โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

กมธ.ต่างประเทศ ประณามกัมพูชา ชกใต้เข็มขัด หนุนรัฐบาลเจรจาผ่านกรอบทวิภาคี

Khaosod

อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 08.31 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 08.25 น.
กมธ.ต่างประเทศ ประณามกัมพูชา ชกใต้เข็มขัด หนุนรัฐบาลเจรจาผ่านกรอบทวิภาคี

กมธ.ต่างประเทศ ประณามกัมพูชา ชกใต้เข็มขัด ทำเสียเสถียรภาพการเมือง-ความมั่นคงไทย ลั่นเป็นจุดแตกหัก 2 ประเทศที่ต้องจารึก หนุนรัฐบาลเจรจาอย่างสันติผ่านกรอบทวิภาคี

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 25 มิ.ย.2568 ที่รัฐสภา น.ส.สรัสนันท์ อรรณนพพร สส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุมว่า กมธ.ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาเข้ามาให้ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว ซึ่งได้ข้อสรุปว่าประเทศไทยมีความประสงค์ที่ชัดเจนคือต้องการเจรจาผ่านกรอบทวิภาคี ที่เราได้ดำเนินการไปคือการประชุม JBC

ขณะเดียวกันยังมีอีกหลายกรอบทวิภาคีที่เรามีความตั้งใจอยากเห็นการดำเนินงานจากตัวแทนของทั้ง 2 ประเทศ ไม่ว่าจะผ่านกรอบ RBC หรือ GBC ที่อยู่ในระดับกระทรวงกลาโหมที่ในส่วนของคณะทำงานด้านความมั่นคงอยากใช้กรอบนี้คลี่คลายปัญหาดังกล่าว โดยยึดหลักความปลอดภัยอธิปไตยทั้งสองประเทศเป็นที่ตั้ง โดยเฉพาะความปลอดภัยของประชาชนที่อาศัยอยู่ชายแดนทั้งสองประเทศ

น.ส.สรัสนันท์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาเราเห็นว่าฝั่งของกัมพูชามีความยั่วยุใช้หลากหลายยุทธวิธีที่จะทำให้เกิดความร้าวฉาน ไม่ว่าจะเป็นนำคนเข้ามาเที่ยวในพื้นที่ที่เป็นข้อพิพาท ร้องเพลงชาติตามปราสาทต่างๆ การวางแนวระเบิดที่เคยปรากฏเป็นข่าว รวมถึงการวางกำลังรุกล้ำเข้ามาในเขตพื้นที่ที่ไม่ควรจะเกิด

โดยประเทศไทยเน้นย้ำเสมอว่า สุดท้ายจะต้องมีการเจรจาอย่างสันติ เพราะไทยกับกัมพูชาไม่สามารถห่างออกจากกันได้ ชาตินี้ชาติหน้าก็ต้องอยู่เป็นเพื่อนกัน ฉะนั้น แนวทางที่ดีที่สุดคือ ต้องกลับมาที่โต๊ะเจรจา และจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทั้ง 2 ฝ่าย และเพื่อให้คนไทยมีความสบายใจ กองทัพพร้อมปฏิบัติการในทุกรูปแบบ แต่ขอเป็นสิ่งสุดท้ายที่จะเกิดขึ้น

น.ส.สรัสนันท์ กล่าวด้วยว่า สิ่งที่เกิดขึ้นตามแนวขอบชายแดน ไม่ใช่มีแค่การขู่ว่าจะเกิดการปะทะกัน แต่ยังมีสงครามจิตวิทยาที่เกิดขึ้นผ่านการสื่อสารผ่านช่องทางต่างๆ การยั่วยุต่างๆ มีสงครามการเมืองระหว่างประเทศที่เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการสื่อสารของฝ่ายการเมืองฝั่งกัมพูชาที่แสดงความเห็นอย่างสุดโต่ง ส่อให้เห็นถึงเจตนารมณ์ที่ไม่ประสงค์จะเข้าสู่กระบวนการการพูดคุยอย่างเป็นวิถีสากล

กมธ.มองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เป็นการแทรกแซงการเมืองภายในของไทยอย่างชัดเจน โดยหน่วยงานที่เข้าให้ความเห็น มองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคำถามคือผู้นำกัมพูชาต้องการอะไร ซึ่งมองได้ว่าเป็นผลประโยชน์ภายในการเมืองโดยเฉพาะการเลือกตั้งท้องถิ่นของกัมพูชาที่จะเกิดขึ้นในปี 2570

อีกทั้งยังไม่ต้องการสร้างสัมพันธ์ภาพในเชิงบวกกับไทย แต่เป็นผลประโยชน์ของกลุ่มคนที่ยอมสละผลประโยชน์ของประเทศตนเอง ยอมสละมิตรประเทศที่คอยช่วยเหลือ เกื้อหนุนกันมาตลอด ไม่ว่าจะทุกข์ยากอย่างไร ไทยก็คอยช่วยเพื่อนบ้านตลอดมา

เราขอสนับสนุนแนวทางรัฐบาล กระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงให้การสนับสนุนและส่งกำลังใจให้หน่วยความมั่นคง ที่ใช้ความยับยั้งชั่งใจ ความอดทนอย่างเต็มที่ ในวันที่เราจะต้องต่อกรกับประเทศที่ไม่มีมารยาท ที่ไม่มีเจตนารมณ์ที่อยากทำให้ความสันติของทั้งสองประเทศกลับคืนสู่แนวชายแดน รวมถึงระยะยาวที่ความสัมพันธ์ของเราสามารถผลิดอกออกผลได้

“โดยเฉพาะการชกใต้เข็มขัด ที่ฝั่งกัมพูชาได้ริเริ่มโดยเฉพาะผู้นำหลายๆ คน ดิฉันขอประณามการกระทำต่างๆ ที่กัมพูชาได้ทำและส่งผลต่อเสถียรภาพการเมืองและความมั่นคงของไทย ซึ่งมีความละเอียดอ่อน ได้ทำลายความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศที่ได้ร่วมสร้างและฟันฝ่าอุปสรรค ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก ครั้งนี้เป็นจุดหักที่ต้องจารึกไว้อีกครั้ง และมั่นใจว่าบทบาทที่กัมพูชาได้ดำเนินในวันนี้จะส่งผลกระทบไปหาเขา ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมแน่นอน” น.ส.สรัสนันท์ กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กมธ.ต่างประเทศ ประณามกัมพูชา ชกใต้เข็มขัด หนุนรัฐบาลเจรจาผ่านกรอบทวิภาคี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...