“ทุเรียนไทย” ขึ้นแท่น! ‘ทูตวัฒนธรรม’ สร้างความสัมพันธ์ไทย-จีน
โกอินเตอร์มาก “ทุเรียนไทย”มันเริ่ดนะ!
เมื่อวันที่ 27 พ.ค.68 ที่ผ่านมา สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า การกินทุเรียน ชิมอาหารไทย และชมการแสดงนาฏศิลป์ ในบรรยากาศช่วงต้นฤดูร้อนแสนผ่อนคลายในเมืองใหญ่ทางตอนใต้ของจีน กำลังกลายมาเป็นสื่อกลางในการนำเสนอและเผยแพร่วัฒนธรรมไทยให้เป็นที่รู้จักเพิ่มขึ้นในหมู่ชาวจีน
ปัจจุบันรัฐบาลไทยได้จัดกิจกรรมต่างๆ เช่น เทศกาลไทย, เทศกาลทุเรียน ขึ้นในหลายๆ เมืองของประเทศจีน จนกลายเป็นไฮไลต์ใหม่ในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทย-จีน ซึ่งไม่นานนี้ สำนักงานฝ่ายการพาณิชย์ประจำสถานกงสุลใหญ่ไทย ณ นครหนานหนิง ก็ได้จัดงาน “เทศกาลช้อปปิ้งผลิตภัณฑ์ยอดนิยมและเทศกาลทุเรียนไทยปี 2025” ในนครหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน ภายในงานมีสินค้าไทยหลากหลาย ทั้งอาหาร ของใช้ในชีวิตประจำวัน หัตถกรรม ฯลฯ โดย “ทุเรียน” ถือเป็นสินค้าที่ได้รับความสนใจมากที่สุดจนกลายเป็น “ดาวเด่น” ประจำงาน
ทั้งนี้ศุลกากรจีน ระบุว่า ปี 2567 จีนนำเข้าทุเรียนสูงเป็นประวัติการณ์ แตะที่ 1.56 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า ราว 2.28 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.4 และร้อยละ 4.1 ตามลำดับ เมื่อเทียบปีต่อปี โดยไทยมีมูลค่าการส่งออกทุเรียนสู่ตลาดจีนรวม 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.3 แสนล้านบาท) ซึ่งการร่วมกันของภาครัฐและภาคเอกชนไทย ทุเรียน ซึ่งเป็น “ราชาแห่งผลไม้” ได้พลิกบทบาทจากผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร มาเป็นสัญลักษณ์ในการสะท้อนวัฒนธรรมและการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศของไทย โดยรัฐบาลไทยทำให้ “เทศกาลทุเรียน” เป็นทั้งกิจกรรมส่งเสริมการขาย และยังเป็นเวทีการสื่อสารแบบครบวงจร ที่ผสานทั้งการโปรโมตแบรนด์สินค้า การแสดงออกทางวัฒนธรรม และการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภค โดยยอดขายทุเรียนไทยที่พุ่งสูง คือภาพสะท้อนของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีน-ไทยที่แน่นแฟ้นมากขึ้น การเปิดช่องทางโลจิสติกส์ เช่น ทางรถไฟจีน-ลาว และผลประโยชน์ด้านนโยบายจากความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ทำให้ความรวดเร็วและปริมาณสินค้าเกษตรไทยหลั่งไหลเข้าสู่จีนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
“เฉินอี้เฉียว” ผู้จำหน่ายผลไม้ที่ตลาดค้าส่งผลไม้ไห่จี๋ซิงในกว่างซี เผยว่า ทุเรียนไทยได้รับความนิยมจากผู้บริโภคในเมืองระดับ 1 ทั้งยังถูกจัดให้เป็น “สินค้าสุดฮอต” ในบรรดาเมืองระดับ 3 และ 4 หลายต่อหลายครั้ง แค่หนานหนิงเพียงแห่งเดียว ปริมาณการนำเข้าทุเรียนเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้นมากกว่า 4 เท่าเมื่อเทียบกับตัวเลขเมื่อ 5 ปีก่อน แม้ว่าจะมีทุเรียนจากเวียดนาม มาเลเซีย และที่อื่นๆ เข้ามาตีตลาดจีน แต่ทุเรียนไทยยังคงมีข้อได้เปรียบจากห่วงโซ่อุปทานที่มั่นคงและชื่อเสียงของแบรนด์ ขณะเดียวกัน การเลือกซื้อทุเรียนของชาวจีนมีความหลากหลายมากขึ้น ตั้งแต่การซื้อตามซูเปอร์มาร์เก็ต การซื้อแบบกลุ่ม ไปจนถึงการซื้อทางออนไลน์ผ่านไลฟ์สดพร้อมจัดส่งแบบทันที ช่วยให้ทุเรียนเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์แปรรูปทุเรียน เช่น ชานมทุเรียน ขนมไหว้พระจันทร์ทุเรียน และขนมทุเรียน ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ปัจจุบันทุเรียนไม่ได้เป็นแค่ผลไม้ แต่เป็นสื่อกลางในการเสพประสบการณ์ของผู้บริโภค
โดยตอนนี้ทุเรียนไทยกำลังค่อยๆ พลิกบทบาทสู่ “ทูตวัฒนธรรม” ที่เชื่อมโยงหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว องค์กรธุรกิจ ผู้ประกอบการ บริษัทข้ามชาติ ตลอดจนทรัพยากรทางวัฒนธรรม อุตสาหกรรม และการทูตของไทยเข้าไว้ด้วยกัน ท่ามกลางการแข่งขันระดับภูมิภาคที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ไทยพยายามใช้ทุเรียนเป็นสื่อกลางเพื่อสร้างการสื่อสารและปฏิสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมที่ยั่งยืน ทุเรียนอาจเป็นเพียงการเปิดประสบการณ์รสชาติแปลกใหม่สำหรับชาวต่างชาติ แต่เมื่อมองให้ลึกลงไป เราจะได้เห็นการคัดสรรและคุณค่าทางวัฒนธรรมของไทย
ที่มา:สำนักข่าวซินหัว