IHLลูกค้าออเดอร์แน่น เล็งรุกตลาดรองเท้ากีฬา
#IHL #ทันหุ้น – IHL แย้มผลงานไตรมาส 2/2568 ยังทรงตัวใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน หลังลูกค้าเริ่มกลับมาสต๊อกสินค้าอีกครั้ง หนุนออเดอร์เพิ่มขึ้น รวมถึงบริษัทยังมีฐานการผลิตในหลายประเทศช่วยลดผลกระทบทางภาษีของสหรัฐ พร้อมเบนเข็มรุกตลาดรองเท้ากีฬาต่อยอด คาดจะเห็นการเติบโตในไตรมาส 3/2569 ในส่วนธุรกิจเบาะรถยนต์ยังมีการเติบโตที่ดี คงเป้าหมายรายได้รวมปี 2568 ไว้ที่ 15-20%
นายวศิน ดำรงสกุลวงษ์ กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บริษัท อินเตอร์ไฮด์ จำกัด (มหาชน) หรือ IHL ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายหนังสำหรับเบาะรถยนต์ หัวเกียร์ มาลัย รวมถึงทำผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์ รองเท้า เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2568ยังทรงตัวใกล้เคียงกับไตรมาส 1/2568เนื่องจากได้รับผลกระทบจากเรื่องกำแพงภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ
ส่งผลให้ยอดขายลดลงเล็กน้อยจากการช่วยเหลือเรื่องต้นทุนของลูกค้า โดยการลดราคาในส่วนของธุรกิจราคารองเท้าลง รวมถึงลดการสต๊อกสินค้าลง เพราะกังวลว่าหากภาษีมีการเปลี่ยนแปลง อาจต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนเกิน
*ออเดอร์เริ่มฟื้นตัว
ขณะเดียวกันบริษัทมีฐานการผลิตรองเท้าทั้งในประเทศจีน เวียดนาม อินโดนีเซีย อินเดีย รวมถึงไทย ซึ่งกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัท คือ แบรนด์สินค้ารายใหญ่จากสหรัฐ และยุโรป ยกตัวอย่างเช่น Nike, Adidas, New Balance ทำให้ลูกค้าสามารถใช้ประโยชน์จากฐานการผลิตที่หลากหลายของบริษัทในการวางกลยุทธ์เพื่อรับมือกับกำแพงภาษีของสหรัฐ
ทั้งนี้ปัจจุบันคำสั่งซื้อเริ่มกลับมาทยอยเข้ามากขึ้น และลูกค้าเริ่มมีแนวโน้มที่จะเร่งสต๊อกสินค้าอีกครั้ง เนื่องจากสถานการณ์ภาษีเริ่มนิ่งขึ้น และลูกค้ารู้สึกมั่นใจว่าคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงภาษีที่รุนแรง กำลังการผลิตโดยรวมเพียงพอต่อการรับออเดอร์โดยปัจจุบันบริษัทใช้กำลังการผลิตรวมเกือบ 80% ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย และพร้อมรับคำสั่งซื้อที่พีคขึ้นมาได้ โดยมีนโยบายให้ใช้ได้ไม่เกิน 90% หากเกินติดต่อกันเป็นระยะเวลาหลายเดือนเมื่อไหร่ จึงจะพิจารณาการขยายกำลังการผลิตเพิ่มเติม
*รุกตลาดรองเท้ากีฬา
โดยบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจรับจ้างผลิตรองเท้าอยู่ที่ประมาณ 55%ซึ่งจะไม่เน้นเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อหวังยอดขายที่เพิ่มขึ้น และพยายามหาออเดอร์ที่เป็นฤดูกาลอื่นมาเติมเต็มช่วงที่ออเดอร์ต่ำ เพื่อใช้กำลังการผลิตให้เต็มที่ โดยได้วางแผนที่จะเข้าไปเจาะกลุ่มตลาดรองเท้ากีฬา เช่น Sneakers, Basketball Shoes
ซึ่งมีสัดส่วนการผลิตที่น้อยมากและเป็นส่วนที่บริษัทยังไม่แข็งแรงในแง่ของปริมาณคำสั่งซื้อ เพราะปกติจะเน้นผลิตกลุ่มสินค้ารองเท้าไลฟ์สไตล์ และรองเท้า Outdoor Tracking เนื่องจากรองเท้ากีฬาเป็นสินค้าที่มีความต้องการสูง และต้องผลิตแบบปริมาณมาก แต่มีราคาต่อคู่ไม่สูงมาก และต้องมีความแม่นยำในการผลิตสูงมาก
ซึ่งบริษัทต้องใช้เวลาเตรียมตัวประมาณ 1 ปี และเริ่มได้รับสินค้าตัวอย่างจากลูกค้าแล้ว คาดว่าทุกอย่างเสร็จสิ้นประมาณไตรมาส 3/2569ซึ่งจะเห็นยอดขายจากกลุ่มรองเท้ากีฬาเพิ่มขึ้นในปีนี้ โดยการเติบโตนี้จะส่งผลดีทั้งต่อรายได้และกำไร เนื่องจากปริมาณที่เพิ่มขึ้นจะช่วยชดเชยค่าใช้จ่ายคงที่ได้ดีขึ้น
*คงเป้ารายได้โต 10%
ในส่วนธุรกิจรับจ้างผลิตหนังสำหรับเบาะรถยนต์ มีสัดส่วนรายได้อยู่ที่ประมาณ 45% ชิ้นส่วนรถยนต์ยังคงดูดี มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเนื่องจากการฟื้นตัวของการซื้อรถ จากตัวเลขการส่งออกของรถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ ในเดือนพฤษภาคม 2568 กลับมาขยายตัว 15%
อย่างไรก็ดีบริษัทยังสามารถควบคุมต้นทุนได้ดี ทำให้มีกำไรค่อนข้างดี และไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากเรื่องกำแพงภาษี เนื่องจากรถยนต์ส่วนใหญ่ที่ผลิตในไทยจะส่งและใช้ภายในเอเชีย ไม่ค่อยส่งไปที่สหรัฐ ดังนั้นบริษัทยังคงเป้าหมายรายได้รวมของปีนี้ไว้ที่ 15-20% หรือ 3,000 ล้านบาท หากสถานการณ์เรื่องกำแพงภาษีเริ่มดีขึ้น