำพิพากษา ยืนยันว่าวัดมีคณะกรรมการบริหารดูแลบัญชีอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ ส่วนตัวเลขยอดเงินปัจจุบัน ขอให้คณะกรรมการเป็นผู้แถลงจะเหมาะสมกว่า
เบื้องต้นอดีตเจ้าอาวาส ได้คืนสมุดบัญชีธนาคารจำนวน 3 เล่มให้วัดแล้ว ส่วนกุฏิ ทางคณะกรรมการวัดได้ปิดล็อกไว้ไม่ให้ใครเข้า
ขณะที่บรรยากาศภายในวัดนครสวรรค์พระอารามหลวง ยังมีประชาชนเดินทางไปกราบไหว้หลวงพ่อศรีสวรรค์ในโบสถ์ตามปกติ โดยระบุว่า ไม่หวั่นไหวกับข่าวที่เกิดขึ้น เพราะถือว่าเป็นพฤติกรรมส่วนบุคคล ส่วนตัวศรัทธาในคำสอนของพระพุทธเจ้า.