โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

`แมสเทค ลิ้งค์ (MASTEC)` จ่อเคาะราคาไอพีโอ-เข้าเทรด SET ใน Q3/68 หลังเดินสายโรดโชว์ 9 จังหวัด

efinanceThai

เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 09.34 น.

แมสเทค ลิ้งค์ (MASTEC) จ่อเคาะราคาไอพีโอ-เข้าเทรด SET ใน Q3/68 หลังเดินสายโรดโชว์ 9 จังหวัด

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -2 ก.ค. 68 16:34 น.

"แมสเทค ลิ้งค์ (MASTEC)" คาดเคาะราคาเสนอขายหุ้น IPO 79 ล้านหุ้น และเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (SET) ภายในไตรมาส 3/68 หลังปิดท้ายโรดโชว์ เผยมี Backlog กว่า 312 ลบ.รับรู้ทั้งหมดในปีนี้

นายดุษฎี มีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมสเทค ลิ้งค์ จำกัด (มหาชน) หรือ MASTEC เปิดเผยว่า บริษัทได้ปิดท้ายการนำเสนอข้อมูลของบริษัท(โรดโชว์) ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หลังเดินสายโรดโชว์มากกว่า 9 จังหวัด

นายสมศักดิ์ ศิริชัยนฤมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด (APM) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า MASTEC คาดว่าจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 79 ล้านหุ้น และนำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้ภายในปี 2568 โดยซื้อขายกลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าอุตสาหกรรม หมวดธุรกิจวัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร

"ตอนนี้ที่ปรึกษาทางการเงิน อันเดอร์ไรเตอร์ อยู่ระหว่างประเมินสภาพตลาด ซึ่งสถานการณ์ตอนนี้ต้องประเมินวันต่อวัน แต่คาดเสนอขาย IPO ได้ภายในไตรมาส 3 ปีนี้"

นายดุษฎี กล่าวว่า บริษัทมีการขายสินค้าหรือการให้บริการที่ยังไม่ได้ส่งมอบ (Backlog) ณ วันที่ 31 มีนาคม 2568 มูลค่า 312.85 ล้านบาท แบ่งเป็นผลิตภัณฑ์ระบบปรับอากาศและสุขาภิบาล 42% ผลิตภัณฑ์การป้องกันอัคคีภัยและผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัย 45% และผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเพื่อการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม 13% ซึ่งจะรับรู้ทั้งหมดภายในปี 2568 และจะมีงานใหม่เข้ามาเสริมต่อเนื่อง

สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ บริษัทจะนำไปใช้เป็นเงินทุนเพื่อรองรับธุรกิจในกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ด้าน วิศวกรรมสำหรับตลาดอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม

แบ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการประหยัดพลังงานสำหรับระบบปรับอากาศ ในอาคารพาณิชย์ ดาต้าเซ็นเตอร์ โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า อาคารผู้โดยสารสนามบินและรถไฟฟ้ามวลชน โรงงานอุตสาหกรรม ด้วยระบบเพิ่มประสิทธิภาพ ระบบทําความเย็นและระบายความร้อน พลังงานไฟฟ้าให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงระบบกักเก็บความเย็นและความร้อนเพื่อให้บริหารจัดการ

กลุ่มอุปกรณ์ระบบบำบัดน้ำปลอดสารเคมี รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆที่เกี่ยวข้อง และกลุ่มอุปกรณ์ด้านพลังงานหมุนเวียน อาทิ โซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งใช้ภายใน ปี 2568

ใช้เป็นเงินทุนเพื่อรองรับธุรกิจใน Synergy products ของกลุ่มผลิตภัณฑ์ การป้องกันอัคคีภัย แบ่งเป็น กลุ่มผลิตภัณฑ์การป้องกันอัคคีภัยภายในอาคาร คลังสินค้า ดาต้าเซ็นเตอร์ กลุ่มอุตสาหกรรม Oil&Gas และปิโตรเคมิคอล ภายในปี 2568-2569

ขยายช่องทางการตลาดเพื่อให้ครอบคลุมทั่วประเทศ แบ่งเป็นขยายสาขาภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และปรับปรุง หรือย้ายสำนักงานสาขาภาคใต้ ภายในปี 2568-2569 ที่เหลือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ ซึ่งจะช่วยขยายธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง และลดต้นทุนทางการเงินอีกด้วย

กลยุทธ์การดำเนินงานของบริษัทได้มีการปรับกลยุทธ์ มาเป็นการเสนอโซลูชั่นที่ขายสินค้าพร้อมการบริการ ตั้งแต่การออกแบบ จัดหา, วางแผน และติดตั้งแล้วเสร็จจนส่งมอบโครงการ พร้อมทั้งเพิ่มความหลากหลายของสินค้าและบริการเพื่อให้สามารถขยายฐานลูกค้าและรองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น รวมถึงให้ความสำคัญกับการให้บริการทั้งก่อน และหลังการขาย ตลอดจนการรักษาคุณภาพและมาตรฐานการให้บริการแก่ลูกค้า และพัฒนาบุคลากรของบริษัทในทุกตระดับและครอบคลุมทุกด้านอย่าง

ขณะเดียวกันบริษัทได้นำข้อมูล Big data ที่เก็บรวบรวมมาตลอด 25 ปี มาวิเคราะห์ พัฒนาจนได้เป็นองค์ความรู้ เพื่อพัฒนาและเชื่อมโยงระบบงานตลอดจนการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กร และกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน การดูแลบริหารภายในให้ถูกต้องตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ รวมถึงการดูแลลูกค้าอย่างเป็นธรรม

เรียบเรียง โดย จำเนียร พรทวีทรัพย์ อนุมัติ โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...