โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

นิกเกอิ ปิดตลาดบวก 148.97 จุด แรงหนุนหุ้นชิปปรับตัวสูง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 08 พ.ค. 2568 เวลา 16.39 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. 2568 เวลา 09.39 น.

ดัชนี นิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียวปิดบวกวันนี้ (8 พ.ค.) โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่ปรับตัวสูงขึ้นตามทิศทางของหุ้นกลุ่มเดียวกันในตลาดหุ้นสหรัฐฯ หลังมีรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังพิจารณาผ่อนคลายมาตรการควบคุมชิปที่ใช้ในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนี นิกเกอิ ปิดตลาดที่ระดับ 36,928.63 จุด เพิ่มขึ้น 148.97 จุด หรือ +0.41%

หุ้นที่ปรับตัวขึ้นนำโดยกลุ่มขนส่งทางทะเล กลุ่มบริการ และกลุ่มโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก

นอกจากนี้ นักลงทุนยังตอบรับเชิงบวกต่อรายงานข่าวอีกชิ้นที่ระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ อาจประกาศข้อตกลงทางการค้ากับสหราชอาณาจักร (UK) ภายในวันนี้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลสหรัฐฯ ได้บังคับใช้มาตรการภาษีศุลกากรในอัตราสูงกับหลายประเทศ

"เมื่อการเจรจาระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ มีความคืบหน้า ย่อมส่งผลให้นักลงทุนมีความหวังมากขึ้นว่า สหรัฐฯ อาจบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับประเทศอื่น ๆ ได้เช่นกัน ซึ่งปัจจัยนี้เองที่ช่วยหนุนให้ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้น" มากิ ซาวาดะ นักกลยุทธ์ในแผนกเนื้อหาการลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์โนมูระกล่าว

อย่างไรก็ตาม โบรกเกอร์ระบุว่า ตลาดยังคงได้รับแรงกดดันจากการขายทำกำไร ประกอบกับนักลงทุนบางส่วนรอดูความคืบหน้าของการเจรจาประเด็นภาษีศุลกากรระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ที่จะมีขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์นี้

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดบวกในวันนี้ (8 พ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการที่จีนออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่ รวมทั้งมุมมองบวกเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์นี้

ทั้งนี้ ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดที่ 3,352.00 จุด เพิ่มขึ้น 9.33 จุด หรือ +0.28%

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (7 พ.ค.) ธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศลดอัตราส่วนการกันสำรอง (RRR) สำหรับธนาคารพาณิชย์ลง 0.50% และปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.10% โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจ

ตลาดยังได้แรงหนุนจากการที่จีนยืนยันว่า เหอ หลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีของจีนจะพบปะกับสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งการเจรจาโดยตรงครั้งแรกนี้มีเป้าหมายเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ตึงเครียดด้านการค้า

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งขึ้นนำตลาด โดยหุ้น Eoptolink Technology ดีดตัวขึ้น 8.4%, หุ้น Avic Chengdu ทะยานขึ้น 13.7%, หุ้น Luxshare Precision พุ่งขึ้น 3.3% และหุ้น Zhongji Innolight พุ่งขึ้น 6%

ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่หกในวันนี้ (8 พ.ค.) ขานรับข่าวจีนและสหรัฐฯ เตรียมเจรจาการค้าในช่วงสุดสัปดาห์นี้ รวมถึงการที่ทางการจีนออกมาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจและปรับปรุงความเชื่อมั่นภาคเอกชน

ดัชนีฮั่งเส็งปิดที่ระดับ 22,775.92 จุด เพิ่มขึ้น 84.04 จุด หรือ +0.37%

ตลาดได้แรงหนุนจากการที่จีนยืนยันว่า เหอ หลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน เตรียมพบกับสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ โดยการเจรจาโดยตรงครั้งแรกนี้มีเป้าหมายเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ตึงเครียดด้านการค้าระหว่างสองชาติมหาอำนาจ

หุ้นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ Geely Automobile บวก 4.4% และหุ้น Li Auto พุ่งเกือบ 5% ส่วนหุ้น Meituan แพลตฟอร์มส่งอาหาร เพิ่มขึ้น 1.7%

ขณะที่หุ้นบริษัทผู้ผลิตชิป Semiconductor Manufacturing International Corporation (SMIC) ลบ 2.3% และบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ Baidu ร่วง 2.8%

ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่สามในวันนี้ (8 พ.ค.) โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นในกลุ่มแบตเตอรี่และค้าปลีก

ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) ปิดที่ 2,579.48 จุด เพิ่มขึ้น 5.68 จุด หรือ +0.22%

หุ้นกลุ่มแบตเตอรี่ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดย LG Energy Solution เพิ่มขึ้น 1.55% และหุ้น POSCO Future M ขยับขึ้น 3.1%

ส่วนในกลุ่มค้าปลีก หุ้น Shinsegae เครือห้างสรรพสินค้าชั้นนำของเกาหลีใต้ ขยับขึ้น 0.82% ขณะที่ Hyundai Department Store พุ่งขึ้น 5.08%

นอกจากนี้ หุ้น Samyang Food ผู้ผลิตบะหมี่สำเร็จรูปยักษ์ใหญ่ ก็ปรับตัวขึ้น 2.32% ขณะที่ Nongshim ขยับขึ้น 0.86%

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...