โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

โบรกฯ จับตาผลเจรจาภาษีไทย-สหรัฐ หลังเวียดนาม-อินโดฯบรรลุข้อตกลงแล้ว ลุ้นเคาะอัตรา 15-25%

efinanceThai

เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 02.38 น.

โบรกฯ จับตาผลเจรจาภาษีไทย-สหรัฐ หลังเวียดนาม-อินโดฯบรรลุข้อตกลงแล้ว ลุ้นเคาะอัตรา 15-25%

หุ้นไทยยังผันผวน หลังยังไม่รู้ผลการเจรจาภาษีกับสหรัฐ ขณะที่ "ทรัมป์" ขู่ประเทศที่ไม่บรรลุข้อตกลงเตรียมเผชิญภาษีใหม่ พร้อมเริ่มแจ้งอัตราภาษีประเทศคู่ค้าคืนนี้ ก่อนถึงเส้นตาย 9 ก.ค.68 ขณะที่ภูมิภาคเอเซีย เวียดนาม-อินโดนีเซีย บรรลุข้อตกลงได้แล้ว

"ทรัมป์" ขู่ เตรียมเผชิญภาษีใหม่ ประทศที่ไม่บรรลุข้อตกลง

บล.กสิกรไทย ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยว่า รัฐบาลสหรัฐฯ เริ่มส่งจดหมายแจ้งอัตราภาษีแบบฝ่ายเดียวให้ประเทศคู่ค้าในวันศุกร์นี้ ก่อนถึงเส้นตายเจรจา 9 ก.ค. โดยประเทศที่ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ทันจะเผชิญภาษีใหม่

ทรัมป์เผยว่าบรรลุข้อตกลงแล้วกับสหราชอาณาจักรและเวียดนาม และมีพักศึกกับจีน ขณะที่ยังเจรจากับญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหภาพยุโรป

คาดว่า SET Index ของไทยมีแนวโน้มแกว่งตัว sideways down อยู่ในกรอบ 1,100-1,125 จุด จากตลาดยังคงรอผลการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐกับไทย หากอัตราภาษีออกมามากกว่าระดับ 20% อาจหนุนให้ไทยเสียเปรียบด้านราคาในการส่งออก อีกทั้ง SET index ได้ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 1,125 เป็นจุดก่อนที่ สหรัฐจะประกาศ reciprocal tariffs มองว่าอาจเป็นแนวต้านก่อนมีการประกาศผลเจรจา

ในขณะเดียวกันธนาคารโลกได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจไทยในปี 2025 เหลือ 1.8% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 3.2% อาจส่งผลเชิงลบต่อจิตวิทยาในการลงทุนของตลาดหุ้นไทยในส่วนกลยุทธ์การลงทุนเน้นหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ผสมผสานกับหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งอย่าง PTTGC และ TRUE

เตรียมรับรู้ตัวเลขภาษี "ทรัมป์"

บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยในบทวิเคราะห์ว่า สัปดาห์นี้ (WTD) เป็นสัปดาห์ที่ SET INDEX ปรับตัวขึ้นแรงสุดในปีนี้+4.1% โดยเป็นแรงหนุนจากสถาบันในประเทศเป็นหลัก 3.8 พันล้านบาท ซึ่งปัจจัยนอกและในประเทศในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมาเป็นตัวกดดัน

โดยสัปดาห์หน้าเตรียมรับรู้อัตราภาษีนำเข้า RECIPROCAL TARIFF9 ก.ค.68 ของแต่ละประเทศ ซึ่งดูเหมือนว่าจะมีทิศทางการเจรจาระหว่างกันที่ดูดีขึ้น อาทิ

สหรัฐฯ-จีน : สหรัฐฯ ยกเลิกข้อจำกัดส่งออกชิปให้จีนหลังผ่อนคลายภาษีนำเข้ากัน 90 วัน

สหรัฐฯ-อินโดนีเซีย : อินโดนีเซียจะลงนามมูลค่า 3.4 หมื่นล้านเหรียญฯ เพื่อเพิ่มการซื้อสินค้ากับสหรัฐฯ

สหรัฐฯ-เวียดนาม : บรรลุข้อตกลงการค้ากันแล้ว(รายละเอียด MARKET TALK วานนี้)

ทางฝั่งไทย ต้องติดตามว่าอัตราภาษีจะอยู่ในระดับใด ซึ่งฝ่ายวิจัยฯ คาดว่าอยู่ในกรอบ 15-25%(คล้ายคลึงเวียดนาม) ตามข้อต่อรองต่างๆที่มีต่อสินค้าสหรัฐฯ ดังนั้นจึงแนะนำมีเงินสดติดพอร์ตการลงทุนราว 5-10% ในช่วงก่อนรู้ผลลัพธ์ดังกล่าว

อินโดนีเซีย เป็นประเทศที่สองในเอเซีย ที่เตรียมปิดดีลเจรจาสหรัฐฯ

บล.ดาโอ (ประเทศไทย ระบุว่า ตลาดหุ้นเอเซีย ผลจากความสำเร็จในการเจรจาการค้าของเวียดนาม-สหรัฐฯ มีแรงกดดันมาถึงประเทศต่างๆ ใน ภูมิภาคนี้ ตลาดส่วนใหญ่น่าจะแกว่งกรอบแคบๆในวันนี้

ในส่วนอินโดนีเซียเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ เงื่อนไขคือ ภาษีนำเข้าสหรัฐฯ จาก 32% ที่แปะไว้ ตอนแรก ใน reciprocal Tariff เหลือ 20% เหมือน เวียดนาม และ package ลงทุนและซื้อสินค้าจากสหรัฐฯ รวม $3.4 หมื่นล้านเหรียญ แยกเป็น ลงทุน+ซื้อสินค้าเกษตร $.155 หมื่นล้านเหรียญ และ ซื้อสินค้าพลังงาน $1.85 หมื่นล้านเหรียญ

ข่าวนี้ เป็นโทนบวกต่อตลาดหุ้นเพราะหลายประเทศ(รวมไทย) น่าจะจบดีลในลักษณะที่คล้ายๆกัน

อย่างไรก็ตามติดตามความเคลื่อนไหวของจีน คาดไม่พอใจในข้อตกลงภาษีระหว่างเวียดนามและสหรัฐฯ โดยจีนเป็นประเทศหลัก รับผลกระทบภาษี 40% กรณีใช้เวียดนามเป็นทางผ่านส่งสินค้าไปสหรัฐฯ ขณะที่สินค้าจากเวียดนามเสียเพียง 20% จากเดิมเรียกเก็บที่ 46% จากข้อตกลงนี้ จะกระทบกับห่วงโซ่อุปทานในของจีน คาดอนาคตบริษัทจีนจะเริ่มย้ายฐานการผลิตออกจากเวียดนาม ไปยังประเทศพันธมิตรอื่นที่ฐานภาษีต่ำกว่า ซึ่งสำหรับไทยจะบวกกลับกลุ่ม นิคมฯ และยังเป็นตัวชี้แนวทางที่ประเทศอื่นๆ จะต้องเสนอมาตรการที่เอื้อต่อสหรัฐฯ ในลักษณะ non-tariff มากขึ้น

อินเดีย ซึ่งเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ถูกมองว่าใกล้จะบรรลุข้อตกลง กำลังเจรจาเกี่ยวกับ "กฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้า" เช่นกัน วอชิงตันต้องการให้มูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์อย่างน้อย 60% เกิดขึ้นในท้องถิ่นเพื่อให้มีคุณสมบัติเป็น "ผลิตในอินเดีย" และได้รับประโยชน์จากข้อตกลงนี้ ตามรายงานของ Bloomberg News ก่อนหน้านี้ อินเดียได้ผลักดันให้ลดตัวเลขดังกล่าวลงเหลือประมาณ 35% ตามรายงาน

ลุ้นภาษีไทยไม่ต่ำ 20% จำกัด Upside หุ้น

บล.ไอร่า มองตลาดในระยะนี้คาดจะให้น้ำหนักไปกับการคืบหน้าเกี่ยวกับการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-นานาประเทศ ภายในวันที่ 9 ก.ค. คาดอาจสร้างความผันผวนให้กับทิศทางราคาสินทรัพย์เสี่ยงได้บ้างในระยะสั้น ซึ่งเรามองว่าตลาดในปัจจุบันกำลังมีมุมมองเชิงบวกเกินไปสำหรับการเจรจาดังกล่าว โดยเริ่มเห็นหุ้นในกลุ่มส่งออกที่ฟื้นตัวขึ้นในช่วงก่อนผลเจรจาออก

อย่างไรก็ตามยังคงมุมมองเดิม คาดประเทศในกลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่ จะไม่มีความได้เปรียบในข้อตกลงดังกล่าว โดยล่าสุดเวียดนามบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐฯ โดยเวียดนามจะยอมลดภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ ลงสู่ระดับ 0% โดยแลกกับการที่สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าเวียดนาม 20% สะท้อนถึงแนวโน้มอัตราภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ที่สหรัฐฯ จะเรียกเก็บประเทศไทยคาดจะอยู่ที่ระดับไม่ต่ำกว่า 20% ซึ่งมองเป็นปัจจัยจำกัด Upside ในการฟื้นตัวขึ้นของตลาดได้ต่อ

ผลเจรจา หวังเป็นบวก หนุนกลุ่มส่งออก-นิคมฯ

บล.ลิเบอเรเตอร์ มอง SET ในระยะสั้นก็ยังคงฟื้นตัว ตอบรับปัจจัยการเมืองในประเทศที่ผ่อนคลายขึ้น แต่อย่างไรก็ดีคงต้องติดตามผลการเจรจาการค้าจะออกมาในแนวทางไหน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่กระทบต่อการเคลื่อนไหวของ SET ในช่วงถัดไป โดยหากการเจรจาการค้าเป็นบวกจะหนุนให้กลุ่มส่งออก และนิคมฯ นำตลาด ในทางกลับกันหากภาษีโดนสูงกว่า 20% อาจเป็นแรงกดดันต่อตลาด แนะย่อตั้งรับกลุ่ม Defensive เช่น สื่อสาร, ไฟฟ้า และโรงพยาบาล

เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.comอนุมัติ โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...