โบรกฯ จับตาผลเจรจาภาษีไทย-สหรัฐ หลังเวียดนาม-อินโดฯบรรลุข้อตกลงแล้ว ลุ้นเคาะอัตรา 15-25%
โบรกฯ จับตาผลเจรจาภาษีไทย-สหรัฐ หลังเวียดนาม-อินโดฯบรรลุข้อตกลงแล้ว ลุ้นเคาะอัตรา 15-25%
หุ้นไทยยังผันผวน หลังยังไม่รู้ผลการเจรจาภาษีกับสหรัฐ ขณะที่ "ทรัมป์" ขู่ประเทศที่ไม่บรรลุข้อตกลงเตรียมเผชิญภาษีใหม่ พร้อมเริ่มแจ้งอัตราภาษีประเทศคู่ค้าคืนนี้ ก่อนถึงเส้นตาย 9 ก.ค.68 ขณะที่ภูมิภาคเอเซีย เวียดนาม-อินโดนีเซีย บรรลุข้อตกลงได้แล้ว
"ทรัมป์" ขู่ เตรียมเผชิญภาษีใหม่ ประทศที่ไม่บรรลุข้อตกลง
บล.กสิกรไทย ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยว่า รัฐบาลสหรัฐฯ เริ่มส่งจดหมายแจ้งอัตราภาษีแบบฝ่ายเดียวให้ประเทศคู่ค้าในวันศุกร์นี้ ก่อนถึงเส้นตายเจรจา 9 ก.ค. โดยประเทศที่ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ทันจะเผชิญภาษีใหม่
ทรัมป์เผยว่าบรรลุข้อตกลงแล้วกับสหราชอาณาจักรและเวียดนาม และมีพักศึกกับจีน ขณะที่ยังเจรจากับญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหภาพยุโรป
คาดว่า SET Index ของไทยมีแนวโน้มแกว่งตัว sideways down อยู่ในกรอบ 1,100-1,125 จุด จากตลาดยังคงรอผลการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐกับไทย หากอัตราภาษีออกมามากกว่าระดับ 20% อาจหนุนให้ไทยเสียเปรียบด้านราคาในการส่งออก อีกทั้ง SET index ได้ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 1,125 เป็นจุดก่อนที่ สหรัฐจะประกาศ reciprocal tariffs มองว่าอาจเป็นแนวต้านก่อนมีการประกาศผลเจรจา
ในขณะเดียวกันธนาคารโลกได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจไทยในปี 2025 เหลือ 1.8% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 3.2% อาจส่งผลเชิงลบต่อจิตวิทยาในการลงทุนของตลาดหุ้นไทยในส่วนกลยุทธ์การลงทุนเน้นหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ผสมผสานกับหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งอย่าง PTTGC และ TRUE
เตรียมรับรู้ตัวเลขภาษี "ทรัมป์"
บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยในบทวิเคราะห์ว่า สัปดาห์นี้ (WTD) เป็นสัปดาห์ที่ SET INDEX ปรับตัวขึ้นแรงสุดในปีนี้+4.1% โดยเป็นแรงหนุนจากสถาบันในประเทศเป็นหลัก 3.8 พันล้านบาท ซึ่งปัจจัยนอกและในประเทศในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมาเป็นตัวกดดัน
โดยสัปดาห์หน้าเตรียมรับรู้อัตราภาษีนำเข้า RECIPROCAL TARIFF9 ก.ค.68 ของแต่ละประเทศ ซึ่งดูเหมือนว่าจะมีทิศทางการเจรจาระหว่างกันที่ดูดีขึ้น อาทิ
สหรัฐฯ-จีน : สหรัฐฯ ยกเลิกข้อจำกัดส่งออกชิปให้จีนหลังผ่อนคลายภาษีนำเข้ากัน 90 วัน
สหรัฐฯ-อินโดนีเซีย : อินโดนีเซียจะลงนามมูลค่า 3.4 หมื่นล้านเหรียญฯ เพื่อเพิ่มการซื้อสินค้ากับสหรัฐฯ
สหรัฐฯ-เวียดนาม : บรรลุข้อตกลงการค้ากันแล้ว(รายละเอียด MARKET TALK วานนี้)
ทางฝั่งไทย ต้องติดตามว่าอัตราภาษีจะอยู่ในระดับใด ซึ่งฝ่ายวิจัยฯ คาดว่าอยู่ในกรอบ 15-25%(คล้ายคลึงเวียดนาม) ตามข้อต่อรองต่างๆที่มีต่อสินค้าสหรัฐฯ ดังนั้นจึงแนะนำมีเงินสดติดพอร์ตการลงทุนราว 5-10% ในช่วงก่อนรู้ผลลัพธ์ดังกล่าว
อินโดนีเซีย เป็นประเทศที่สองในเอเซีย ที่เตรียมปิดดีลเจรจาสหรัฐฯ
บล.ดาโอ (ประเทศไทย ระบุว่า ตลาดหุ้นเอเซีย ผลจากความสำเร็จในการเจรจาการค้าของเวียดนาม-สหรัฐฯ มีแรงกดดันมาถึงประเทศต่างๆ ใน ภูมิภาคนี้ ตลาดส่วนใหญ่น่าจะแกว่งกรอบแคบๆในวันนี้
ในส่วนอินโดนีเซียเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ เงื่อนไขคือ ภาษีนำเข้าสหรัฐฯ จาก 32% ที่แปะไว้ ตอนแรก ใน reciprocal Tariff เหลือ 20% เหมือน เวียดนาม และ package ลงทุนและซื้อสินค้าจากสหรัฐฯ รวม $3.4 หมื่นล้านเหรียญ แยกเป็น ลงทุน+ซื้อสินค้าเกษตร $.155 หมื่นล้านเหรียญ และ ซื้อสินค้าพลังงาน $1.85 หมื่นล้านเหรียญ
ข่าวนี้ เป็นโทนบวกต่อตลาดหุ้นเพราะหลายประเทศ(รวมไทย) น่าจะจบดีลในลักษณะที่คล้ายๆกัน
อย่างไรก็ตามติดตามความเคลื่อนไหวของจีน คาดไม่พอใจในข้อตกลงภาษีระหว่างเวียดนามและสหรัฐฯ โดยจีนเป็นประเทศหลัก รับผลกระทบภาษี 40% กรณีใช้เวียดนามเป็นทางผ่านส่งสินค้าไปสหรัฐฯ ขณะที่สินค้าจากเวียดนามเสียเพียง 20% จากเดิมเรียกเก็บที่ 46% จากข้อตกลงนี้ จะกระทบกับห่วงโซ่อุปทานในของจีน คาดอนาคตบริษัทจีนจะเริ่มย้ายฐานการผลิตออกจากเวียดนาม ไปยังประเทศพันธมิตรอื่นที่ฐานภาษีต่ำกว่า ซึ่งสำหรับไทยจะบวกกลับกลุ่ม นิคมฯ และยังเป็นตัวชี้แนวทางที่ประเทศอื่นๆ จะต้องเสนอมาตรการที่เอื้อต่อสหรัฐฯ ในลักษณะ non-tariff มากขึ้น
อินเดีย ซึ่งเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ถูกมองว่าใกล้จะบรรลุข้อตกลง กำลังเจรจาเกี่ยวกับ "กฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้า" เช่นกัน วอชิงตันต้องการให้มูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์อย่างน้อย 60% เกิดขึ้นในท้องถิ่นเพื่อให้มีคุณสมบัติเป็น "ผลิตในอินเดีย" และได้รับประโยชน์จากข้อตกลงนี้ ตามรายงานของ Bloomberg News ก่อนหน้านี้ อินเดียได้ผลักดันให้ลดตัวเลขดังกล่าวลงเหลือประมาณ 35% ตามรายงาน
ลุ้นภาษีไทยไม่ต่ำ 20% จำกัด Upside หุ้น
บล.ไอร่า มองตลาดในระยะนี้คาดจะให้น้ำหนักไปกับการคืบหน้าเกี่ยวกับการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-นานาประเทศ ภายในวันที่ 9 ก.ค. คาดอาจสร้างความผันผวนให้กับทิศทางราคาสินทรัพย์เสี่ยงได้บ้างในระยะสั้น ซึ่งเรามองว่าตลาดในปัจจุบันกำลังมีมุมมองเชิงบวกเกินไปสำหรับการเจรจาดังกล่าว โดยเริ่มเห็นหุ้นในกลุ่มส่งออกที่ฟื้นตัวขึ้นในช่วงก่อนผลเจรจาออก
อย่างไรก็ตามยังคงมุมมองเดิม คาดประเทศในกลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่ จะไม่มีความได้เปรียบในข้อตกลงดังกล่าว โดยล่าสุดเวียดนามบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐฯ โดยเวียดนามจะยอมลดภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ ลงสู่ระดับ 0% โดยแลกกับการที่สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าเวียดนาม 20% สะท้อนถึงแนวโน้มอัตราภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ที่สหรัฐฯ จะเรียกเก็บประเทศไทยคาดจะอยู่ที่ระดับไม่ต่ำกว่า 20% ซึ่งมองเป็นปัจจัยจำกัด Upside ในการฟื้นตัวขึ้นของตลาดได้ต่อ
ผลเจรจา หวังเป็นบวก หนุนกลุ่มส่งออก-นิคมฯ
บล.ลิเบอเรเตอร์ มอง SET ในระยะสั้นก็ยังคงฟื้นตัว ตอบรับปัจจัยการเมืองในประเทศที่ผ่อนคลายขึ้น แต่อย่างไรก็ดีคงต้องติดตามผลการเจรจาการค้าจะออกมาในแนวทางไหน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่กระทบต่อการเคลื่อนไหวของ SET ในช่วงถัดไป โดยหากการเจรจาการค้าเป็นบวกจะหนุนให้กลุ่มส่งออก และนิคมฯ นำตลาด ในทางกลับกันหากภาษีโดนสูงกว่า 20% อาจเป็นแรงกดดันต่อตลาด แนะย่อตั้งรับกลุ่ม Defensive เช่น สื่อสาร, ไฟฟ้า และโรงพยาบาล
เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.comอนุมัติ โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
ดูข่าวต้นฉบับ