โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

เกาหลีใต้พัฒนาแบตใหม่ ประสิทธิภาพดีขึ้น 5.6 หมื่นเท่า เหมาะกับงานใช้พลังงานระยะยาว

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 21 มิ.ย. 2568 เวลา 11.07 น.
เกาหลีใต้พัฒนาแบตใหม่ ประสิทธิภาพดีขึ้น 5.6 หมื่นเท่า เหมาะกับงานใช้พลังงานระยะยาว

นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแดกูคยองบุก (DGIST) ประเทศเกาหลีใต้ พัฒนาเซลล์เบตาโวลตาอิกไฮบริดรุ่นใหม่ ที่มีความเสถียรสูง นำไปสู่การใช้งานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่ต้องใช้พลังงานระยะยาว เช่น การสำรวจอวกาศ หรือการใช้งานทางการทหาร
เซลล์เบตาโวลตาอิก เป็นแบตเตอรี่นิวเคลียร์ชนิดหนึ่ง หลักการทำงานคือจะสร้างไฟฟ้าโดยจับอนุภาคเบตา (อิเล็กตรอนหรือโพซิตรอน) ที่ปล่อยออกมาในระหว่างการสลายตัวของกัมมันตภาพรังสีตามธรรมชาติ (ธาตุหรือวัสดุที่ปล่อยรังสีออกมาได้เองโดยไม่ต้องได้รับการกระตุ้นจากมนุษย์ เช่น คาร์บอน-14 หรือ รูบิเดียม-87) ในทางทฤษฎีแล้วเซลล์สามารถทำงานได้หลายทศวรรษโดยไม่ต้องบำรุงรักษา นอกจากนี้อนุภาคเบตายังมีข้อดีด้านความปลอดภัย เนื่องจากไม่สามารถทะลุผ่านผิวหนังของมนุษย์ได้ แต่ในทางปฏิบัติยังมีข้อจำกัดเรื่องการจัดการวัสดุที่ปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีและยังไม่มีความเสถียรมากนัก
แต่ในการวิจัยที่นำโดย ศาสตราจารย์ซูอิล อิน (Su-Il In) จากภาควิชาวิทยาศาสตร์พลังงานและวิศวกรรมศาสตร์ ของ DGIST ได้พัฒนาด้วยวิธีการใหม่ โดยใช้อิเล็กโทรด (ตัวนำไฟฟ้า) ที่ทำจากไอโซโทปกัมมันตรังสี เชื่อมกับชั้นดูดซับพลังงานที่ทำจากเพอรอฟสไกต์ (Perovskite) ซึ่งเป็นวัสดุที่มีประสิทธิภาพสูงในการ ดูดซับพลังงานและเปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้า
นอกจากนี้เพื่อให้เซลล์พลังงานนี้ทำงานได้ดีขึ้น นักวิจัยได้ใส่อนุภาคขนาดเล็กระดับนาโนที่เรียกว่า ควอนตัมดอท (Quantum Dots) ที่ทำมาจากคาร์บอน-14 (ธาตุกัมมันตรังสีชนิดหนึ่งของคาร์บอน) ลงไปในอิเล็กโทรดเพื่อช่วยให้การไหลของกระแสไฟฟ้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงยังได้มีการปรับปรุงโครงสร้างผลึกของชั้นเพอรอฟสไกต์เพิ่มเติมโดยใช้สารแต่งเติม เช่น เมทิลแอมโมเนียมคลอไรด์ (MACl) และซีเซียมคลอไรด์ (CsCl) ทำให้การขนส่งประจุมีประสิทธิภาพดีขึ้น

ผลลัพธ์คือ เซลล์เบตาโวลตาอิคที่พัฒนาขึ้นใหม่นี้สามารถเพิ่มการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนได้ประมาณ 56,000 เท่าเมื่อเทียบกับระบบแบตเตอรี่ทั่วไป ทำให้การส่งผ่านประจุภายในวัสดุดีขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้ Stable Power Output หรือ การจ่ายพลังงานไฟฟ้าออกนั้นมีความสม่ำเสมอและคงที่ โดยไม่มีการขึ้น ๆ ลง ๆ หรือกระตุก ต่อเนื่อง (Continuous Operation) ยาวนานถึง 9 ชั่วโมงในการทดลอง
เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นใหม่นี้ ถือเป็นความหวังในการเป็นแหล่งจ่ายพลังงานที่เสถียรและชาร์จไฟครั้งเดียวใช้งานได้ยาวนานหลายทศวรรษตามทฤษฎี ทำให้อาจกลายเป็นวิธีการจ่ายพลังงานในอนาคต ที่เหมาะกับอุตสาหกรรมที่ต้องใช้พลังงานสำรองในระยะยาว เช่น การสำรวจอวกาศ อุปกรณ์การแพทย์ที่ปลูกถ่ายในร่างกาย หรือการใช้งานทางทหาร แต่ยังจำเป็นต้องมีการทดสอบเพิ่มเติมในระยะยาวจริง

ศาสตราจารย์ซูอิล อิน ให้ความเห็นว่า การวิจัยครั้งนี้ถือเป็นการสาธิตให้เห็นถึงความสามารถในการใช้งานจริงของเซลล์เบตาโวลตาอิคเป็นครั้งแรกของโลก รวมถึงยังมีแผนที่จะเร่งผลักดันเทคโนโลยีนี้ออกสู่ตลาด และปรับปรุงให้มันมีขนาดเล็กลง
ในขณะที่จุนโฮ ลี (Junho Lee) นักศึกษาปริญญาเอก ผู้ร่วมวิจัยกล่าวว่า งานวิจัยนี้ท้าทายสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน และเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ แต่เราก็วิจัยอย่างมุ่งมั่น เพราะตระหนักดีว่าอนาคตของประเทศชาติ เชื่อมโยงกับความมั่นคงด้านพลังงานอย่างใกล้ชิด
งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ในวารสาร Chemical Communications ฉบับวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2025

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...