โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เอา AI มาใช้อะไรได้บ้าง มุมมองการประยุกต์ใช้ AI สำหรับธุรกิจยุคใหม่

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 21 ก.ค. 2568 เวลา 04.42 น. • เผยแพร่ 20 พ.ค. 2568 เวลา 02.53 น.

ธุรกิจพอดีคำ | กวีวุฒิ เต็มภูวภัทร

เอา AI มาใช้อะไรได้บ้าง

มุมมองการประยุกต์ใช้ AI

สำหรับธุรกิจยุคใหม่

คุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไมบางธุรกิจถึงเติบโตแบบก้าวกระโดด ในขณะที่บางธุรกิจยังคงย่ำอยู่กับที่?

ทำไมบางบริษัทถึงสามารถให้บริการลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง ในขณะที่บางบริษัทต้องจำกัดเวลาทำการ?

และทำไมบางองค์กรถึงสามารถสร้างคอนเทนต์ที่โดนใจลูกค้าได้รวดเร็วและต่อเนื่อง ในขณะที่หลายองค์กรยังคงติดอยู่กับการสร้างคอนเทนต์แบบเดิมๆ ที่ใช้เวลานานและไม่ค่อยได้ผล?

คำตอบอยู่ที่การนำ Generative AI มาประยุกต์ใช้อย่างชาญฉลาด

เมื่อเดือนที่แล้ว ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณนภา เจ้าของร้านอาหารญี่ปุ่นย่านทองหล่อ เธอเล่าให้ฟังว่าก่อนหน้านี้ธุรกิจของเธอกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายอย่าง ทั้งการตอบแชตลูกค้าที่ไม่ทันใจ การจัดการการจองโต๊ะที่วุ่นวาย และการสร้างคอนเทนต์โปรโมตร้านที่กินเวลามาก

“พี่เคยต้องนั่งตอบแชตลูกค้าจนดึกดื่น บางทีก็พลาดการจองไป บางทีก็ตอบช้าจนลูกค้าไปจองร้านอื่นแล้ว” คุณนภาเล่าพร้อมรอยยิ้ม

“แถมยังต้องคิดคอนเทนต์ลงโซเชียลทุกวัน ทั้งรูป ทั้งแคปชั่น บางวันคิดไม่ออก ก็ต้องปล่อยว่างไป”

แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อเธอตัดสินใจลองใช้ Generative AI ในการทำงาน เริ่มจากการใช้ ChatGPT ในการตอบคำถามพื้นฐานของลูกค้า เช่น เวลาเปิด-ปิด เมนูแนะนำ และราคาอาหาร

โดยเธอใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงในการป้อนข้อมูลพื้นฐานและสไตล์การตอบที่ต้องการให้กับ AI

“ตอนแรกก็กลัวว่า AI จะตอบแบบหุ่นยนต์ แต่พอได้ลองปรับโทนการพูดคุย ใส่ความเป็นกันเองแบบสไตล์ร้านเราลงไป ปรากฏว่าลูกค้าชอบมาก บางคนถึงกับทักว่าพนักงานต้อนรับใหม่น่ารักดี” เธอหัวเราะ

นอกจากนี้ เธอยังใช้ AI ในการสร้างคอนเทนต์ลงโซเชียลมีเดีย ทั้งการเขียนแคปชั่น การสร้างภาพอาหารสวยๆ และการออกแบบโปรโมชั่น โดยใช้ Midjourney และ DALL-E ในการสร้างภาพ และใช้ ChatGPT ในการเขียนคอนเทนต์

ผลลัพธ์ที่ได้? ภายในเวลาแค่ 3 เดือน ยอดจองเพิ่มขึ้น 50% ยอดฟอลโลว์ในโซเชียลมีเดียเพิ่มขึ้น 200%

และที่สำคัญ เธอประหยัดเวลาได้วันละ 4-5 ชั่วโมง ทำให้มีเวลาไปโฟกัสกับการพัฒนาเมนูใหม่ๆ และดูแลลูกค้าที่มาร้านได้อย่างเต็มที่

คุณมินท์ เจ้าของร้านเสื้อผ้าออนไลน์ขนาดเล็ก เคยมีปัญหาเรื่องการถ่ายภาพสินค้าและเขียนคำบรรยายสินค้า ซึ่งต้องใช้เวลาและงบประมาณมาก “เราต้องจ้างช่างภาพ จ้างนางแบบ จ้างคนเขียนคอนเทนต์ แต่ละครั้งใช้งบประมาณเป็นหมื่น แถมต้องรอคิวนาน ทำให้อัพเดตสินค้าใหม่ได้ช้า” คุณมินท์เล่า

เธอเริ่มทดลองใช้ Generative AI อย่าง Midjourney และ DALL-E ในการสร้างภาพลักษณ์สินค้า และใช้ ChatGPT ในการเขียนคำบรรยายสินค้า ผลที่ได้เกินความคาดหมาย

“ตอนแรกก็กังวลว่าภาพจะดูไม่สมจริง แต่พอได้ลองปรับ prompt จนได้สไตล์ที่ต้องการ กลับได้ภาพที่สวยและมีเอกลักษณ์มาก” คุณมินท์เล่า

“ที่สำคัญคือ เราสามารถสร้างภาพได้เยอะและหลากหลาย ในราคาที่ถูกกว่าการถ่ายจริงหลายเท่า”

นอกจากนี้ เธอยังใช้ AI ในการสร้าง Virtual Try-On ให้ลูกค้าสามารถลองสวมใส่เสื้อผ้าผ่านหน้าจอได้ ทำให้ลดปัญหาการคืนสินค้าเพราะไซซ์ไม่พอดีลงได้มาก

ภายในเวลา 6 เดือน ยอดขายของร้านเพิ่มขึ้น 300% ต้นทุนการถ่ายภาพและทำคอนเทนต์ลดลง 70% และที่สำคัญ แบรนด์ของเธอกลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างจากสไตล์การนำเสนอที่แปลกใหม่และน่าสนใจ

คุณปอนด์ เจ้าของสำนักพิมพ์ดิจิทัลขนาดเล็ก เผชิญกับปัญหาการผลิตคอนเทนต์ไม่ทันความต้องการของตลาด “นักเขียนของเรามีจำกัด แต่ความต้องการของตลาดเยอะมาก โดยเฉพาะนิยายแนวโรแมนติกและแฟนตาซี” เขาเล่า

เขาเริ่มทดลองใช้ GPT-4 ในการช่วยนักเขียนสร้างโครงเรื่อง พัฒนาตัวละคร และเขียนฉากย่อยๆ โดยให้นักเขียนเป็นคนควบคุมทิศทางของเรื่องและปรับแต่งการเขียนให้มีเอกลักษณ์

“เราไม่ได้ใช้ AI เขียนทั้งเรื่อง แต่ใช้มันเป็นผู้ช่วยนักเขียน ทำให้นักเขียนหนึ่งคนสามารถผลิตผลงานได้เร็วขึ้น 2-3 เท่า โดยที่คุณภาพงานยังคงอยู่” คุณปอนด์อธิบาย

นอกจากนี้ เขายังใช้ AI ในการสร้างภาพประกอบนิยาย และแปลนิยายเป็นภาษาต่างๆ ทำให้สามารถขยายตลาดไปยังต่างประเทศได้

ผลลัพธ์? ภายในหนึ่งปี สำนักพิมพ์ของเขาสามารถผลิตนิยายได้เพิ่มขึ้น 200% รายได้เพิ่มขึ้น 400% และมีผู้อ่านจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นกว่า 1,000%

คุณสมชาย ผู้บริหารบริษัทประกันขนาดกลาง เล่าว่าแผนกบริการลูกค้าของเขาเคยมีปัญหาเรื่องการตอบคำถามลูกค้าไม่ทัน และการอธิบายเงื่อนไขกรมธรรม์ที่ซับซ้อนให้ลูกค้าเข้าใจ

เขาตัดสินใจนำ Generative AI มาใช้ในการสร้างระบบตอบคำถามอัตโนมัติที่สามารถเข้าใจภาษาธรรมชาติและอธิบายเงื่อนไขที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่าย

“เราใช้ GPT-4 ในการวิเคราะห์คำถามของลูกค้า และสร้างคำตอบที่เข้าใจง่าย พร้อมยกตัวอย่างประกอบ” คุณสมชายเล่า “ที่สำคัญคือ AI สามารถแปลงภาษาเทคนิคในกรมธรรม์ให้เป็นภาษาที่คนทั่วไปเข้าใจได้”

นอกจากนี้ เขายังใช้ AI ในการวิเคราะห์เสียงสนทนาของลูกค้า เพื่อประเมินอารมณ์และความพึงพอใจ ทำให้สามารถปรับปรุงการบริการได้ตรงจุด

ผลลัพธ์ที่ได้คือ ความพึงพอใจของลูกค้าเพิ่มขึ้น 60% เวลาในการตอบคำถามลดลง 80% และอัตราการต่ออายุกรมธรรม์เพิ่มขึ้น 40%

แล้วจะเริ่มใช้ Generative AI อย่างไร? นี่คือ 7 ขั้นตอนที่ผมแนะนำ

ขั้นตอนที่ 1 : เข้าใจธุรกิจและปัญหาที่แท้จริง

ก่อนที่จะเริ่มใช้ AI คุณต้องเข้าใจก่อนว่าธุรกิจของคุณมีจุดเจ็บปวด (Pain Point) ตรงไหน อะไรคือสิ่งที่กินเวลามากที่สุด อะไรคืองานที่ซ้ำซากและน่าเบื่อ อะไรคือสิ่งที่ลูกค้าร้องเรียนบ่อยที่สุด

ผมเคยเจอหลายธุรกิจที่รีบร้อนนำ AI มาใช้โดยไม่ได้วิเคราะห์ปัญหาให้ดีก่อน สุดท้ายก็เสียทั้งเวลาและงบประมาณโดยไม่ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ

“ก่อนจะใช้ AI เราต้องนั่งคุยกับทีมทุกแผนก ฟังปัญหาจากคนทำงานจริงๆ” คุณสมชายจากบริษัทประกันเล่า “พอเข้าใจปัญหาชัดเจน การเลือกใช้ AI ก็มีทิศทางมากขึ้น”

ขั้นตอนที่ 2 : ศึกษาความเป็นไปได้และเลือกเครื่องมือที่เหมาะสม

ในตลาดมีเครื่องมือ AI มากมาย แต่ไม่ใช่ทุกเครื่องมือที่จะเหมาะกับธุรกิจของคุณ คุณต้องศึกษาว่าแต่ละเครื่องมือมีจุดแข็งจุดอ่อนอย่างไร ราคาเท่าไร และมีข้อจำกัดอะไรบ้าง

“เราเริ่มจากการทดลองใช้เวอร์ชั่นฟรีของหลายๆ เครื่องมือก่อน” คุณมินท์จากร้านเสื้อผ้าออนไลน์เล่า “พอเห็นว่าเครื่องมือไหนตอบโจทย์ ค่อยอัพเกรดเป็นเวอร์ชั่นเต็ม”

สำหรับธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้น ผมแนะนำให้เริ่มจาก :

– ChatGPT สำหรับงานเขียนและตอบคำถาม

– Midjourney หรือ DALL-E สำหรับงานสร้างภาพ

– Claude หรือ Anthropic สำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำสูง

– Jasper.ai สำหรับงานการตลาดและคอนเทนต์

ขั้นตอนที่ 3: วางแผนการใช้งานและตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน

การนำ AI มาใช้ต้องมีแผนและเป้าหมายที่ชัดเจน ไม่ใช่แค่ใช้เพราะกระแส คุณต้องกำหนดว่าต้องการเห็นผลลัพธ์อะไร ภายในเวลาเท่าไร และจะวัดความสำเร็จอย่างไร

“เราตั้งเป้าว่าภายใน 3 เดือนต้องลดเวลาในการตอบคำถามลูกค้าลง 50% และเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าขึ้น 30%” คุณนภาจากร้านอาหารญี่ปุ่นเล่า

“การมีเป้าหมายชัดเจนทำให้เราปรับและพัฒนาการใช้ AI ได้ตรงจุด”

ขั้นตอนที่ 4 : ฝึกอบรมทีมและสร้างวัฒนธรรมการใช้ AI

การนำ AI มาใช้ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะใช้เป็นโดยอัตโนมัติ คุณต้องลงทุนเรื่องการฝึกอบรมทีม และสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่เปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ

“ตอนแรกพนักงานหลายคนกลัวว่า AI จะมาแย่งงาน แต่พอได้เรียนรู้และเห็นว่า AI ช่วยให้ทำงานง่ายขึ้น ทุกคนก็เริ่มชอบ” คุณปอนด์จากสำนักพิมพ์ดิจิทัลเล่า

ขั้นตอนที่ 5 : เริ่มต้นแบบค่อยเป็นค่อยไป

อย่าพยายามนำ AI มาใช้กับทุกส่วนของธุรกิจพร้อมกัน ให้เริ่มจากส่วนที่มีปัญหามากที่สุดหรือเห็นผลเร็วที่สุดก่อน แล้วค่อยๆ ขยายไปส่วนอื่นๆ

“เราเริ่มจากการใช้ AI ตอบคำถามพื้นฐานก่อน พอเห็นว่าได้ผลดี ค่อยขยายไปใช้กับการสร้างคอนเทนต์และวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า” คุณสมชายเล่า

ขั้นตอนที่ 6 : ติดตามผลและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

การใช้ AI ไม่ใช่แค่ติดตั้งแล้วปล่อยทิ้งไว้ คุณต้องคอยติดตามผล รับฟังฟีดแบ็กจากผู้ใช้งาน และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

“เราจัดประชุมทุกสัปดาห์เพื่อดูว่า AI ทำงานได้ดีแค่ไหน มีปัญหาอะไรบ้าง และควรปรับอะไรเพิ่ม” คุณมินท์เล่า

ขั้นตอนที่ 7 : ขยายผลและต่อยอด

เมื่อเห็นผลสำเร็จแล้ว อย่าหยุดแค่นั้น ให้มองหาโอกาสในการขยายผลและต่อยอด อาจจะเป็นการใช้ AI ในงานอื่นๆ หรือการพัฒนาโซลูชั่นใหม่ๆ

“จากที่เริ่มใช้ AI แค่สร้างภาพ ตอนนี้เราขยายไปทำ Virtual Try-On และระบบแนะนำสินค้าอัตโนมัติ” คุณมินท์เล่าถึงแผนการในอนาคต

จากประสบการณ์ที่ได้พูดคุยกับผู้ประกอบการมากมาย ผมเชื่อว่า Generative AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือที่ช่วยทำงานให้ง่ายขึ้น แต่เป็นโอกาสในการเปลี่ยนแปลงและยกระดับธุรกิจ

แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ ผิดหรือถูกไม่เป็นไร แค่คุณต้องกล้าที่จะเริ่ม ในขณะที่คนอื่นยังกล้าๆ กลัวๆ

คุณก็ชนะไปกว่าครึ่งแล้ว

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เอา AI มาใช้อะไรได้บ้าง มุมมองการประยุกต์ใช้ AI สำหรับธุรกิจยุคใหม่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...