โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

How to เข้าวงการ Matcha แจกสูตรชงมัทฉะ ต้องซื้ออะไรบ้าง ราคาเท่าไร

SpringNews

อัพเดต 31 ก.ค. 2568 เวลา 03.33 น. • เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 09.00 น.

จากเครื่องดื่มที่เคยจำกัดอยู่ในแวดวงผู้ที่ชื่นชอบวัฒนธรรมญี่ปุ่นหรือกลุ่มคนรักสุขภาพโดยเฉพาะ

ปัจจุบัน 'มัทฉะ' ได้กลายเป็นกระแสหลักที่แทรกซึมเข้าไปในชีวิตประจำวันของผู้คนในวงกว้าง

คนไทยแห่โพสต์เครื่องดื่มมัทฉะ '5.2 ล้านครั้ง' ภายในระยะเวลาเพียงเดือนครึ่งในช่วงต้นปี 2568 ส่งผลให้คาเฟ่และร้านเครื่องดื่มหลายแห่งต้องเผชิญกับภาวะสินค้าขาดตลาดอย่างกะทันหัน

ตลาดมัทฉะทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง '4.67 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ' ในปี 2567 และคาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องในอัตราเฉลี่ยปีละกว่า 6%

แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากกระแสการดูแลสุขภาพทั่วโลก ผู้คนเริ่มหันมาใส่ใจในอาหารและเครื่องดื่มใหม่ๆที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย หรือที่เรียกว่า "Functional Food"

อยากชงมัทฉะที่บ้าน ต้องซื้ออุปกรณ์อะไรบ้าง?

  • ถ้วยชงมัทฉะ (Chawan) : ไม่ใช่ถ้วยชาทั่วไป แต่เป็นถ้วยที่มีลักษณะกว้างและแบนพอที่จะเอื้อให้การใช้แปรงตีชาทำได้สะดวกและมีประสิทธิภาพ
CREDIT : KARU
  • แปรงตีมัทฉะ (Chasen) : อุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้ ทำจากไม้ไผ่ซี่เล็กๆ จำนวนมาก (มีตั้งแต่ 60, 80, 100 ซี่ ไปจนถึง 120 ซี่) ซึ่งจำนวนซี่จะมีผลต่อความละเอียดของฟองชา ยิ่งซี่มากฟองจะยิ่งเนียนละเอียด
CREDIT : KARU
  • ช้อนตักชา (Chashaku) : ช้อนไม้ไผ่ลักษณะโค้งมน ใช้สำหรับตักและตวงผงมัทฉะ โดยทั่วไป 1-2 ช้อนชาชะคุ จะเท่ากับปริมาณมัทฉะสำหรับชง 1 ถ้วย
CREDIT : KARU
  • ที่วางแปรง (Kuse-naoshi) : ทำจากเซรามิก ใช้สำหรับวางแปรงตีชาหลังใช้งาน เพื่อช่วยรักษารูปทรงของซี่ไม้ไผ่ให้คงสภาพและใช้งานได้ยาวนานขึ้น
CREDIT : KARU
  • ตะแกรงร่อนชา (Chakoshi) : ตะแกรงตาถี่สำหรับร่อนผงมัทฉะก่อนชง เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่สำคัญมากเพื่อให้ได้ชาที่เนียนไร้ก้อน
CREDIT : KARU

ค่าอุปกรณ์ทั้งหมด ราคาเริ่มต้นประมาณ 500 - 800 บาท

วิธีชงมัทฉะที่ถูกต้อง ตามแบบฉบับ Usucha

  • ร่อนผงมัทฉะ (Sifting) : ใช้ผงมัทฉะประมาณ 2-3 กรัม (ประมาณ 1-2 ช้อนชา) ร่อนผ่านตะแกรงละเอียดลงในถ้วยชง (Chawan) เพื่อกำจัดเม็ดผงที่จับตัวเป็นก้อน จะช่วยให้มัทฉะละลายน้ำได้ง่ายและได้ฟองชาที่เนียนละเอียด
  • อุณหภูมิน้ำคือหัวใจ : ห้ามใช้น้ำเดือดจัด เพราะความร้อนสูงจะทำลายรสชาติอันละเอียดอ่อนของใบชา ทำให้เกิดรสขมและฝาด อุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุดคือ 70–80 องศาเซลเซียส เทน้ำร้อนประมาณ 60-70 มิลลิลิตรลงในถ้วย
  • เทคนิคการตีชา (Whisking) : การใช้แปรงตีมัทฉะหรือ "ฉะเซ็น" (Chasen) คือศิลปะสำคัญของการชง จับแปรงให้ตั้งตรงและตีชาอย่างรวดเร็วโดยใช้การสะบัดข้อมือ ไม่ใช่การคนเป็นวงกลม ให้ตีในลักษณะซิกแซกเป็นรูปตัวอักษร 'W' หรือ 'M' สลับกันไปมาประมาณ 15-20 วินาที จนผงชาละลายหมด และเกิดฟองละเอียดสีเขียวสวยงาม

หัวใจที่สำคัญที่สุดของการเข้าสู่วงการมัทฉะคือการเลือก "ผงมัทฉะ" ให้ถูกต้องตามวัตถุประสงค์การใช้งาน การเลือกผิดเกรดอาจทำให้ประสบการณ์ครั้งแรกไม่น่าประทับใจได้ โดยทั่วไปในตลาดผู้บริโภค เราสามารถแบ่งเกรดของมัทฉะออกเป็น 3 ระดับหลักๆ

CREDIT : KARU

ผงมัทฉะ มีกี่เกรด ราคาเท่าไรบ้าง?

เกรดพิธี (Ceremonial) : ชงดื่มกับน้ำเปล่าแบบดั้งเดิม (อุสุฉะ, โคอิฉะ) เพื่อสัมผัสรสชาติที่แท้จริงรสอูมามิ (Umami) สูง, หวานละมุนตามธรรมชาติ, ขมน้อยหรือไม่ขมเลย ราคาประมาณ 800 - 5,000+ บาท

เกรดลาเต้/พรีเมียม (Latte/Premium) : ชงผสมนมเป็นมัทฉะลาเต้ หรือเครื่องดื่มต่างๆ ที่ต้องการรสชาติมัทฉะที่ชัดเจนรสชาติเข้มข้น, กลิ่นหอมชัดเจนพอที่จะไม่โดนกลิ่นนมกลบ ราคาประมาณ 400 - 750 บาท

เกรดทำอาหาร/เบเกอรี (Culinary/Baking) : ใช้เป็นส่วนผสมในการทำขนม, เบเกอรี, ไอศกรีม, สมูทตี้ หรือปรุงอาหารรสขมและฝาดนำ, กลิ่นชาเข้มเขียวอมเหลือง, สีไม่สดใส ราคาประมาณ 150 - 350 บาท

นอกเหนือจาก 'รสชาติ' ที่เป็นเอกลักษณ์และวัฒนธรรมอันลึกซึ้งแล้ว เหตุผลสำคัญที่ทำให้มัทฉะกลายเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมของคนยุคใหม่คือคุณประโยชน์ต่อสุขภาพที่ได้รับการยอมรับและมีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์รองรับอย่างกว้างขวาง

ประโยชน์จากการ 'ดื่มมัทฉะ' ที่มากกว่า 'ความอร่อย'

L-Theanine (แอล-ธีอะนีน) : เป็นกรดอะมิโนที่พบได้มากในชาเขียว โดยเฉพาะมัทฉะที่ปลูกในที่ร่มซึ่งช่วยเพิ่มปริมาณสารนี้ L-theanine มีคุณสมบัติในการกระตุ้นคลื่นอัลฟ่า (Alpha waves) ในสมอง ซึ่งเป็นคลื่นที่เกี่ยวข้องกับสภาวะจิตใจที่ผ่อนคลายและมีสมาธิ

Caffeine (คาเฟอีน) : มัทฉะมีคาเฟอีนในปริมาณที่สูงกว่าชาเขียวทั่วไป (ประมาณ 19-44 มิลลิกรัมต่อกรัม) ช่วยให้ร่างกายตื่นตัวและมีสมาธิ

CREDIT : KARU

ความพิเศษอยู่ที่ L-theanine จะเข้าไปปรับการทำงานของคาเฟอีน ทำให้คาเฟอีนถูกปลดปล่อยเข้าสู่ร่างกายอย่างช้าๆ และสม่ำเสมอ

ผลลัพธ์คือการได้รับพลังงานที่ยาวนานและคงที่ โดยไม่เกิดอาการใจสั่น กระวนกระวาย หรือภาวะ "พลังงานตก" อย่างรวดเร็วเหมือนที่มักพบในการ 'ดื่ม กาแฟ'

งานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่า EGCG เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยปกป้องเซลล์จากการถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบในร่างกาย และอาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด และมะเร็งบางชนิด

มีการประเมินว่าการดื่มมัทฉะหนึ่งถ้วยอาจให้สารต้านอนุมูลอิสระเทียบเท่ากับการดื่มชาเขียวทั่วไปถึง '10 ถ้วย'

ที่มา : matchasource, Healthline, bangkokbiznews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...