SEC สหรัฐฯ เลื่อนตัดสินใจอนุมัติ ETF Dogecoin, Hedera, Avalanche อีกรอบ ตลาดจับตาภายใต้ผู้นำใหม่
SEC สหรัฐฯ เลื่อนตัดสินใจอนุมัติ ETF Dogecoin, Hedera, Avalanche อีกรอบ – ตลาดจับตาภายใต้ผู้นำใหม่
คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) ได้เลื่อนการตัดสินใจอนุมัติ กองทุน ETF แบบ Spot สำหรับคริปโตสาย Altcoin หลายรายการออกไปอีกครั้ง ซึ่งกลายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แม้จะอยู่ภายใต้การนำของประธานคนใหม่
ในการประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา SEC เลื่อนพิจารณาเกี่ยวกับ:
- Bitwise Dogecoin ETF
- Grayscale Hedera Trust
- VanEck Avalanche ETF
ทาง SEC ระบุว่า การเริ่มต้นกระบวนการพิจารณา ไม่ได้หมายความว่าคณะกรรมาธิการมีข้อสรุปต่อเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง แต่ต้องการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณะเพิ่มเติม
แม้จะมีความเคลื่อนไหวในฝั่ง Solana ที่ใกล้ไฟเขียวมากขึ้น
ความล่าช้าครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงสองวันหลังจากมีรายงานว่า SEC ได้ ขอให้ผู้ยื่นขอ Spot Solana ETF ปรับปรุงแบบฟอร์ม S-1 ซึ่งมักหมายถึงการเข้าใกล้ขั้นตอนการอนุมัติ โดยนักวิเคราะห์จาก Bloomberg อย่าง Eric Balchunas ประเมินว่า การอนุมัติอาจเกิดขึ้นภายใน 2–4 เดือนข้างหน้า
ตัวแทนจาก 21Shares หนึ่งในผู้ยื่นขอ ETF Solana เปิดเผยว่า:
“เรากำลังดำเนินการแก้ไขและจะส่งแบบฟอร์ม S-1 ฉบับใหม่ให้เร็วที่สุด ตามคำขอจาก SEC”
ตลาดกำลังรอไฟเขียวจาก SEC
ในขณะเดียวกัน บริษัทอย่าง VanEck และ 21Shares ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับ ความไม่ชัดเจนในการใช้หลัก ‘ใครยื่นก่อนควรได้พิจารณาก่อน (First-to-File)’ ซึ่งเคยเป็นแนวทางปฏิบัติของ SEC มาโดยตลอด
ในจดหมายเปิดผนึกถึงหน่วยงานกำกับ พวกเขาระบุว่า:
“การไม่ปฏิบัติตามหลักการนี้ สร้างความเสียหายต่อหลักการด้านนวัตกรรม ความเป็นธรรม และการแข่งขันในตลาดการเงิน… และยังทำให้ผู้เสนอ ETP เสียต้นทุนโดยไม่จำเป็น”
ประธาน SEC คนใหม่ กับแนวทางที่เป็นมิตรต่อคริปโต
การเลื่อนอนุมัติ ETF เหล่านี้เกิดขึ้นภายใต้การนำของ Paul Atkins ประธาน SEC คนใหม่ ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 22 เมษายน หลังจาก Gary Gensler ลงจากตำแหน่งในช่วงต้นปี
Atkins เคยให้คำมั่นว่าจะมีท่าที “เปิดกว้างและสร้างสมดุลต่อสินทรัพย์ดิจิทัล” และกำลังสร้างความหวังใหม่ให้กับกลุ่มผู้เล่นในตลาดคริปโต
แต่ในทางปฏิบัติ ความล่าช้ายังคงดำเนินต่อ โดยมี กองทุน ETF คริปโตอีกหลายสิบรายการ ที่กำลังรอคิวอนุมัติจาก SEC ณ ขณะนี้
อ้างอิง : theblock.co
ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/sec-delays-next-steps-for-dogecoin-hedera-and-avalanche-etf-filings
แจ็ค หม่า ขยับเกมใหญ่! Ant International เตรียมขอใบอนุญาตออก Stablecoin ในฮ่องกง-สิงคโปร์
Ant International บริษัทในเครือของ Ant Group ที่ตั้งอยู่ในสิงคโปร์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก แจ็ค หม่า กำลังเตรียมยื่นขอใบอนุญาตเพื่อออก Stablecoin ใน ฮ่องกง และ สิงคโปร์ โดยคาดว่าจะดำเนินการในฮ่องกงทันทีหลังกรอบกำกับดูแล Stablecoin ของที่นั่นมีผลบังคับใช้ในเดือนสิงหาคมนี้
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนจะขอใบอนุญาตใน ลักเซมเบิร์ก ด้วย ตามรายงานของ Bloomberg ที่อ้างแหล่งข่าวไม่เปิดเผยชื่อ
Ant Group เร่งใช้ Stablecoin สำหรับธุรกรรมระดับโลก
Ant International มีแผนนำ Stablecoin ไปใช้ในระบบ ชำระเงินข้ามพรมแดน (cross-border payments) และการบริหารจัดการเงินคลัง (treasury management)
ในปี 2024 ธุรกรรมมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ ของบริษัทดำเนินผ่านแพลตฟอร์มบล็อกเชนของตัวเองชื่อว่า Whale โดยแพลตฟอร์มนี้ยังถูกใช้ในธุรกรรมของ Alibaba บริษัทแม่ของ Ant Group ด้วย
นอกจากนี้ Ant Group ยังเคยแสดงความสนใจเทคโนโลยีบล็อกเชนและการแปลงสินทรัพย์ให้เป็นโทเคน (tokenization) โดยในเดือนธันวาคม 2024 บริษัทในเครือ Ant Digital ได้จับมือกับบล็อกเชน Layer-1 อย่าง Sui เพื่อนำโทเคนมาใช้กับสินทรัพย์จริงในกลุ่ม ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล)
ฮ่องกงผ่านกฎหมาย Stablecoin ฉบับแรก มีผล ส.ค. นี้
ความเคลื่อนไหวของ Ant International เกิดขึ้นหลังจากฮ่องกงประกาศผ่านร่างกฎหมาย Stablecoin Ordinance เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม ซึ่งถือเป็นกฎหมายฉบับแรกที่กำกับดูแลการออก Stablecoin ที่อิงกับสกุลเงิน (fiat-backed stablecoins)
กฎหมายจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 สิงหาคม 2025 และกำหนดให้ผู้ออก Stablecoin ต้องได้รับใบอนุญาตจาก Hong Kong Monetary Authority (HKMA) โดยผู้ที่ฝ่าฝืนอาจถูกปรับสูงสุด 5 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือราว 640,000 ดอลลาร์สหรัฐ
Stablecoin ทั้งตลาดแตะจุดสูงสุดใหม่ ส่อแววแตะ $1 ล้านล้านในปี 2025
ไม่เพียงแต่ Ant Group เท่านั้นที่กำลังเข้าสู่ตลาด Stablecoin เพราะจากข้อมูลของ DefiLlama ล่าสุด มูลค่าตลาดรวมของ Stablecoin พุ่งทะลุ 250,000 ล้านดอลลาร์ ทำสถิติสูงสุดตลอดกาลเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
นักวิเคราะห์เชื่อว่า Stablecoin อาจเป็น “ตัวเร่งสำคัญรอบใหม่” ของตลาดคริปโต โดย David Pakman หุ้นส่วนบริหารของ CoinFund ให้สัมภาษณ์ว่า
“นี่คือจุดเปลี่ยนที่ตลาดคริปโตรอคอยมานานกว่า 10 ปี… การเคลื่อนย้ายความมั่งคั่งของผู้คนเข้าสู่ระบบออนเชน จะดึงทุกคนเข้ามาในระบบ”
Pakman ยังมองว่า Stablecoin อาจทะลุ $1 ล้านล้านภายในปี 2025 และจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนของระบบการเงินโลกในยุคใหม่
อ้างอิง : cointelegraph.com
ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/jack-ma-ant-group-stablecoin-license-for-singapore-hong-kong
ทรัมป์ ส่งสารถึงชาวคริปโต! ประกาศผลักดัน GENIUS Act หวังให้สหรัฐฯ ครองอนาคต Bitcoin
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ส่งข้อความวิดีโอล่วงหน้าไปยังงาน State of Crypto Summit ของ Coinbase ซึ่งจัดขึ้นในขณะที่สภาคองเกรสกำลังพิจารณากฎหมายสำคัญหลายฉบับ เพื่อกำกับดูแล Stablecoin และสร้างโครงสร้างตลาดสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล
นี่เป็นครั้งที่สองที่ทรัมป์ออกมาพูดกับงานคริปโตอย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่รับตำแหน่งประธานาธิบดีอีกครั้ง โดยเขากล่าวว่า “ผมยังไม่จบกับคริปโต” และยังคงเดินหน้าออกนโยบายผ่านคำสั่งบริหารที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin และสินทรัพย์ดิจิทัล
ผลักดัน “GENIUS Act” และตั้งเป้าให้สหรัฐฯ ครองอนาคตของ Bitcoin
ในคำปราศรัย ทรัมป์กล่าวว่า รัฐบาลของเขากำลังร่วมมือกับรัฐสภาเพื่อผลักดัน GENIUS Act ซึ่งสนับสนุนการสร้าง Stablecoin ที่มีดอลลาร์หนุนหลัง และวางโครงสร้างตลาดที่ชัดเจนสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล
“เรากำลังผลักดันให้สหรัฐฯ ครองความเป็นผู้นำในอนาคตของคริปโตและ Bitcoin” – ทรัมป์กล่าว
นอกจากนี้ เขายังยืนยันว่ารัฐบาลของเขาได้ดำเนินการหลายเรื่องแล้ว เช่น
- ตั้งคณะทำงานด้านสินทรัพย์ดิจิทัล
- ผลักดันแนวคิด “คลังสำรองแห่งชาติสำหรับ Bitcoin”
- และเสนอชื่อ Paul Atkins ให้เป็นประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC)
กฎหมายคริปโต 2 ฉบับใหญ่กำลังเดินหน้า: GENIUS และ CLARITY
วุฒิสภาสหรัฐฯ เตรียมลงมติในเร็ว ๆ นี้เกี่ยวกับ GENIUS Act หลังจากสมาชิกส่วนใหญ่ในสภาเห็นชอบให้มีการพิจารณาร่างกฎหมาย
ขณะเดียวกันในสภาผู้แทนราษฎร กำลังมีการพิจารณาร่างกฎหมาย CLARITY Act ซึ่งมุ่งเน้นการจัดโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลให้ชัดเจน โดยเฉพาะบทบาทของ SEC และ CFTC (คณะกรรมการซื้อขายล่วงหน้า)
กลุ่มเดโมแครตบางส่วนแสดงจุดยืนค้านร่างกฎหมาย
แม้มีความคืบหน้าในกระบวนการกฎหมาย แต่สมาชิกพรรคเดโมแครตบางรายแสดงท่าทีคัดค้าน โดยชี้ว่าร่างกฎหมายยังไม่มีบทบัญญัติที่ชัดเจนเพื่อตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างทรัมป์กับอุตสาหกรรมคริปโต
ประเด็นนี้ถูกโยงถึงแพลตฟอร์มชื่อ World Liberty Financial ซึ่งเป็นโครงการคริปโตที่ได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวทรัมป์ และออก Stablecoin ของตัวเอง ซึ่งหลายฝ่ายเกรงว่าอาจกลายเป็นแหล่งสร้างผลประโยชน์ส่วนตัวให้ทรัมป์ในระหว่างดำรงตำแหน่ง
ปรากฏตัวบนเวทีคริปโตอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางกระแสดราม่าทางการเมือง
งานนี้ถือเป็นครั้งที่สองในปีนี้ที่ทรัมป์พูดกับงานคริปโตโดยตรง หลังจากปรากฏตัวใน Digital Asset Summit ที่นิวยอร์กในเดือนมีนาคม และยังเคยขึ้นเวทีจริงในงาน Bitcoin 2024 Conference ที่แนชวิลล์ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง
การส่งสารถึงวงการคริปโตมีขึ้นในช่วงที่ทรัมป์เผชิญกับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเรื่องงบประมาณของรัฐบาล ที่เพิ่งผ่านสภาผู้แทนราษฎรไป โดยมีรายงานว่าเขาเตรียมใช้งบประมาณ $45 ล้านดอลลาร์ สำหรับจัดงานสวนสนามทางทหารในวอชิงตัน ดี.ซี. และยังสั่งระดมกำลัง กองกำลังพิทักษ์แห่งชาติ 4,000 นาย ไปยังลอสแองเจลิส อ้างว่าเพื่อรับมือกับการประท้วง
นอกจากนี้ เขายังมีประเด็นขัดแย้งกับ Elon Musk บนโลกออนไลน์ เกี่ยวกับงบประมาณและสัญญาจ้างของ SpaceX กับรัฐบาล ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในตลาดการเงินช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
อ้างอิง : cointelegraph.com
ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/donald-trump-coinbase-conference-crypto-plans
รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้
Facebook คลิก https://www.facebook.com/thunhoonnews
Youtube คลิก https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial
Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_/