โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

นักเศรษฐศาสตร์ ชี้ ‘จีดีพี’ ไทยปีนี้ ส่อติดลบ 1.1% หากยังโดนภาษี 36%

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 00.15 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 07.15 น.

หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งจดหมายถึงประเทศไทยว่าในวันที่ 1 ส.ค. จะปรับภาษีศุลกากรกลับไปสู่ระดับเดิมที่ 36% หลังจากหมดช่วงเวลาการหยุดพัก 90 วันดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์ Head of Economic Research หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ให้สัมภาษณ์กับ“กรุงเทพธุรกิจ” ว่า หากไทยโดยภาษีนำเข้า 36% มีโอกาสสูงที่จีดีพีทั้งปีจะติดลบประมาณ 1.1% และครึ่งหลังอาจติดลบ 4-4.5% เนื่องจากสหรัฐเป็นตลาดหลักของไทยและภาษีทั่วโลกจะกระทบต่อการใช้จ่ายและการท่องเที่ยว

จากความเสี่ยงทั้งหมด ดร.ปิยศักดิ์ กล่าวว่า นโยบายการเงินการคลังต้องผ่อนคลายเนื่องจากเศรษฐกิจจะแย่ลงไปอีกมาก กล่าวคือธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ควรลดดอกเบี้ยฉุกเฉิน (Emergency Cut) อย่างน้อย 1 ครั้ง จำนวน 0.25% ก่อนเดือนส.ค. และอาจเป็นไปได้ว่าต้องลดมากกว่านั้น

รวมทั้ง นโยบายการคลังควรเร่งการเบิกจ่ายงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.1 แสนล้านบาท ซึ่งควรเริ่มทำตั้งแต่ตอนนี้และเร่งให้มากยิ่งขึ้นเพราะแม้ว่าผลกระทบจากภาษีทรัมป์จะหนักสำหรับภาคการส่งออกแต่หากนโยบายการเงินและการคลังผสานไปด้วยกันก็จะช่วยพยุงเศรษฐกิจไปได้

ความเชื่อมั่นหด

ดร. อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ให้สัมภาษณ์กับกรุงเทพธุรกิจว่า อัตราภาษี 36% กระทบต่อความเชื่อมั่นและบรรยากาศการลงทุนอย่างแน่นอน โดยการเก็บภาษีที่ระดับนี้ถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนามที่สหรัฐเก็บเพียง 20% สำหรับสินค้าทั่วไป

ต่อมาคือผลกระทบต่อการส่งออก การเก็บภาษีในระดับสูงนี้ หรือแม้แต่การเลื่อนการเก็บภาษีออกไป ก็ยังทำให้นักลงทุนลังเลที่จะเข้ามาลงทุน ส่งผลให้การส่งออกในช่วงครึ่งหลังของปีมีความเสี่ยงที่จะหดตัวได้ แม้ว่าการคาดการณ์การเติบโตของการส่งออกทั้งปีอาจจะยังเป็นบวก แต่ก็จะเป็นบวกในระดับต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้คือลดลงจาก 3.5%

สำหรับสินค้าที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือกลุ่มที่แข่งขันกับเวียดนามในตลาดสหรัฐจะลำบากมากขึ้น ได้แก่ ชิ้นส่วนโทรศัพท์ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์

ในขณะที่ สินค้าที่ไทยยังคงมีความสามารถในการแข่งขันอย่างยางรถยนต์ เครื่องปรับอากาศ และอาหารสัตว์ แม้จะโดนเก็บภาษีในฝั่งสหรัฐมาก แต่ก็ยังสามารถแข่งขันได้อยู่ แต่ในระยะยาวก็ต้องมีการพัฒนาเช่นเดียวกัน

“บรรยากาศเช่นนี้ ทำให้เกิดความกังวลเรื่องการย้ายฐานการผลิตจากไทยไปยังเวียดนามหรือประเทศอื่นในอาเซียน รวมถึงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) โดยเฉพาะจากจีน อาจจะไม่เข้ามาไทยโดยตรง หากการลงทุนลดลง จะส่งผลกระทบต่อการเติบโตของค่าจ้าง การบริโภค และจีดีพีในอนาคต”

'ลาตินอเมริกา' ฐานการลงทุนใหม่ ภาษีแค่ 10%

นายบุรินทร์ อดุลวัฒนะ เป็นกรรมการผู้จัดการ และ Chief Economist บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวให้สัมภาษณ์กับกรุงเทพธุรกิจว่า มีแนวโน้มที่ จีดีพีไทย ตลอดปี 2025 จะเติบโตลดลงจากเดิมที่คาดไว้ว่า 1.4% มาอยู่ที่ประมาณ 1.1-1.2% จากการเก็บภาษีของสหรัฐ

นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มที่ภาคธุรกิจจะย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่ได้รับภาษีต่ำกว่า เช่นเวียดนามที่โดยภาษีไป 20% หรือกลุ่มประเทศในแถบลาตินอเมริกาที่มีแนวโน้มโดนแค่ 10% ดังนั้นแทบไม่มีเหตุผลที่จะมาผลิตสินค้าในประเทศไทย ยกเว้นกลุ่มที่ประเทศไทยมีความเชี่ยวชาญและต้นทุนอย่างยางรถยนต์

มากไปกว่านั้น หนึ่งสิ่งที่รัฐบาลทรัมป์อยากได้จากประเทศไทยคือการลดสิ่งที่เป็น Non-tariffs Barriers ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตลาดเนื้อหมู ขั้นตอนด้านศุลกากรที่ยุ่งยาก ข้อกำหนด Foreign Business Act. กฎหมายการคุ้มครองทางปัญญา (Intellectual Protection) ซึ่งสิ่งเหล่านี้ยังไม่เห็นมากนักในข้อเสนอของรัฐบาลไทยต่อทรัมป์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...