โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

กระทิงดุตัวเเข่ง Lamborghini Temerario GT3 ถูกเผยโฉม พร้อมลุยสนามแข่งเร็วๆ นี้ !

สยามคาร์ - Siamcar

เผยแพร่ 15 ก.ค. 2568 เวลา 14.48 น. • ทีมข่าวสยามคาร์
กระทิงดุตัวเเข่ง Lamborghini Temerario GT3 ถูกเผยโฉม พร้อมลุยสนามแข่งเร็วๆ นี้ !

กระทิงดุตัวเเข่ง Lamborghini Temerario GT3 ถูกเผยโฉม พร้อมลุยสนามแข่งเร็วๆ นี้ !

Lamborghini (ลัมโบร์กินี) ตอกย้ำความมุ่งมั่นสู่วงการมอเตอร์สปอร์ตระดับนานาชาติ เปิดตัวแข่ง Temerario GT3 (เทเมราริโอ จีที 3) รถยนต์สำหรับแข่งขันโมเดลใหม่ล่าสุดซึ่งพัฒนาต่อยอดจากรุ่นขับบนท้องถนน โดยมีกำหนดลงสนามแข่งขันในหลายรายการทั่วโลก พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์รถแข่งของบริษัท และยังเป็นรถยนต์คันแรกที่ได้รับการออกแบบ พัฒนา และผลิตขึ้นที่โรงงานในประเทศอิตาลีทั้งหมด การพัฒนา Temerario ถือกำเนิดขึ้นด้วยจุดประสงค์หลักเพื่อการพัฒนาต่อยอดสู่วงการมอเตอร์สปอร์ท ทำให้บริษัทฯ ต้องบูรณาการเชิงกลยุทธ์ระบบวิศวกรรมเพื่อมุ่งเน้นการแข่งขันตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการออกแบบ

Lambo ยกเลิกระบบขับเคลื่อนไฮบริดทั้งหมดออกไป เพราะรถ GT3 ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้การเอาเปรียบเชิงกลด้วยไฟฟ้า เครื่องยนต์เบนซิน V8 รุ่นใหม่นี้ ปรับแต่งเทอร์โบและคอมเพรสเซอร์ชุดใหม่ (ขนาดเล็กลง) กล่องกรองอากาศใหม่ กำลังที่ลดลง จากเดิม 800 แรงม้า เหลือเพียง 550 แรงม้า ซึ่งควบคุมได้ง่ายกว่ามาก ขึ้นอยู่กับความสมดุลของสมรรถนะและความหลากหลายของสนามแข่งทั่วโลกที่แตกต่างกัน

โครงอะลูมิเนียมแบบสเปซเฟรม (Spaceframe) นำมาจากสายการผลิตของรุ่น Temerario และผ่านการดัดแปลงเพื่อการใช้งานในสนามแข่ง ทั้งการลดน้ำหนักและความซับซ้อนให้น้อยลง โดยเฉพาะการปรับรูปแบบโครงให้เรียบง่ายเพื่อให้สามารถถอดและประกอบซับเฟรมด้านหน้าและด้านหลังได้อย่างรวดเร็วเมื่อต้องทำงานในสนามแข่ง โดยซับเฟรมด้านหลังแบบถอดได้ ถูกพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษโดย Squadra Corse เพื่อรองรับส่วนประกอบของเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังแบบใหม่ ในขณะที่ส่วนขายึดทั้งหมดที่ไม่จำเป็น ซึ่งติดตั้งในรุ่นขับบนท้องถนนเพื่อรองรับส่วนประกอบไฮบริด ก็ได้ถูกถอดออกไป เนื่องจากไม่จำเป็นในรุ่นแข่งขัน สำหรับบริเวณส่วนกลางของโครงอะลูมิเนียม ติดตั้งโครงสร้างนิรภัยโรลเคจ (Roll cage) ให้สอดคล้องตามมาตรฐานความปลอดภัยของ FIA GT3 ส่วนซับเฟรมด้านหน้าก็มีการปรับเปลี่ยนด้วยเช่นกัน เพราะมีการนำมอเตอร์ไฟฟ้าซึ่งเคยติดตั้งในรุ่นขับบนท้องถนนออกไป

ตัวถังใหม่ ถูกติดตั้งเข้ากับโครงแชสซีส์ ใช้วัสดุคาร์บอนคอมโพสิตเป็นครั้งแรกเพื่อช่วยลดน้ำหนักฐานของรถให้ได้เบาที่สุด การพัฒนาตัวถังนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างทีมอากาศพลศาสตร์ของ Squadra Corse และ Lamborghini Centro Stile โดยมีเป้าหมายคือการรักษาสไตล์ที่โดดเด่นของรถยนต์รุ่นขับบนท้องถนน ควบคู่ไปกับการปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องตามข้อกำหนดด้านเครื่องยนต์และระบบระบายความร้อนเบรกแบบใหม่ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายด้านสมรรถนะตามที่ต้องการ ทั้งในด้านแรงกดและแรงต้าน ซึ่งจะสร้างความมั่นใจต่อสมดุลอากาศพลศาสตร์ที่ดีที่สุด ๔ูกออกแบบตามหลักการทางวิศวกรรมให้สามารถถอดและประกอบชิ้นส่วนได้อย่างรวดเร็วในระหว่างการแข่งขันเพื่อลดเวลาการซ่อมรถในช่องพิท โดยตัวถังด้านหน้าและด้านหลังเชื่อมต่อเป็นชิ้นเดียวกัน ในขณะที่ ดิฟฟิวเซอร์หลัง ฝาครอบเครื่อง และฝากระโปรงหน้า ถูกออกแบบให้ถอดออกได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน ไปจนถึงไฟหน้าซึ่งใช้ระบบการถอดประกอบที่รวดเร็ว ส่วนพื้นรถแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ สองส่วนด้านหน้าเพลาหน้า หนึ่งส่วนบริเวณกลางรถ และดิฟฟิวเซอร์หลังอันทรงพลัง โดยส่วนกลางได้รับการออกแบบให้สามารถเปลี่ยนได้เมื่อจำเป็น แม้ในขณะที่รถอยู่บนแม่แรงลมในช่องพิท

Temerario GT3 ใช้เครื่องยนต์เบนซิน V8 ความจุ 4.0 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบคู่ที่พัฒนาต่อยอดจากรุ่นถนน โดยมีการปรับแต่งระบบอัดอากาศใหม่ให้สอดคล้องกับข้อบังคับของคลาส GT3 ซึ่งห้ามใช้ระบบ Hybrid ในระบบขับเคลื่อน เครื่องยนต์ใช้ข้อเหวี่ยงแบบ flat-plane 180 องศา ก้านสูบทำจากไทเทเนียมเพื่อความแข็งแรงและลดน้ำหนัก รวมถึงท่อไอเสียที่พัฒนาเฉพาะโดย Capristo ให้พละกำลังสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 550 แรงม้า (ปรับตาม BoP หรือ Balance of Performance) ส่งกำลังผ่านเกียร์ 6 จังหวะแบบ transverse

ระบบส่งกำลังของรถยนต์ได้รับการพัฒนาโดยทีมวิศวกรฝ่ายวิจัยและพัฒนาของ Lamborghini โดยใช้การออกแบบสถาปัตยกรรมที่เน้นการเข้ากับกีฬามอเตอร์สปอร์ทตั้งแต่แนวคิดตั้งต้น รวมถึงแนวทางทางวิศวกรรมที่ทันสมัย เช่น เพลาข้อเหวี่ยงระนาบราบมุม 180° ระหว่างหมุดข้อเหวี่ยง โดยเป็นระบบเพลาข้อเหวี่ยงที่มักใช้ในเครื่องยนต์ของรถแข่ง จึงมั่นใจได้ถึงระบบพลศาสตร์ของไหลที่ดีที่สุด ทั้งยังให้ลำดับการจุดระเบิดที่สม่ำเสมอเมื่อเปรียบเทียบกับเพลาข้อเหวี่ยงแบบระนาบไขว้ รวมถึงเสียงคำรามอันน่าประทับใจ ในขณะที่ก้านสูบไทเทเนียมช่วยลดมวลการหมุนรอบแกน และยังมอบคุณสมบัติของวัสดุที่ดีเยี่ยม ทั้งในด้านความแข็งแรง และความเบา ช่วยลดน้ำหนักรถได้อีกทางหนึ่ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...