โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“จีน” ห่วงสถานการณ์ ชายแดนไทย-กัมพูชา ทวีความรุนแรง ย้ำทั้งสองชาติเป็นเพื่อนบ้านที่ดีกับจีน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 24 ก.ค. 2568 เวลา 16.10 น. • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2568 เวลา 09.10 น.

"จีน" ห่วงสถานการณ์ ชายแดนไทย-กัมพูชา ทวีความรุนแรง ย้ำทั้งสองชาติเป็นเพื่อนบ้านที่ดีกับจีน หวังทั้งสองฝ่ายจะสามารถแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจาและปรึกษาหารือกันได้

วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 เวลา 15.42 น. สำนักข่าว Global Times รายงานว่า นายกัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยระบุว่า ประเทศไทยและกัมพูชาต่างก็เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีความสัมพันธ์อันดีต่อจีน และเป็นสมาชิกที่สำคัญของอาเซียน การรักษาความสัมพันธ์ฉันท์มิตรกับเพื่อนบ้าน และการจัดการความแตกต่างอย่างเหมาะสม ถือเป็นผลประโยชน์พื้นฐานและระยะยาวของทั้งสองฝ่าย

เขายังกล่าวด้วยว่าจีนมีความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในขณะนี้ และหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจาและปรึกษาหารือกันได้ ด้วยผลประโยชน์ร่วมกันและความต้องการของประเทศในภูมิภาค จีนในฐานะผู้ยึดมั่นในจุดยืนที่ยุติธรรมและเป็นกลาง ได้มีบทบาทและจะยังคงมีบทบาทอย่างสร้างสรรค์ในการส่งเสริมการเจรจาและการคลี่คลายสถานการณ์ตามแนวทางของตน

ในวันเดียวกัน ไทยและกัมพูชาได้มีการยิงตอบโต้กันตามแนวชายแดนที่ทั้งสองประเทศมีข้อพิพาทกันมาอย่างยาวนาน โดยตามรายงานของ AFP ทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหาว่าอีกฝ่ายเป็นผู้เริ่มยิงก่อน ซึ่งนับเป็นความขัดแย้งรอบล่าสุดที่มีต้นตอมาจากข้อพิพาทเรื่องเขตแดนใกล้บริเวณวัดโบราณสองแห่ง

อ้างอิง : www.globaltimes.cn

[อัปเดทสถานการณ์ล่าสุด

หลังกัมพูชาเปิดฉากยิงเข้าไทย ที่ปราสาทตาเมือนธม](https://moneyandbanking.co.th/2025/186198/)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...