โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

เจาะลึกสาเหตุ “โรคนอนไม่หลับ” อันตรายและวิธีรักษาให้หายขาด

PPTV HD 36

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 08.43 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 21.00 น.
ภาวะนอนไม่หลับคืออาการหลับยาก ตื่นบ่อย ส่งผลให้พักผ่อนไม่เพียงพอ เกิดจากร่างกาย จิตใจ สิ่งแวดล้อม ควรปรับพฤติกรรม หากเป็นเรื้อรังควรพบแพทย์

ภาวะนอนไม่หลับ (Insomnia) คือ ภาวะที่คุณภาพการนอนลดลง มักเกิดจากอาการนอนไม่หลับ หลับยาก หลับไม่สนิท หรือตื่นเร็วกว่าปกติ รู้สึกว่านอนหลับไม่เพียงพอ แบ่งตามชนิดได้เป็น 3 กลุ่มอาการ คือ

  • การหลับยาก การใช้เวลาในการหลับนาน ต้องใช้ความพยายามมากกว่าปกติ ในบางรายอาจเป็นชั่วโมงหรือมากกว่านั้น นับตั้งแต่หัวถึงหมอน
  • การตื่นบ่อยกลางดึก การหลับได้ไม่สนิท จะหลับ ๆ ตื่น ๆ ตลอดคืน เมื่อตื่นกลางดึก มักหลับต่อยาก
  • การตื่นเร็วกว่าปกติ หมายถึง การตื่นเช้าเกินไป เช่น เร็วกว่าปกติ 2-3 ชั่วโมง จนเวลานอนไม่เพียงพอ

ไขข้อสงสัย อาการนอนไม่หลับ รุนแรงแค่ไหนควรพบจิตแพทย์

นอนไม่หลับบ่อยร่างพัง สุขภาพจิตทรุด แนะพบแพทย์รู้สาเหตุแก้ปัญหาตรงจุด

ภาวะการนอนไม่หลับเกิดขึ้นบ่อยและนานเกินไป เช่น เกิดขึ้น 3 วันต่อสัปดาห์ และนานเกิน 3 เดือน จะเข้าข่ายการเป็นโรคนอนไม่หลับ

สาเหตุของโรคนอนไม่หลับ

  • สาเหตุทางกาย เช่น ความเจ็บป่วยจากอาการหรือโรคต่าง ๆ ที่ทำให้ไม่สบายตัว เช่น อาการปวดตามบริเวณต่าง ๆ ในร่างกาย อาการหอบเหนื่อย กรดไหลย้อน ที่ส่งผลให้หลับยาก หรือหลับไม่สนิท ส่งผลต่อคุณภาพของการนอนหลับได้
  • สาเหตุทางจิตใจ เช่น ความเครียด ความวิตกกังวลทั่วไป หรือ โรคจิตเวชต่าง ๆ ก็พบปัญหาการนอนได้บ่อย
  • ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม เช่น มีเสียงรบกวน ห้องนอนสว่างเกินไป ร้อนหรือหนาวเกินไป
  • การนอนที่ไม่ถูกสุขลักษณะ เช่น ชอบเล่นเกม ใช้โทรศัพท์ สมาร์ทโฟน หรือออกกำลังกายหนักก่อนนอน การรับประทานเครื่องดื่มที่มีสารกระตุ้นคาเฟอีนก่อนเข้านอน

อันตรายจากโรคนอนไม่หลับมีอะไรบ้าง

  • ร่างกายรู้สึกอ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรงตลอดวัน ภูมิคุ้มกันของการร่างกายตกลง
  • จิตใจไม่สดชื่นแจ่มใส หงุดหงิดง่าย เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคทางจิตเวช หรืออาจจะทำให้โรคเดิมมีอาการกำเริบ
  • ปริชานหรือความสามารถของสมอง มึนงง ไม่ตื่นตัว คิดช้า ตัดสินใจผิดพลาด
  • ไม่มีสมาธิในการทำงาน หรือเรียนหนังสือ ความจำไม่ดี

วิธีป้องกัน และปรับพฤติกรรมการนอน

การปรับพฤติกรรมการนอน เพื่อให้มีสุขภาวการณ์นอนที่ดี สามารถทำได้เองแม้ว่าอาการนอนไม่หลับอาจเป็นไม่มาก หรือการดูแลพฤติกรรมเช่นนี้ จะเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการนอนที่เรื้อรังได้

  • เข้านอนและตื่นนอนเวลาเดิม หรือใกล้เคียงเดิมทุกวัน ถึงแม้จะเป็นวันหยุดก็ตาม
  • เข้านอนบนเตียงนอนเมื่อใกล้เวลานอนหลับ ไม่ทำกิจกรรมอื่น เช่น ดูหนัง ละคร ทำงานบนเตียง
  • หลีกเลี่ยงการงีบในช่วงกลางวันหรืองีบให้น้อยที่สุด และไม่ควรงีบหลังจากบ่าย 3 โมง
  • พยายามฝึกความคิด ปล่อยวาง ลดความเครียดก่อนนอน
  • หลีกเลี่ยงการเสพข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดความเครียด และวิตกกังวลก่อนนอน และเลี่ยงการดูหน้าจอ (เลี่ยงแสง blue light) ก่อนนอน 1-2 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก หรือรับประทานอาการมื้อหนักใกล้เวลานอน
  • หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่กระตุ้นให้ประสาทตื่นตัวหลังมื้อเที่ยง เช่น กาแฟหรือชา

นอนไม่หลับ แบบไหนควรพบแพทย์

อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น หากอาการนอนไม่หลับเป็นเรื้อรังจนเข้าเกณฑ์การเป็นโรคนอนไม่หลับ หรือรู้สึกว่าปัญหาการนอน มีที่ท่านได้พยายามดูแลตัวเองแล้วยังไม่ดีขึ้น และยังกระทบต่อการทำงาน หรือชีวิตประจำวัน มีอาการง่วงผิดปกติในระหว่างวันอยู่ ควรรีบปรึกษาแพทย์

วิธีการรักษาโรคนอนไม่หลับ

วิธีการรักษาโรคนอนไม่หลับ ในเบื้องต้นจะมีการตรวจวินิจฉัยโรค และแยกโรคที่มีความคล้ายคลึงกัน แพทย์ทำการซักประวัติเกี่ยวกับการนอนหลับ , สภาวะร่างกายและจิตใจ ร่วมถึงการประเมินสาเหตุอื่น ผู้ป่วยอาจมีการบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับการหลับของตน เช่น เวลาเข้านอน เวลาที่น่าจะหลับจริง เวลาตื่น เป็นต้น เพื่อประกอบการวิเคราะห์ของแพทย์ ผู้ป่วยบางรายอาจได้รับการส่งตรวจ เพื่อค้นหาสาเหตุของอาการนอนไม่หลับอื่น เช่น การตรวจคุณภาพการนอนหลับด้วยเครื่อง Polysomnography (PSG) หรือ Sleep Test เพื่อแยกลักษณะการนอนเวลาหลับที่ผิดปกติ หรือภาวะที่เกิดขณะหลับ เช่นการนอนกรนและการหยุดหายใจขณะหลับ

แนวการรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุอาการนอนไม่หลับของผู้ป่วยแต่ละบุคคล หากเกิดจากโรคทางจิตเวช เช่น โรคซึมเศร้า โรคไบโพล่าร์ โรควิตกกังวล แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ยารักษาโรค ร่วมกับยาที่ช่วยให้นอนหลับ และการปรับสุขอนามัยในการนอนที่อาจยังเป็นปัญหา

ภาวะนอนไม่หลับ เป็นอาการที่ไม่ควรละเลย หากมีอาการติดต่อกันนาน ๆ จนกระทบต่อการใช้ชีวิต ส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกาย และจิตใจ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง พร้อมวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม ผู้ป่วยไม่ควรเสี่ยงซื้อยามารับประทานเอง เพราะยาอาจไม่เหมาะกับสภาวะ หรือโรคที่ผู้ป่วยเป็น และอาจได้รับผลข้างเคียงจากยาโดยที่ผู้ป่วยไม่ทราบล่วงหน้า

ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท 3

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...