เจาะลึกสาเหตุ “โรคนอนไม่หลับ” อันตรายและวิธีรักษาให้หายขาด
ภาวะนอนไม่หลับ (Insomnia) คือ ภาวะที่คุณภาพการนอนลดลง มักเกิดจากอาการนอนไม่หลับ หลับยาก หลับไม่สนิท หรือตื่นเร็วกว่าปกติ รู้สึกว่านอนหลับไม่เพียงพอ แบ่งตามชนิดได้เป็น 3 กลุ่มอาการ คือ
- การหลับยาก การใช้เวลาในการหลับนาน ต้องใช้ความพยายามมากกว่าปกติ ในบางรายอาจเป็นชั่วโมงหรือมากกว่านั้น นับตั้งแต่หัวถึงหมอน
- การตื่นบ่อยกลางดึก การหลับได้ไม่สนิท จะหลับ ๆ ตื่น ๆ ตลอดคืน เมื่อตื่นกลางดึก มักหลับต่อยาก
- การตื่นเร็วกว่าปกติ หมายถึง การตื่นเช้าเกินไป เช่น เร็วกว่าปกติ 2-3 ชั่วโมง จนเวลานอนไม่เพียงพอ
ไขข้อสงสัย อาการนอนไม่หลับ รุนแรงแค่ไหนควรพบจิตแพทย์
นอนไม่หลับบ่อยร่างพัง สุขภาพจิตทรุด แนะพบแพทย์รู้สาเหตุแก้ปัญหาตรงจุด
ภาวะการนอนไม่หลับเกิดขึ้นบ่อยและนานเกินไป เช่น เกิดขึ้น 3 วันต่อสัปดาห์ และนานเกิน 3 เดือน จะเข้าข่ายการเป็นโรคนอนไม่หลับ
สาเหตุของโรคนอนไม่หลับ
- สาเหตุทางกาย เช่น ความเจ็บป่วยจากอาการหรือโรคต่าง ๆ ที่ทำให้ไม่สบายตัว เช่น อาการปวดตามบริเวณต่าง ๆ ในร่างกาย อาการหอบเหนื่อย กรดไหลย้อน ที่ส่งผลให้หลับยาก หรือหลับไม่สนิท ส่งผลต่อคุณภาพของการนอนหลับได้
- สาเหตุทางจิตใจ เช่น ความเครียด ความวิตกกังวลทั่วไป หรือ โรคจิตเวชต่าง ๆ ก็พบปัญหาการนอนได้บ่อย
- ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม เช่น มีเสียงรบกวน ห้องนอนสว่างเกินไป ร้อนหรือหนาวเกินไป
- การนอนที่ไม่ถูกสุขลักษณะ เช่น ชอบเล่นเกม ใช้โทรศัพท์ สมาร์ทโฟน หรือออกกำลังกายหนักก่อนนอน การรับประทานเครื่องดื่มที่มีสารกระตุ้นคาเฟอีนก่อนเข้านอน
อันตรายจากโรคนอนไม่หลับมีอะไรบ้าง
- ร่างกายรู้สึกอ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรงตลอดวัน ภูมิคุ้มกันของการร่างกายตกลง
- จิตใจไม่สดชื่นแจ่มใส หงุดหงิดง่าย เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคทางจิตเวช หรืออาจจะทำให้โรคเดิมมีอาการกำเริบ
- ปริชานหรือความสามารถของสมอง มึนงง ไม่ตื่นตัว คิดช้า ตัดสินใจผิดพลาด
- ไม่มีสมาธิในการทำงาน หรือเรียนหนังสือ ความจำไม่ดี
วิธีป้องกัน และปรับพฤติกรรมการนอน
การปรับพฤติกรรมการนอน เพื่อให้มีสุขภาวการณ์นอนที่ดี สามารถทำได้เองแม้ว่าอาการนอนไม่หลับอาจเป็นไม่มาก หรือการดูแลพฤติกรรมเช่นนี้ จะเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการนอนที่เรื้อรังได้
- เข้านอนและตื่นนอนเวลาเดิม หรือใกล้เคียงเดิมทุกวัน ถึงแม้จะเป็นวันหยุดก็ตาม
- เข้านอนบนเตียงนอนเมื่อใกล้เวลานอนหลับ ไม่ทำกิจกรรมอื่น เช่น ดูหนัง ละคร ทำงานบนเตียง
- หลีกเลี่ยงการงีบในช่วงกลางวันหรืองีบให้น้อยที่สุด และไม่ควรงีบหลังจากบ่าย 3 โมง
- พยายามฝึกความคิด ปล่อยวาง ลดความเครียดก่อนนอน
- หลีกเลี่ยงการเสพข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดความเครียด และวิตกกังวลก่อนนอน และเลี่ยงการดูหน้าจอ (เลี่ยงแสง blue light) ก่อนนอน 1-2 ชั่วโมง
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก หรือรับประทานอาการมื้อหนักใกล้เวลานอน
- หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่กระตุ้นให้ประสาทตื่นตัวหลังมื้อเที่ยง เช่น กาแฟหรือชา
นอนไม่หลับ แบบไหนควรพบแพทย์
อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น หากอาการนอนไม่หลับเป็นเรื้อรังจนเข้าเกณฑ์การเป็นโรคนอนไม่หลับ หรือรู้สึกว่าปัญหาการนอน มีที่ท่านได้พยายามดูแลตัวเองแล้วยังไม่ดีขึ้น และยังกระทบต่อการทำงาน หรือชีวิตประจำวัน มีอาการง่วงผิดปกติในระหว่างวันอยู่ ควรรีบปรึกษาแพทย์
วิธีการรักษาโรคนอนไม่หลับ
วิธีการรักษาโรคนอนไม่หลับ ในเบื้องต้นจะมีการตรวจวินิจฉัยโรค และแยกโรคที่มีความคล้ายคลึงกัน แพทย์ทำการซักประวัติเกี่ยวกับการนอนหลับ , สภาวะร่างกายและจิตใจ ร่วมถึงการประเมินสาเหตุอื่น ผู้ป่วยอาจมีการบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับการหลับของตน เช่น เวลาเข้านอน เวลาที่น่าจะหลับจริง เวลาตื่น เป็นต้น เพื่อประกอบการวิเคราะห์ของแพทย์ ผู้ป่วยบางรายอาจได้รับการส่งตรวจ เพื่อค้นหาสาเหตุของอาการนอนไม่หลับอื่น เช่น การตรวจคุณภาพการนอนหลับด้วยเครื่อง Polysomnography (PSG) หรือ Sleep Test เพื่อแยกลักษณะการนอนเวลาหลับที่ผิดปกติ หรือภาวะที่เกิดขณะหลับ เช่นการนอนกรนและการหยุดหายใจขณะหลับ
แนวการรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุอาการนอนไม่หลับของผู้ป่วยแต่ละบุคคล หากเกิดจากโรคทางจิตเวช เช่น โรคซึมเศร้า โรคไบโพล่าร์ โรควิตกกังวล แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ยารักษาโรค ร่วมกับยาที่ช่วยให้นอนหลับ และการปรับสุขอนามัยในการนอนที่อาจยังเป็นปัญหา
ภาวะนอนไม่หลับ เป็นอาการที่ไม่ควรละเลย หากมีอาการติดต่อกันนาน ๆ จนกระทบต่อการใช้ชีวิต ส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกาย และจิตใจ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง พร้อมวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม ผู้ป่วยไม่ควรเสี่ยงซื้อยามารับประทานเอง เพราะยาอาจไม่เหมาะกับสภาวะ หรือโรคที่ผู้ป่วยเป็น และอาจได้รับผลข้างเคียงจากยาโดยที่ผู้ป่วยไม่ทราบล่วงหน้า
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท 3