เปิดเบื้องหลัง “คำสั่งทรัมป์” ส่งทหาร 2,000 นาย คุมแคลิฟอร์เนีย สกัดม็อบต้านนโยบายคนเข้าเมือง
หลังการประท้วงในลอสแอนเจลิสปะทุรุนแรงจากมาตรการตรวจคนเข้าเมือง รัฐบาลทรัมป์ตัดสินใจส่งกำลัง National Guard ฝ่าคำคัดค้านจากผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ส่องเบื้องหลังการตัดสินใจครั้งนี้
วันที่ 9 มิถุนายน 2568 เวลา 05.01 น. เว็บไซต์ CNN รายงานว่า ความตึงเครียดระหว่างรัฐบาลทรัมป์และรัฐแคลิฟอร์เนียทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ตัดสินใจส่งสมาชิกกองกำลังพิทักษ์แห่งชาติ (National Guard) จำนวน 2,000 นาย ไปยังพื้นที่ลอสแอนเจลิส ซึ่งผู้นำพรรคเดโมแครตของรัฐมองว่าเป็นการยกระดับความตึงเครียดอย่างไม่จำเป็น ท่ามกลางการประท้วงต่อต้านนโยบายคนเข้าเมืองของรัฐบาล
ทรัมป์เคยหาเสียงด้วยการให้คำมั่นว่าจะผลักดันการเนรเทศคนต่างชาติออกจากประเทศอย่างเข้มข้น แต่ช่วงต้นของวาระที่สองกลับยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทำให้รัฐบาลต้องเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้นในการเร่งบังคับใช้กฎหมาย ตรวจจับ และเนรเทศแรงงานผิดกฎหมาย ซึ่งรวมกับความขัดแย้งเดิมระหว่างทรัมป์กับรัฐแคลิฟอร์เนีย ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงในลอสแอนเจลิสในช่วงสุดสัปดาห์
เมื่อการประท้วงยกระดับขึ้นในวันศุกร์ เจ้าหน้าที่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) เริ่มเตรียมส่งกำลังและอุปกรณ์เสริม เพื่อคุ้มครองเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ICE) ที่กำลังดำเนินปฏิบัติการซึ่งวางแผนไว้ล่วงหน้าแล้ว
ในการหารือที่ดำเนินต่อเนื่องจนถึงค่ำวันศุกร์ เจ้าหน้าที่รายหนึ่งระบุว่าพวกเขาเตรียมรับมือกับเหตุการณ์แบบ “พอร์ตแลนด์” ซึ่งเคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2563 โดยกลุ่มผู้ประท้วงล้อมอาคารรัฐบาลกลางในรัฐออริกอน ซึ่งครั้งนี้ DHS ได้เตรียมรถหุ้มเกราะ กระสุนควบคุมฝูงชน เช่น แก๊สน้ำตาและลูกแก๊สพริกไทย รวมถึงส่งเจ้าหน้าที่หลายร้อยนายจากหน่วยงานต่าง ๆ ในสังกัด
แม้จะมีการหารือกันว่าจะยกเลิกปฏิบัติการหรือไม่ แต่เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ประเมินว่ายังควรดำเนินต่อ โดยเน้นจับกุมแรงงานผิดกฎหมายที่มีประวัติอาชญากรรม และตรวจสอบสถานประกอบการ
สรุปคือ ส่งเจ้าหน้าที่และทรัพยากรเสริมไปคุ้มครอง ICE และรักษาความปลอดภัยรอบอาคารรัฐบาลกลางที่กลุ่มประท้วงรวมตัวกัน
ตลอดวันเสาร์ เจ้าหน้าที่ DHS และทำเนียบขาวติดต่อกันเกือบตลอดเวลา ขณะที่กำลังเสริมเดินทางถึงพื้นที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ กระทั่งช่วงเย็นวันเสาร์ เมื่อเห็นว่าไม่สามารถส่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางเพิ่มได้อีกโดยไม่ต้องดึงจากพื้นที่อื่น ทำเนียบขาวจึงตัดสินใจส่งกองกำลังพิทักษ์แห่งชาติ ตามคำกล่าวของเจ้าหน้าที่คนหนึ่ง
เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวกล่าวว่า “เจ้าหน้าที่รายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบขว้างก้อนหินใส่รถ …เห็นได้ชัดว่าทางการกลางไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ และถูกโจมตี”
ทรัมป์ลงนามในบันทึกประธานาธิบดี (Presidential Memorandum) เพื่ออนุมัติการส่งกองกำลัง National Guard ในคืนวันเสาร์ และโฆษกประธานาธิบดีประกาศเรื่องนี้ในขณะที่ทรัมป์เดินทางไปร่วมชมศึก UFC ที่เมืองนวร์ก รัฐนิวเจอร์ซีย์
สารหลักจากทรัมป์และผู้ใกล้ชิด ผู้นำเดโมแครตของแคลิฟอร์เนียไม่ทำหน้าที่ จึงต้องให้รัฐบาลกลางเข้ามาจัดการ
แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ระบุว่า “ผู้นำพรรคเดโมแครตในรัฐแคลิฟอร์เนียล้มเหลวโดยสิ้นเชิงในการปกป้องพลเมืองของตนเอง นี่คือเหตุผลที่ประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามอนุมัติให้ส่งกองกำลัง National Guard 2,000 นาย เพื่อแก้ไขความไร้ระเบียบที่เกิดขึ้นจากความล้มเหลวนี้”
แต่ แกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย คัดค้านอย่างรุนแรง โดยโพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า “นี่เป็นการยั่วยุโดยตั้งใจ และจะยิ่งทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น เจ้าหน้าที่ LA สามารถขอกำลังเสริมได้ทันทีหากจำเป็น เราทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับเมืองและเขต และขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน” พร้อมเสริมว่าทรัมป์กำลังสร้างวิกฤตขึ้นมาเอง
ย้อนกลับไปในวาระแรก ทรัมป์เคยเสนอแนวคิดจะใช้ทหารในประเทศเพื่อสลายการประท้วงหรือปราบอาชญากรรม แต่ที่ปรึกษาในขณะนั้นห้ามไว้ เพราะจะเป็นก้าวสำคัญที่ผิดธรรมเนียมตามหลักการใช้อำนาจ*
แต่ปัจจุบันทรัมป์ไม่มีที่ปรึกษาที่จะขัดขวางแรงกระตุ้นเชิงรุกของเขา และหลังจากหาเสียงโดยให้คำมั่นว่าจะปราบปรามอาชญากรรมและคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย เขาก็ต้องการแสดงให้เห็นว่าเขาพร้อมใช้มาตรการถึงที่สุด
เจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายระดับสูงรายหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์กล่าวว่า การส่งทหารเข้าไปเป็นการตอบโต้เกินกว่าเหตุ และอาจยิ่งยั่วยุผู้ก่อเหตุให้ปะทะรุนแรงขึ้น
เจ้าหน้าที่รายเดียวกันรายงานว่าในช่วงเย็นวันเสาร์มีผู้ชุมนุมที่อาจใช้ความรุนแรงเพียงไม่กี่สิบคน และเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังควบคุมสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
คริสตี โนม รัฐมนตรี DHS ปกป้องการตัดสินใจนี้ว่าเป็นเรื่องของความมั่นคง โดยให้สัมภาษณ์ในรายการ Face the Nation ทางช่อง CBS ว่า “ทหาร National Guard จะใช้ทักษะเฉพาะตัวเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย …พวกเขาอยู่ที่นั่นเพื่อดูแลความปลอดภัยของปฏิบัติการ และเพื่อให้แน่ใจว่าการชุมนุมเป็นไปอย่างสันติ”
การปราบปรามการเข้าเมืองครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการเร่งผลักดันการจับกุมคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย โดย สตีเฟน มิลเลอร์ รองหัวหน้าคณะทำงาน และนักออกแบบนโยบายคนเข้าเมืองสายแข็ง ได้เร่งรัดเจ้าหน้าที่ ICE ให้เพิ่มการจับกุม
ในช่วงหลายสัปดาห์หลังจากนั้น ICE ได้เร่งการบังคับใช้กฎหมาย โดยในวันที่ 4 มิถุนายน มีการจับกุมถึง 2,368 ราย ซึ่งเป็นสถิติใหม่ เทียบกับช่วง 100 วันแรกของรัฐบาลที่มีเฉลี่ยราว 1,000 ราย/วัน ขณะเดียวกันรัฐบาลทรัมป์ยังขู่ว่าจะตัดงบประมาณของรัฐแคลิฟอร์เนีย CNN รายงานว่ามีการเตรียมระงับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลกลางจำนวนมาก ซึ่งรวมถึงความเป็นไปได้ที่จะ ตัดเงินทั้งหมด ที่ให้กับมหาวิทยาลัย California และ California State University
ทรัมป์โจมตีผู้ว่าการนิวซัมอย่างสม่ำเสมอ ทั้งสองคนมีความสัมพันธ์ตึงเครียดมายาวนาน และยิ่งแย่ลงหลังเกิดไฟป่าครั้งใหญ่ในรัฐเมื่อต้นปีนี้ โดยในวันศุกร์ ทั้งสองได้โทรศัพท์พูดคุยกันราว 40 นาที โดยเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเผยว่า ทรัมป์บอกนิวซัมให้จัดการตำรวจให้เรียบร้อย เพราะสถานการณ์กำลังควบคุมไม่ได้
บันทึกที่ทรัมป์ลงนามระบุว่ากำลังของ National Guard จะประจำการได้นาน 60 วัน ขึ้นกับการพิจารณาของพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม ด้านรองผู้อำนวยการ FBI แดน บองจิโน ระบุในโพสต์บนโซเชียลว่า “เราจะไม่หยุด ไม่ชะลอ และไม่หวาดกลัวต่อความรุนแรง เราจะเดินหน้าจับกุมผู้ที่พยายามขัดขวางปฏิบัติการ และจะดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด”**
ขณะที่รัฐมนตรีกลาโหมเฮกเซธโพสต์ในวันเสาร์ว่า นาวิกโยธินที่ประจำอยู่ใกล้ค่ายแคมป์เพนเดิลตัน ถูกสั่งให้เตรียมพร้อมสูงสุด เพื่อสนับสนุนภารกิจ National Guard
ทรัมป์กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่ายังไม่พร้อมใช้กฎหมาย Insurrection Act ปี 1807 ซึ่งให้อำนาจประธานาธิบดีในการส่งทหารเข้าปราบความไม่สงบภายในประเทศ เมื่อถูกถามว่าจะใช้กฎหมายนี้หรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า “ขึ้นอยู่กับว่าจะมีการก่อกบฏหรือเปล่า” และเมื่อถูกถามว่ามีการก่อกบฏเกิดขึ้นในลอสแอนเจลิสแล้วหรือยัง เขาตอบว่า “ยัง แต่มีคนรุนแรงอยู่ และเราจะไม่ปล่อยให้พวกเขาลอยนวล”
เมื่อถามว่าเขานิยามคำว่า“ก่อกบฏ” อย่างไร ทรัมป์ตอบว่า“คุณแค่ต้องดูสิ่งที่เกิดขึ้นตรงนั้น เมื่อคืนนี้ในลอสแอนเจลิส เราติดตามอย่างใกล้ชิด มันรุนแรงมาก”
อย่างไรก็ตามเขายังไม่ปิดทางเลือกนี้ ทรัมป์กล่าวก่อนจะเดินทางไปยังแคมป์เดวิดกล่าวว่า “เราจะดูว่าเราต้องการอะไร และเราจะส่งทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อให้เกิดกฎหมายและความสงบ”
ไม่นานหลังจากนั้น เขาโพสต์บนโซเชียลว่า“กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบกำลังโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางในลอสแอนเจลิส เพื่อหยุดยั้งการเนรเทศของรัฐบาล”
ทรัมป์จะประชุมร่วมกับรัฐมนตรีกลาโหมเฮกเซธ รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ และรัฐมนตรีต่างประเทศมาร์โก รูบิโอ ที่แคมป์เดวิดในเย็นวันอาทิตย์ ซึ่งจะกลายเป็นการประชุมประจำเพื่อหารือประเด็นสำคัญต่าง ๆ
อ้างอิง : edition.cnn.com