โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดเบื้องหลัง “คำสั่งทรัมป์” ส่งทหาร 2,000 นาย คุมแคลิฟอร์เนีย สกัดม็อบต้านนโยบายคนเข้าเมือง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 มิ.ย. 2568 เวลา 10.36 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 03.36 น.

หลังการประท้วงในลอสแอนเจลิสปะทุรุนแรงจากมาตรการตรวจคนเข้าเมือง รัฐบาลทรัมป์ตัดสินใจส่งกำลัง National Guard ฝ่าคำคัดค้านจากผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ส่องเบื้องหลังการตัดสินใจครั้งนี้

วันที่ 9 มิถุนายน 2568 เวลา 05.01 น. เว็บไซต์ CNN รายงานว่า ความตึงเครียดระหว่างรัฐบาลทรัมป์และรัฐแคลิฟอร์เนียทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ตัดสินใจส่งสมาชิกกองกำลังพิทักษ์แห่งชาติ (National Guard) จำนวน 2,000 นาย ไปยังพื้นที่ลอสแอนเจลิส ซึ่งผู้นำพรรคเดโมแครตของรัฐมองว่าเป็นการยกระดับความตึงเครียดอย่างไม่จำเป็น ท่ามกลางการประท้วงต่อต้านนโยบายคนเข้าเมืองของรัฐบาล

ทรัมป์เคยหาเสียงด้วยการให้คำมั่นว่าจะผลักดันการเนรเทศคนต่างชาติออกจากประเทศอย่างเข้มข้น แต่ช่วงต้นของวาระที่สองกลับยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทำให้รัฐบาลต้องเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้นในการเร่งบังคับใช้กฎหมาย ตรวจจับ และเนรเทศแรงงานผิดกฎหมาย ซึ่งรวมกับความขัดแย้งเดิมระหว่างทรัมป์กับรัฐแคลิฟอร์เนีย ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงในลอสแอนเจลิสในช่วงสุดสัปดาห์

เมื่อการประท้วงยกระดับขึ้นในวันศุกร์ เจ้าหน้าที่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) เริ่มเตรียมส่งกำลังและอุปกรณ์เสริม เพื่อคุ้มครองเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ICE) ที่กำลังดำเนินปฏิบัติการซึ่งวางแผนไว้ล่วงหน้าแล้ว

ในการหารือที่ดำเนินต่อเนื่องจนถึงค่ำวันศุกร์ เจ้าหน้าที่รายหนึ่งระบุว่าพวกเขาเตรียมรับมือกับเหตุการณ์แบบ “พอร์ตแลนด์” ซึ่งเคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2563 โดยกลุ่มผู้ประท้วงล้อมอาคารรัฐบาลกลางในรัฐออริกอน ซึ่งครั้งนี้ DHS ได้เตรียมรถหุ้มเกราะ กระสุนควบคุมฝูงชน เช่น แก๊สน้ำตาและลูกแก๊สพริกไทย รวมถึงส่งเจ้าหน้าที่หลายร้อยนายจากหน่วยงานต่าง ๆ ในสังกัด

แม้จะมีการหารือกันว่าจะยกเลิกปฏิบัติการหรือไม่ แต่เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ประเมินว่ายังควรดำเนินต่อ โดยเน้นจับกุมแรงงานผิดกฎหมายที่มีประวัติอาชญากรรม และตรวจสอบสถานประกอบการ

สรุปคือ ส่งเจ้าหน้าที่และทรัพยากรเสริมไปคุ้มครอง ICE และรักษาความปลอดภัยรอบอาคารรัฐบาลกลางที่กลุ่มประท้วงรวมตัวกัน

ตลอดวันเสาร์ เจ้าหน้าที่ DHS และทำเนียบขาวติดต่อกันเกือบตลอดเวลา ขณะที่กำลังเสริมเดินทางถึงพื้นที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ กระทั่งช่วงเย็นวันเสาร์ เมื่อเห็นว่าไม่สามารถส่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางเพิ่มได้อีกโดยไม่ต้องดึงจากพื้นที่อื่น ทำเนียบขาวจึงตัดสินใจส่งกองกำลังพิทักษ์แห่งชาติ ตามคำกล่าวของเจ้าหน้าที่คนหนึ่ง

เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวกล่าวว่า “เจ้าหน้าที่รายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบขว้างก้อนหินใส่รถ …เห็นได้ชัดว่าทางการกลางไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ และถูกโจมตี”

ทรัมป์ลงนามในบันทึกประธานาธิบดี (Presidential Memorandum) เพื่ออนุมัติการส่งกองกำลัง National Guard ในคืนวันเสาร์ และโฆษกประธานาธิบดีประกาศเรื่องนี้ในขณะที่ทรัมป์เดินทางไปร่วมชมศึก UFC ที่เมืองนวร์ก รัฐนิวเจอร์ซีย์

สารหลักจากทรัมป์และผู้ใกล้ชิด ผู้นำเดโมแครตของแคลิฟอร์เนียไม่ทำหน้าที่ จึงต้องให้รัฐบาลกลางเข้ามาจัดการ

แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ระบุว่า “ผู้นำพรรคเดโมแครตในรัฐแคลิฟอร์เนียล้มเหลวโดยสิ้นเชิงในการปกป้องพลเมืองของตนเอง นี่คือเหตุผลที่ประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามอนุมัติให้ส่งกองกำลัง National Guard 2,000 นาย เพื่อแก้ไขความไร้ระเบียบที่เกิดขึ้นจากความล้มเหลวนี้”

แต่ แกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย คัดค้านอย่างรุนแรง โดยโพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า “นี่เป็นการยั่วยุโดยตั้งใจ และจะยิ่งทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น เจ้าหน้าที่ LA สามารถขอกำลังเสริมได้ทันทีหากจำเป็น เราทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับเมืองและเขต และขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน” พร้อมเสริมว่าทรัมป์กำลังสร้างวิกฤตขึ้นมาเอง

ย้อนกลับไปในวาระแรก ทรัมป์เคยเสนอแนวคิดจะใช้ทหารในประเทศเพื่อสลายการประท้วงหรือปราบอาชญากรรม แต่ที่ปรึกษาในขณะนั้นห้ามไว้ เพราะจะเป็นก้าวสำคัญที่ผิดธรรมเนียมตามหลักการใช้อำนาจ*

แต่ปัจจุบันทรัมป์ไม่มีที่ปรึกษาที่จะขัดขวางแรงกระตุ้นเชิงรุกของเขา และหลังจากหาเสียงโดยให้คำมั่นว่าจะปราบปรามอาชญากรรมและคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย เขาก็ต้องการแสดงให้เห็นว่าเขาพร้อมใช้มาตรการถึงที่สุด

เจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายระดับสูงรายหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์กล่าวว่า การส่งทหารเข้าไปเป็นการตอบโต้เกินกว่าเหตุ และอาจยิ่งยั่วยุผู้ก่อเหตุให้ปะทะรุนแรงขึ้น

เจ้าหน้าที่รายเดียวกันรายงานว่าในช่วงเย็นวันเสาร์มีผู้ชุมนุมที่อาจใช้ความรุนแรงเพียงไม่กี่สิบคน และเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังควบคุมสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

คริสตี โนม รัฐมนตรี DHS ปกป้องการตัดสินใจนี้ว่าเป็นเรื่องของความมั่นคง โดยให้สัมภาษณ์ในรายการ Face the Nation ทางช่อง CBS ว่า “ทหาร National Guard จะใช้ทักษะเฉพาะตัวเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย …พวกเขาอยู่ที่นั่นเพื่อดูแลความปลอดภัยของปฏิบัติการ และเพื่อให้แน่ใจว่าการชุมนุมเป็นไปอย่างสันติ”

การปราบปรามการเข้าเมืองครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการเร่งผลักดันการจับกุมคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย โดย สตีเฟน มิลเลอร์ รองหัวหน้าคณะทำงาน และนักออกแบบนโยบายคนเข้าเมืองสายแข็ง ได้เร่งรัดเจ้าหน้าที่ ICE ให้เพิ่มการจับกุม

ในช่วงหลายสัปดาห์หลังจากนั้น ICE ได้เร่งการบังคับใช้กฎหมาย โดยในวันที่ 4 มิถุนายน มีการจับกุมถึง 2,368 ราย ซึ่งเป็นสถิติใหม่ เทียบกับช่วง 100 วันแรกของรัฐบาลที่มีเฉลี่ยราว 1,000 ราย/วัน ขณะเดียวกันรัฐบาลทรัมป์ยังขู่ว่าจะตัดงบประมาณของรัฐแคลิฟอร์เนีย CNN รายงานว่ามีการเตรียมระงับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลกลางจำนวนมาก ซึ่งรวมถึงความเป็นไปได้ที่จะ ตัดเงินทั้งหมด ที่ให้กับมหาวิทยาลัย California และ California State University

ทรัมป์โจมตีผู้ว่าการนิวซัมอย่างสม่ำเสมอ ทั้งสองคนมีความสัมพันธ์ตึงเครียดมายาวนาน และยิ่งแย่ลงหลังเกิดไฟป่าครั้งใหญ่ในรัฐเมื่อต้นปีนี้ โดยในวันศุกร์ ทั้งสองได้โทรศัพท์พูดคุยกันราว 40 นาที โดยเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเผยว่า ทรัมป์บอกนิวซัมให้จัดการตำรวจให้เรียบร้อย เพราะสถานการณ์กำลังควบคุมไม่ได้

บันทึกที่ทรัมป์ลงนามระบุว่ากำลังของ National Guard จะประจำการได้นาน 60 วัน ขึ้นกับการพิจารณาของพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม ด้านรองผู้อำนวยการ FBI แดน บองจิโน ระบุในโพสต์บนโซเชียลว่า “เราจะไม่หยุด ไม่ชะลอ และไม่หวาดกลัวต่อความรุนแรง เราจะเดินหน้าจับกุมผู้ที่พยายามขัดขวางปฏิบัติการ และจะดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด”**

ขณะที่รัฐมนตรีกลาโหมเฮกเซธโพสต์ในวันเสาร์ว่า นาวิกโยธินที่ประจำอยู่ใกล้ค่ายแคมป์เพนเดิลตัน ถูกสั่งให้เตรียมพร้อมสูงสุด เพื่อสนับสนุนภารกิจ National Guard

ทรัมป์กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่ายังไม่พร้อมใช้กฎหมาย Insurrection Act ปี 1807 ซึ่งให้อำนาจประธานาธิบดีในการส่งทหารเข้าปราบความไม่สงบภายในประเทศ เมื่อถูกถามว่าจะใช้กฎหมายนี้หรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า “ขึ้นอยู่กับว่าจะมีการก่อกบฏหรือเปล่า” และเมื่อถูกถามว่ามีการก่อกบฏเกิดขึ้นในลอสแอนเจลิสแล้วหรือยัง เขาตอบว่า “ยัง แต่มีคนรุนแรงอยู่ และเราจะไม่ปล่อยให้พวกเขาลอยนวล”

เมื่อถามว่าเขานิยามคำว่า“ก่อกบฏ” อย่างไร ทรัมป์ตอบว่า“คุณแค่ต้องดูสิ่งที่เกิดขึ้นตรงนั้น เมื่อคืนนี้ในลอสแอนเจลิส เราติดตามอย่างใกล้ชิด มันรุนแรงมาก”

อย่างไรก็ตามเขายังไม่ปิดทางเลือกนี้ ทรัมป์กล่าวก่อนจะเดินทางไปยังแคมป์เดวิดกล่าวว่า “เราจะดูว่าเราต้องการอะไร และเราจะส่งทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อให้เกิดกฎหมายและความสงบ”

ไม่นานหลังจากนั้น เขาโพสต์บนโซเชียลว่า“กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบกำลังโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางในลอสแอนเจลิส เพื่อหยุดยั้งการเนรเทศของรัฐบาล”

ทรัมป์จะประชุมร่วมกับรัฐมนตรีกลาโหมเฮกเซธ รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ และรัฐมนตรีต่างประเทศมาร์โก รูบิโอ ที่แคมป์เดวิดในเย็นวันอาทิตย์ ซึ่งจะกลายเป็นการประชุมประจำเพื่อหารือประเด็นสำคัญต่าง ๆ

อ้างอิง : edition.cnn.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...