โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานพิธีถวาย “พระชัยวรมัน” เสริมสิริมงคลชาวนครพนม พร้อมย้ำสถานการณ์ชายแดนปกติ ไร้กังวล

77kaoded

อัพเดต 21 มิ.ย. 2568 เวลา 16.13 น. • เผยแพร่ 21 มิ.ย. 2568 เวลา 03.57 น. • 77Kaoded

วันที่ 21 มิถุนายน 2568 ที่จังหวัดนครพนม พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางมาเป็นประธานในพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ถวาย “พระประธานสมัยพระชัยวรมัน” เนื้อสำริดสนิมเขียว ปางสะดุ้งมาร ขนาดหน้าตัก 30 นิ้ว ณ วัดสว่างสุวรรณาราม ตำบลหนองแสง อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม โดยมีพุทธศาสนิกชนและประชาชนชาวนครพนมเข้าร่วมพิธีอย่างเนืองแน่น บรรยากาศเต็มไปด้วยศรัทธาและความปลาบปลื้มปิติ

พิธีเริ่มต้นขึ้นอย่างพร้อมเพรียงโดยแม่ทัพภาคที่ 2 และคณะเดินทางมาถึง และประกอบพิธีเปิดผ้าคลุมพระพุทธรูปปางสะดุ้งมาร สมัยพระชัยวรมัน บริเวณด้านหน้าอุโบสถฯ ก่อนจะนำแห่รอบอุโบสถ 3 รอบ เพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้น ได้มีการอัญเชิญพระพุทธรูปขึ้นประดิษฐานภายในศาลาประชุมสงฆ์เพื่อประกอบพิธีถวาย โดยแม่ทัพภาคที่ 2 ได้เข้าถวายมาลัยและกราบสักการะพระประธานภายในอุโบสถ รวมถึงสักการะพระธาตุแสงนคร เพื่อความเป็นสิริมงคลสูงสุด

พลโท บุญสิน พาดกลาง ได้นำคณะเข้าสู่ศาลาประชุมสงฆ์ ประจำที่นั่งรับรอง และประกอบพิธีทางศาสนาอย่างเคร่งครัด เริ่มจากการจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ถวายมาลัยเบื้องหน้าพระพุทธรูปปางสะดุ้งมาร ศาสนพิธีกรอาราธนาศีล ประธานสงฆ์ให้ศีล ผู้ร่วมพิธีรับศีล เจ้าหน้าที่โยงสายสิญจน์จากพระพุทธรูปให้กับประธานฯ และผู้ร่วมพิธี

จุดสำคัญของพิธีคือการกล่าวคำถวายพระพุทธรูป ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นผู้กล่าวนำว่า “อิมัง มะยัง ภันเต/ พุทธะปะฏิมากะรัง/ สังฆัสสะ/ นิยยาเทมะ/ อายะติง สาสะนัสสะ/ อะติโรจะนายะ จะ/ ถาวะรายะ จะ/ สาธุ โน ภันเต/ สังโฆ/ อิมัง พุทธะปะฏิมากะรัง/ ปะฏิคคัณหาตุ/ อัมหากัง/ ทีฆะรัตตัง/ หิตายะ/ สุขายะ/ นิพพานายะ จะ/” ซึ่งมีความหมายโดยรวมว่า ข้าพเจ้าทั้งหลายขอน้อมมอบถวายพระพุทธปฏิมากรนี้แด่พระสงฆ์ เพื่อความเจริญรุ่งเรืองและความตั้งมั่นถาวรแห่งพระพุทธศาสนาต่อไป

จากนั้น ประธานฯ ได้ถวายสายสิญจน์มอบถวายพระพุทธรูปแด่ประธานสงฆ์ พร้อมกับถวายจตุปัจจัยไทยธรรม โดยมีพระราชสิริวัฒน์ เจ้าคณะจังหวัดนครพนม และเจ้าอาวาสวัดสว่างสุวรรณาราม เป็นประธานสงฆ์กล่าวสัมโมทนียกถา และพระสงฆ์อนุโมทนา ประธานฯ กรวดน้ำรับพร และพระสงฆ์ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ ปิดท้ายด้วยพิธีบายศรีสู่ขวัญให้กับแม่ทัพภาคที่ 2 ก่อนที่แม่ทัพภาคที่ 2 จะกราบลาพระรัตนตรัย และนมัสการลาประธานสงฆ์ เป็นอันเสร็จพิธี

พิธีในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาของกองทัพภาคที่ 2 ที่ได้จัดสร้าง “พระประธานสมัยพระชัยวรมัน” ปางสะดุ้งมาร เพื่อประดิษฐาน ณ วัดสว่างสุวรรณาราม ให้เป็นที่เคารพกราบไหว้ น้อมสักการะบูชา และเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของพุทธศาสนิกชนในพื้นที่ ประชาชนชาวนครพนมที่เข้าร่วมพิธีต่างแสดงความชื่นชมและให้กำลังใจแก่แม่ทัพภาคที่ 2 และคณะ ที่ได้ให้ความสำคัญกับการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และสร้างขวัญกำลังใจให้กับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายอันดีในการส่งเสริมความมั่นคงทางจิตใจและวัฒนธรรมของชาติ

แม่ทัพภาคที่ 2 ยันสถานการณ์ชายแดนปกติ ไร้กังวล แม้การเมืองภายในประเทศยังไม่นิ่ง

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี พลโท บุญสิน พาดกลาง ได้ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดนว่า “ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง และไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงในการนำมาซึ่งการใช้อาวุธซึ่งกันและกันนะครับ ยังไม่มีเหตุรุนแรงอะไร ก็เป็นปกติ หลังจากที่เราปรับกำลังที่ ช่องบกแล้วสถานการณ์ทั่วไปก็ปกติ แต่ว่ากำลังของทั้ง 2 ฝ่ายก็ยังอยู่ปกติ ยังไม่มีการคุกคามที่นำไปสู่การปะทะกัน”

เมื่อถูกถามถึงกรณีที่ฝั่งกัมพูชายังคงอยู่ในเขตของตนเอง ไม่ได้มีการขยับถอยออกไป พลโท บุญสิน ยืนยันว่า “ไม่มีครับ ยังอยู่ในเขตใครเขตมัน” และเมื่อถามถึงความหนักใจต่อสถานการณ์ในอนาคต แม่ทัพภาคที่ 2 ตอบอย่างหนักแน่นว่า “ไม่หนักใจครับ เราก็ต้องแก้ปัญหาไปตามสถานการณ์ ตามเหตุการณ์การเมืองบ้านเมือง รัฐบาลก็ต้องแก้ไปในระดับรัฐบาล ส่วนพื้นที่ก็พร้อมที่จะปกป้องอธิปไตย หลักๆ เราก็พูดคุยกันกับกำลังทหารในพื้นที่ ของไทยและกัมพูชาก็พูดกันประจำ”

สำหรับความเสี่ยงที่จะถึงขั้นรุนแรง แม่ทัพภาคที่ 2 ชี้แจงว่า “ขึ้นอยู่กับนโยบายของทางรัฐบาล และของกัมพูชาด้วยครับ” และเน้นย้ำว่าสถานการณ์ทางการเมืองของไทยที่ยังไม่นิ่งนั้น “คือไม่มีผลกับการปกป้องอธิปไตยนะครับ ส่วนเรื่องการเมืองเป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรีที่ต้องแก้ไขส่วนของการเมืองไป ส่วนกองทัพมีหน้าที่รักษาอธิปไตย แยกกันปฏิบัติอยู่แล้วครับ” โดยย้ำว่าการเมืองไม่ได้ส่งผลกระทบต่อมาตรการตามแนวชายแดน ซึ่งกองทัพกำกับดูแลอยู่แล้ว

พลโท บุญสิน พาดกลาง ได้สร้างความมั่นใจในขีดความสามารถในการปกป้องอธิปไตยของชาติ “ไม่ว่าสถานการณ์การเมืองจะเป็นอย่างไร” และกล่าวถึงกรณีตาเมือนควาย ซึ่งเป็นพื้นที่ใหม่ที่มีการแจ้งเตือนและประสานกับกัมพูชาว่าไม่ควรให้เกิดขึ้นอีกว่า “ผมคิดว่า น่าเป็นการเมืองมากกว่าครับ คงไม่ได้เกี่ยวข้องกับทหารตามแนวชายแดน เพราะกัมพูชา ถ้าเขาจะปฏิบัติเขาต้องฟังนโยบายสูงสุดของผู้นำเขาอยู่แล้ว”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...