ภาคประชาชน โวยสภาคว่ำกม.นิรโทษ อัดสส.ใจกาก หวั่นก่อขัดแย้งใหญ่ระลอกใหม่
ภาคประชาชน ผิดหวัง สภาคว่ำร่างกม.นิรโทษ อัดล้างผิดแค่บางกลุ่มไม่เรียกสร้างสันติสุข หวั่นเป็นต้นเหตุขัดแย้งใหญ่ระลอกใหม่ ซัด สส.ใจกาก รอบหน้าอย่าเลือก
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 16 ก.ค. 2568 ที่รัฐสภา นายยิ่งชีพ อัชชานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) ในฐานะผู้ชี้แจงร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรม ฉบับภาคประชาชน แถลงภายหลังสภาฯ โหวตตีตกร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับภาคประชาชน ว่า การนิรโทษกรรมคดีทางการเมืองจำเป็นที่ต้องรวมทุกคน
ขอยืนยันว่าหากเป็นการนิรโทษกรรมเพียงบางคน บางกลุ่ม ไม่นิรโทษกรรมทั้งหมดไปพร้อมกัน ไม่ได้เรียกว่าการสร้างสันติสุข และจะเป็นต้นเหตุความขัดแย้งระลอกใหม่ที่ใหญ่มากขึ้น
ถ้าสภาฯ จะเดินไปในวาระ 2 โดยกีดกันคนบางส่วนไม่ให้มีสิทธิ์ได้รับการนิรโทษกรรมเลย ไม่เปิดช่อง ไม่แยกแยะประเภท ประเด็นนั้นเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้
รวมถึงการที่สภาฯ จะเดินหน้านิรโทษกรรมความผิดที่เจ้าหน้าที่รัฐเป็นผู้กระทำต่อประชาชน ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกทางการเมือง ไม่ได้เป็นไปเพราะเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ ยืนยันว่าเราคัดค้าน หากในวาระ 2 ไม่มีการปรับปรุงแก้ไข เรายืนยันว่าจะมีการคัดค้านต่อไป
สำหรับผู้ที่เป็นห่วงคนที่อยู่ในเรือนจำ มีทั้งข่าวดีและข่าวร้าย คือ อาจจะต้องมีคนเข้าเรือนจำเพิ่ม โดยเฉพาะมีคดีที่ผู้กระทำเป็นเด็กและเยาวชนด้วย ถ้าไม่มีการออกพ.ร.บ.นิรโทษกรรมในอนาคตเราเกรงว่าจะมีผู้ที่ไม่ได้กลับบ้าน และต้องไปใช้ชีวิตที่อื่น แต่ข่าวดีคือเรายังหยุดการทำงานไม่ได้ จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกคนร่วมกิจกรรมของเราต่อไปในระหว่างที่กฎหมายยังไม่ออกมา
ด้านน.ส.พูนสุข พูนสุขเจริญ ทนายความ ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้จัดการฝ่ายวิจัยกฎหมายศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ในฐานะผู้ชี้แจงร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับภาคประชาชน กล่าวว่า คดีความทางการเมืองตั้งแต่ปี 2557-ปัจจุบัน มีฐานความผิดที่เป็นคดีทางการเมืองอย่างน้อย 34 ฐานความผิด
ซึ่งร่างหลักที่ผ่านการพิจารณาของสภาฯในวันนี้ คือ ร่างของนายวิชัย สุดสวาสดิ์ สส.ชุมพร พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) มีฐานความผิดท้าย พ.ร.บ. 20 ฐานความผิด แปลว่าอย่างน้อย 14 ประเภทความผิดจะไม่ถูกนับรวมอยู่ในการนิรโทษกรรมครั้งนี้ ซึ่งรวมคดี 112 ด้วย
อย่างไรก็ตาม หากได้ติดตามคดีตั้งแต่ช่วง คสช. หรือคดีรณรงค์ให้ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญปี 2559 เหล่านี้ ถ้าไม่มีการแก้ไข และให้เป็นไปตามร่างของนายวิชัย ก็จะไม่ถูกนับรวม ซึ่งคดีเหล่านี้มีความชัดเจนว่าเป็นคดีทางการเมือง
ยิ่งไปกว่านั้นคนที่ติดคุกจริงๆ โดยเฉพาะคดี 112 ที่มีประชาชนอย่างน้อย 51 คนได้รับผลกระทบ และอยู่ในเรือนจำอย่างน้อย 32 คน ก็จะไม่ถูกนับรวมเช่นกัน จึงเป็นคำถามถึงสภาฯ ว่า วันนี้ออกกฎหมายนิรโทษกรรมโดยไม่รวมทุกกลุ่มนั้น เพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มใคร และเป็นการคลี่คลายความขัดแย้งจริงหรือไม่
“ฝากติดตามว่าคดีมาตรา 112 และคดีทางการเมืองอื่นๆ ยังอยู่ ถ้ารัฐบาลจริงใจอยากจะช่วยแก้ปัญหาจริงๆ อย่างน้อยคนที่ไม่ได้รับสิทธิประกันตัว แม้ยังไม่แก้ไขกฎหมายก็สามารถช่วยเหลือได้เลย ยืนยันว่าเรายังต้องผลักดันให้มีการแก้ไขเรื่องนี้ต่อไปในอนาคต” น.ส.พูนสุข กล่าว
ด้านน.ส.เบนจา อะปัญ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ในฐานะผู้ชี้แจงร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับภาคประชาชน กล่าวว่า ภาคประชาชนทำเต็มที่แล้ว และจะจดจำไว้ว่าใครที่บอกว่าเห็นด้วย ใครที่บอกว่าเข้าใจ อยากเดินหน้าไปด้วยกัน แต่ไม่โหวตให้นั้น ก็จะได้รู้ว่าใครเป็น สส.ใจกาก พรรคไหนใจกาก ก็อย่าไปเลือก
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ภาคประชาชน โวยสภาคว่ำกม.นิรโทษ อัดสส.ใจกาก หวั่นก่อขัดแย้งใหญ่ระลอกใหม่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th