โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไทยเดินหน้า SAF เริ่มนำร่องใช้ปี 2569 “สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง”

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 02 ก.ค. 2568 เวลา 11.20 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 22.10 น.

ในระยะสั้นมีเป้าหมายลดความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซคาร์บอนในภาคการบินระหว่างประเทศลง 5% ภายในปี 2573 ผ่านการใช้นํ้ามันอากาศอากาศยานยั่งยืน (SAF) และเชื้อเพลิงการบินคาร์บอนตํ่าอื่น ๆ

ดังนั้น SAF จึงเป็นส่วนสำคัญในการบรรลุเป้าหมาย Net Zero โดยประมาณการว่า SAF สามารถช่วยลดการปล่อยมลพิษได้ประมาณ 65% ของการลดการปล่อยมลพิษที่จำเป็นสำหรับการบินเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ซึ่ง SAF จะทำให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของพลังงานสะอาดในอุตสาหกรรมการบิน และเป็นผู้นำในการผลิตและใช้เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ในภูมิภาค

โดยมีเป้าหมายหลัก 3 ประการ ได้แก่ ส่งเสริมการลดการปล่อยคาร์บอนและความยั่งยืนในอุตสาหกรรมการบิน สนับสนุนธุรกิจพลังงานใหม่และการลงทุน และกระตุ้นนวัตกรรมทางเทคโนโลยีในเชื้อเพลิงชีวภาพและเชื้อเพลิงสังเคราะห์

ทั้งนี้ ไทยมีข้อได้เปรียบหลายประการที่เอื้อต่อการเป็นศูนย์กลางการผลิต SAF ไม่ว่าจะเป็นความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากภาคการบิน กำลังการกลั่นนํ้ามันขนาดใหญ่ และอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพที่แข็งแกร่ง

ประเทศไทยตั้งเป้าหมายที่จะเป็นศูนย์กลางการบิน โดยคาดการณ์ว่าจะรองรับเที่ยวบิน 1.4 ล้านเที่ยวบินภายในปี 2571 และ 2.1 ล้านเที่ยวบินภายในปี 2580 นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าหมายที่จะเป็น 5 อันดับแรกของประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่มีปริมาณการขนส่งสินค้าทางอากาศมากที่สุดต่อปีภายในปี 2580

การคาดการณ์ของ S&P Global Commodity Insights แสดงให้เห็นถึงการใช้งาน SAF ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยคาดว่า SAF จะมีสัดส่วน 11% ของเชื้อเพลิงการบินทั่วโลกภายในปี 2578 และความต้องการ SAF คาดว่าจะเติบโตเร็วที่สุดในเอเชีย

ขณะที่การดำเนินงานของไทยเอง ภาครัฐมีนโยบายส่งเสริม SAF ที่สำคัญ 4 ประการได้แก่ 1.จัดตั้งคณะทำงาน SAF เพื่อกำหนดเป้าหมายและมาตรการนโยบายที่เหมาะสม โดยมีผู้แทนจากภาครัฐและเอกชนทั้งฝั่งอุปสงค์และอุปทาน 2.มุ่งเน้นมาตรการสมัครใจในช่วงแรก ภายในปี 2569 ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจะลงนามใน MOU เพื่อแสดงความมุ่งมั่นในการจัดหาและนำ SAF มาใช้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะทำการศึกษาเพื่อสำรวจมาตรการภาคบังคับที่เหมาะสมและอาจนำไปใช้ในระยะต่อไป

3.จัดหา SAF ที่สนามบินสุวรรณภูมิ และดอนเมืองตั้งแต่ปี 2569 : สนามบินทั้งสองแห่งเชื่อมต่อกับโครงสร้างพื้นฐานท่อส่งนํ้ามัน ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากขนส่งเชื้อเพลิง และดำเนินมาตรการสนับสนุนเพื่อสร้างระบบนิเวศ SAF ที่มีประสิทธิภาพ โดยการควบคุมคุณภาพ SAF ที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล มาตรการแรงจูงใจทางการเงินสำหรับสายการบินเพื่อนำ SAF มาใช้ และความช่วยเหลือทางเทคนิคเพื่อส่งเสริมวัตถุดิบที่มีศักยภาพ

ปัจจุบันไทยมีศักยภาพในการผลิต SAF ค่อนข้างสูง จากการมีโรงกลั่นนํ้ามัน 6 แห่งทั่วประเทศ มีกำลังการผลิตรวม 1.239 ล้านบาร์เรลต่อวัน สามารถจะพัฒนาหรือต่อยอดธุรกิจมาผลิต SAF ได้ โดยทางบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)ได้ลงทุนราว 8,000 ล้านบาท ในการตั้งโรงงานผลิต SAF จากนํ้ามันปรุงอาหารใช้แล้ว (Used Cooking Oil) ด้วยเทคโนโลยี Stand-Alone HEFA มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 6,289 บาร์เรลต่อวัน หรือราว 1 ล้านลิตรต่อวัน

ส่วน บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ต่อยอดกระบวนการผลิตจากโรงกลั่นที่มีอยู่ ใช้เงินลงทุนไม่มาก มีกำลังการผลิต SAF จากนํ้ามันปรุงอาหารใช้แล้วด้วยเทคโนโลยี Co-Processing HEFA อยู่ที่ 103 บาร์เรลต่อวัน หรือราว 16,438 ลิตรต่อวัน

ทั้งนี้ ตามร่างแผนพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP 2025) และร่างแผนนํ้ามัน 2025 ระบุถึงกำลังการผลิต SAF ของประเทศไทยจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2569 จะมีกำลังผลิตที่ 0.28 ล้านลิตรต่อวัน จากการผสม SAF ในสัดส่วน 1% โดยใช้เทคโนโลยี HEFA และช่วงปี 2570-2572 กำลังผลิตจะขึ้นไปที่ 0.56 ล้านลิตรต่อวัน จากการผสม SAF ในสัดส่วน 1-2% โดยใช้เทคโนโลยี HEFA และช่วงปี 2573-2575 กำลังผลิตจะ เพิ่มขึ้นเป็น 0.80 - 1.07 ล้านลิตรต่อวัน จากการผสม SAF ในสัดส่วน 3-5% โดยเริ่มใช้เทคโนโลยี AtJ (Alcohol-to-Jet) จากการใช้เอทานอลมาเป็นวัตถุดิบเพิ่มเติม

โดยไทยเป็นผู้ผลิตเอทานอลรายใหญ่อันดับ 7 ของโลกในปี 2565 มีโรงงานเอทานอล 28 แห่งทั่วประเทศ มีกำลังการผลิตรวม 6.77 ล้านลิตรต่อวัน วัตถุดิบหลักในการผลิตเอทานอล ได้แก่ กากนํ้าตาล (3.40 ล้านลิตรต่อวัน) และมันสำปะหลัง (2.09 ล้านลิตรต่อวัน)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...