โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

อนุทิน เมิน กัมพูชาเหลื่อมเวลาปิดด่าน ลั่นเขาเสียประโยชน์เอง เผย มท.ใช้งบตัวเองเร่งทำหลุมหลบภัย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 05.43 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 04.58 น.

อนุทิน เมิน กัมพูชาเหลื่อมเวลาปิดด่าน ลั่นเขาเสียประโยชน์เอง เผย มท.ใช้งบตัวเองเร่งทำหลุมหลบภัย

เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 12 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีการลงพื้นที่ จ.สุรินทร์ ร่วมกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า นายกฯได้ให้จัดเตรียมเรื่องการสนับสนุนแนวหลังอย่างเต็มที่ และได้ให้นโยบายเหมือนสุภาษิต มหาดไทยเป็นบ้าน ทหารเป็นรั้ว โดยนายกฯได้ให้นโยบายและวิสัยทัศน์มาแล้ว เราก็ต้องทำบ้านให้น่าอยู่ มีความอบอุ่น ให้มีความปลอดภัย ส่วนพี่น้องทหารที่เป็นรั้วก็จะปกป้องบ้านไม่ให้มีใครมารุกรานหรือทำร้าย

“2 คำนี้ ในฐานะที่เป็นผู้ปฏิบัติงานถือว่ารับบัญชาจากนายกฯ และเรามาทำทุกอย่างให้เรียบร้อย การดูแลชาวบ้านในพื้นที่ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ชีวิตความเป็นอยู่ เรื่องการเตรียมพร้อมหากมีสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น โรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม ศูนย์พักพิง ต้องพร้อม โรงเรียนต้องมีความตื่นตัวตลอดเวลา หากสถานการณ์ไม่ดี ไม่ต้องรอผู้อำนวยการโรงเรียน สามารถส่งนักเรียนกลับบ้านได้ทันที และนายกฯย้ำว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรก็ตาม ชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุและเด็กนักเรียนต้องไม่ได้รับอันตรายอย่างเด็ดขาด”

เมื่อถามถึงกรณีนายกฯถามกระทรวงมหาดไทยว่าทำไมไม่มาของบประมาณไปทำบังเกอร์ หลุมหลบภัย นายอนุทินกล่าวว่า เรื่องนี้ได้กราบเรียนนายกฯไปแล้ว กระทรวงมหาดไทยตอนนี้ได้สั่งการให้ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ปลัดอำเภอเร่งสำรวจหลุมหลบภัย ทั้งสภาพที่มีอยู่ และในส่วนที่ยังขาดอยู่ซึ่งมีหลายแห่งที่ขาดอยู่ ตอนนี้แจ้งนายกฯไปแล้วว่าสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยจะมีงบเรื่องพวกนี้อยู่ ไม่ต้องของบกลาง และจะเร่งดำเนินการจัดทำหลุมหลบภัย ซึ่งต้องทำให้มีมาตรฐาน เข้าไปต้องมั่นคง ปลอดภัย แข็งแรง ทางเข้าทางออกต้องไม่มีอะไรมาบล็อก ต้องตั้งอยู่ริมถนนที่สามารถเคลื่อนย้ายไปที่ปลอดภัยกว่าได้ง่าย ต้องมีการวางแผนซ้อมเคลื่อนย้าย และยังเรียนนายกฯว่าในหลุมหลบภัยยังเป็นพื้นทรายอยู่ หากเป็นพื้นคอนกรีตจะอมความร้อน คงจะใช้เป็นพวกแผ่นยางหรือหญ้าเทียมไปวางไว้เพื่อให้ช่วงที่มีเหตุ แต่หากช่วงไม่มีเหตุก็นำไปเก็บรักษาได้ นี่คือสิ่งที่นายกฯได้ลงไปเห็นในพื้นที่และได้มีข้อสั่งการมา

เมื่อถามว่า แปลว่าสถานการณ์ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร หรือยังวางใจได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ถ้าดูทางฝ่ายทหารยังมีการสื่อสารในเชิงการเจรจาพูดคุยหารือกันอยู่ ในส่วนของผู้ว่าราชการจังหวัดคอยสนับสนุนทหารทุกประเด็น เรื่องเปิด-ปิดด่านก็เช่นกัน เราก็เปิดของเราอย่างนี้ ถ้าเขาจะมาเหลื่อมเวลา ตนคิดว่า คนที่เสียประโยชน์คือฝั่งเขา เอาเป็นประเด็นการเมืองอะไรตรงนี้ ไม่ก้าวล่วง ส่วนของเรายืนยันว่า จะเปิดแบบนี้ จะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะตอนนี้เปิดวันละ 6-7 ชั่วโมงอยู่แล้ว ถ้าเปิดเหลื่อมกันจะเหลือ 6 ชั่วโมง ถามว่า ใครเสียประโยชน์มากกว่าระหว่างเขาเข้ามาขายของกับเราไม่ออกไปซื้อของเขา หรือไปทำธุรกิจที่เขา ก็แล้วแต่

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่อย่างไร โดยเฉพาะเรื่องการสื่อสารเพื่อไม่ให้เกิดความคลาดเคลื่อน นายอนุทินกล่าวว่า เรื่องการสื่อสารสำคัญมาก ทางพี่น้องประชาชนเราก็ใช้ในส่วนของฝ่ายปกครองไปสร้างความมั่นใจ สร้างความอบอุ่นกับประชาชน โดยรวมขวัญกำลังใจดี ผู้ที่วิตกกังวลมากหน่อยคือ ผู้สูงอายุ แต่วัยทำงานหรือชาวบ้านเขาทราบถึงสถานการณ์อยู่ รวมถึงเรามีการให้คำแนะนำและบอกว่า พื้นที่ไหนช่วงนี้ไม่ควรไป สภาพชีวิตก็ยังเป็นปกติอยู่ โดยวันที่ 13 มิ.ย. ตนจะลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี เพื่อประชุมหลังจากได้รับข้อสั่งการจากนายกฯ ที่ จ.สุรินทร์ เรื่อง 7 จังหวัดที่มีชายแดนติดกับกัมพูชา เพื่อลงรายละเอียดเป็นจุดๆ กันไปว่า จะมีแผนสั่งการหรือแผนเผชิญเหตุ แผนการซ้อมอะไรต่างๆ ซึ่งเราต้องทำให้มีความพร้อม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อนุทิน เมิน กัมพูชาเหลื่อมเวลาปิดด่าน ลั่นเขาเสียประโยชน์เอง เผย มท.ใช้งบตัวเองเร่งทำหลุมหลบภัย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...