โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

สรุปโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 วงเงิน 1.15 แสนล้านบาท คาดกระตุ้น GDP ได้ 0.4% เพิ่มการจ้างงาน 7.4 ล้านคน

THE STANDARD

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 13.06 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 13.06 น. • thestandard.co
สรุปโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 วงเงิน 1.15 แสนล้านบาท คาดกระตุ้น GDP ได้ 0.4% เพิ่มการจ้างงาน 7.4 ล้านคน

สรุปโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 วงเงิน 115,000 ล้านบาท คาดกระตุ้นเศรษฐกิจได้ 0.4% เพิ่มการจ้างงาน 7.4 ล้านคน พบว่า 73% ของเม็ดเงินไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนที่เหลือไปช่วยผลกระทบภาคการส่งออก เพิ่มผลิตภาพ และดิจิทัล ไปจนถึงภาคการท่องเที่ยว

พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2568 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบข้อเสนอโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจตามแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้กรอบวงเงิน 157,000 ล้านบาท โดยมีโครงการผ่านการพิจารณาวงเงิน 115,375 ล้านบาท

วงเงินที่ผ่านการพิจารณาสามารถแบ่งออกไปใช้จ่ายในโครงการ 4 ประเภทหลัก ได้แก่

  • ด้านโครงสร้างพื้นฐานวงเงินรวม 85,000 ล้านบาท (กว่า 73%) ซึ่งรวมทั้ง โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำและโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม
  • ด้านการท่องเที่ยววงเงินรวม 10,053 ล้านบาท (ราว 8.7%)
  • ด้านลดผลกระทบภาคการส่งออก เพิ่มผลิตภาพ และดิจิทัลวงเงินรวม 11,122 ล้านบาท (ราว 9.6%)
  • ด้านเศรษฐกิจชุมชนและอื่นๆจำนวน 9,201 ล้านบาท (ราว 7.9%)

คาดกระตุ้นเศรษฐกิจได้ 0.4% เพิ่มการจ้างงาน 7.4 ล้านคน

พิชัยยังระบุด้วยว่า เม็ดเงิน 115,375 ล้านบาทจะส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.4% ควบคู่ไปกับการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจผ่านการลงทุนในทุนมนุษย์และการปรับปรุงกฎเกณฑ์ต่างๆ ให้เอื้อต่อการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพิ่มผลิตภาพแรงงาน และวางรากฐานการพัฒนาประเทศในระยะยาว

รวมทั้งจะสนับสนุนให้เกิดการจ้างงานไม่น้อยกว่า 7.4 ล้านคน วงเงินการจ้างงาน 34,008 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 30% ของของเม็ดเงินรวมที่จะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ 115,375 ล้านบาท

“แผนการขับเคลื่อนฯ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยการเร่งรัดการใช้จ่ายผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถดำเนินการได้ทันที ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการจ้างงาน กระจายรายได้ และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียน ในระบบเศรษฐกิจ”

พิชัยย้ำว่าการอนุมัติข้อเสนอโครงการฯ เป็นการอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณเท่านั้น ในขั้นตอนการขอรับ
การจัดสรร และการเบิกจ่ายงบประมาณ จะต้องมีการตรวจสอบโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เม็ดเงินกระจายไปจังหวัดเล็ก-รายได้ต่อหัวต่ำ

พิชัยกล่าวอีกว่า เม็ดเงินที่ผ่านการพิจารณากระจายไปยังภูมิภาคที่มีรายได้ต่อหัวต่ำในสัดส่วนที่สูงกว่าพื้นที่อื่น โดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะที่ภาคตะวันออก กรุงเทพฯ และภาคกลาง ซึ่งมีรายได้ต่อหัวสูง จะมีการกระจายวงเงินงบประมาณในสัดส่วนที่น้อยกว่า

โดยจังหวัดที่มีขนาดเศรษฐกิจเล็กได้รับวงเงินที่ผ่านการพิจารณามากกว่าจังหวัดที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่า ทำให้เกิดผลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจมากกว่า

นอกจากนี้การกระจายวงเงินงบประมาณมีความทั่วถึงทั้งในระดับจังหวัดและอำเภอ ทุกพื้นที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะด้านน้ำและด้านคมนาคม ถือเป็นการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะกลางถึงระยะยาว

ส่วนเม็ดเงินที่ลงทุนสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง ก่อให้เกิดผลเชื่อมโยงไปยังสาขาเศรษฐกิจต้นน้ำและปลายน้ำ (Forward และ Backward Linkage) เช่น สาขาก่อสร้าง สาขาค้าปลีกค้าส่ง สาขาการเงิน และบริการอื่นๆ เป็นต้น

ทั้งนี้ ในระยะต่อไปคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจจะติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด และจะพิจารณากำหนดนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จำเป็นและเหมาะสม เพื่อรองรับสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจต่อไป

โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...