กรุงศรีส่อง 2 หุ้นนิคมอุตสาหกรรม WHA-AMATA
#ทันหุ้น-บล.กรุงศรี แนะนำ 2 หุ้นนิคมอุตสาหกรรม ได้แก่หุ้นบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA และหุ้นบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) โดยประเมินแนวโน้มธุรกิจในปีนี้ รวมถึงให้ราคาเป้าหมายของหุ้นแต่ละตัว
ฝ่ายวิจัยกรุงศรี ระบุว่า WHA ได้วางเป้าหมายการขายที่ดินในปีนี้ที่ 2,350 ไร่ โดยได้รับการสนับสนุนจากยอดขายที่ดิน 876 ไร่ที่ลงนามไปแล้วในไตรมาส 1/68 และอีก 1,311 ไร่ภายใต้ LOI ซึ่งรวมกว่า 500 ไร่จากผู้ผลิตยางรถยนต์และกว่า 400 ไร่จากผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างการเจรจากับผู็ประกอบการศูนย์ข้อมูล หรือดาต้าเซ็นเตอร์ 21 ราย รวมถึงข้อตกลงให่ที่อาจครอบคลุมพื้นที่ 1,000 ไร่
นอกจากนี้ WHA ยังมีปัจจัยบวกหลายประการจากธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงาน ได้แก่ คาดว่าจะรับรู้รายได้จากค่าบริการส่วนเกินครั้งเดียว 700 ล้านบาทระหว่างไตรมาส 3/68 ถึงปี 2569, คาดว่าจะประหยัดต้นทุนได้จากการที่ราคาแผงโซลาร์เซลล์ลดลง 10-20% ช่วยเพิ่มอัตรากำไรจากปริมาณงานรอการขาย 276 เมกะวัตต์ และ รายได้ที่คาดว่าจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากการใช้น้ำและไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าศูนย์ข้อมูลตั้งแต่ปีหน้า
ขณะที่ด้าน Valuation หุ้น WHA มีการซื้อขายที่มูลค่าต่ำเป็นประวัติการณ์ โดยมี PER 9.5 เท่า (-2SD) และ PBV 1.3 เท่า (-2SD) โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 6.40 บาท
ส่วนหุ้นAMATA แม้สถานการณ์การค้าโลกยังไม่แน่นอน แต่บริาทยังมีมุมมองบวกต่อเป้าหมายยอดขายที่ดินในปีนี้ที่ 3,000 ไร่ ซึ่งปัจจุบันขายไปแล้วกว่า 750 ไร่ ขณะที่แนวโน้มกำไรไตรมาส 2/68 ขึ้นอยู่กับการโอนกรรมสิทธิ์จากยอดคงค้าง 21,500 ล้านบาท (19,700 ล้านบาทสำหรับประเทศไทย และ 1,800 ล้านบาทสำหรับเวียดนาม) ซึ่งจะช่วยให้บริษัทมีรายได้ตลอดทั้งปีนี้และปีหน้า
ส่วน Valuation หุ้น AMATA มีการซื้อขาย Valuation ที่ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยมี PER อยู่ที่ 6.1 เท่า (-2SD) และ PBV สำหรับปีงบประมาณ 2568 เพียง 0.8 เท่า (-2SD) นอกจากนี้ หุ้นดังกล่าวยังมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าดึงดูดใจที่ 6.1% โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 33.50 บาท
ฝ่ายวิจัยกรุงศรี มองว่าหุ้น WHA และ AMATA จะมี Catalyst ที่เหมือนกันคือ จิตวิทยาบวกการเจรจาการค้าสหรัฐฯ – จีนอย่างเป็นทางการวันนี้ (9 มิ.ย.) ที่กรุงลอนดอน และ การที่สหรัฐฯ นัดไทยเจรจาการค้าอย่างเป็นทางการแล้ว ทำให้ฝ่ายวิจัยมีแนวโน้มมองบวกขึ้นกว่าเดิมที่ให้โอกาส 65% ที่ไทยจะได้ข้อเสนอไม่ด้อยกว่าประเทศคู่แข่ง ท้ายที่สุดจะลดความกังวลตลาดต่อกลุ่มนิคม