โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จีนพลิกโฉมการท่องเที่ยวยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยี AI

China Media Group

อัพเดต 20 พ.ค. 2568 เวลา 06.50 น. • เผยแพร่ 20 พ.ค. 2568 เวลา 06.50 น.

จีนพลิกโฉมการท่องเที่ยวยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยี AI

เทคโนโลยี AI ถูกนำมาใช้อย่างเป็นรูปธรรมในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจีน จุดเปลี่ยนสำคัญนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะความก้าวหน้าในการพัฒนาเทคโนโลยี AI ของจีนเท่านั้น แต่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวของจีนเข้าใจดีว่า “การท่องเที่ยวยุคใหม่” ต้องให้ความสำคัญกับประสบการณ์ และความสะดวกสบายของนักท่องเที่ยว ซึ่งเทคโนโลยี AI สามารถช่วยตอบโจทย์นักท่องเที่ยวแต่ละคนได้อย่างดีเยี่ยม

นักท่องเที่ยวจีนยุค AI เริ่มหันมาใช้แพลตฟอร์ม AI อย่าง DeepSeek Kimi และ Doubao ช่วยวางแผนการ ทริปท่องเที่ยวแบบเฉพาะตัว เพียงแค่ระบุรายละเอียดที่ต้องการ อย่างงบประมาณที่ต้องการใช้ในการท่องเที่ยว ระยะเวลา กิจกรรมที่สนใจ เช่น สำรวจธรรมชาติ เรียนรู้ประวัติศาสตร์ หรือตามรอยร้านอาหารดัง ระบบ AI จะสร้างสรรค์แผนการท่องเที่ยวให้ โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที แพลตฟอร์ม AI นี้ไม่เพียงช่วยให้นักท่องเที่ยวประหยัดเวลา แต่ยังลดความเครียดในการวางแผนการเดินทาง และยังช่วยให้นักท่องเที่ยวมือใหม่กล้าตัดสินใจออกเดินทางมากขึ้นด้วย

เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา Tuniu แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวออนไลน์ของจีน เปิดตัว "Xiaoniu" ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถค้นหาตั๋วเครื่องบิน ที่พัก รูปแบบการเดินทาง และกิจกรรมต่างๆ พร้อมเปรียบเทียบราคา วิเคราะห์ความคุ้มค่า และให้คำแนะนำนักท่องเที่ยวแบบเรียลไทม์ "Xiaoniu" ยังสามารถเรียนรู้จากพฤติกรรมการใช้งานของนักท่องเที่ยวในแต่ละทริป เพื่อปรับคำแนะนำในครั้งถัดไป ทำให้ประสบการณ์การท่องเที่ยวของแต่ละคนไม่เพียงสะดวกขึ้น แต่ตรงใจขึ้นทุกครั้งที่ใช้งาน

ขณะที่ผู้ประกอบการการท่องเที่ยว ผู้พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ยังนำเทคโนโลยี AI มาช่วยสร้างประสบการณ์ “เสมือนจริง” ให้กับนักท่องเที่ยวในการเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เช่น การเยี่ยมชมถ้ำโมเกา (Mogao Grottoes) ในตุนหว งมณฑลกานซู่ ผ่านแว่น VR หรือการใช้งานผู้ช่วยดิจิทัลอย่าง “Tang Xiaobao” ที่ศูนย์การค้า Grand Tang Mall ในเมืองซีอาน มณฑลส่านซี ที่สามารถโต้ตอบ ช่วยแนะนำร้านค้า เส้นทาง และกิจกรรมภายในศูนย์การค้าได้เสมือนเจ้าหน้าที่จริง

หลายเมืองของจีนยังบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวด้วยเทคโนโลยี AI ซึ่งใช้ Big Data วิเคราะห์พฤติกรรมนักท่องเที่ยว เช่น ช่วงเวลาที่คนหนาแน่น จุดที่นักท่องเที่ยวชอบถ่ายรูป หรือเส้นทางที่นักท่องเที่ยวชอบเดิน เพื่อวางแผนกระจายนักท่องเที่ยว ลดความแออัด และรักษาสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของเมือง เช่น เมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง และเมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน ที่ติดตั้งระบบตรวจจับความเคลื่อนไหวแบบเรียลไทม์ ประเมินความหนาแน่นของผู้คน เพื่อให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจไปยังจุดที่ยังไม่แออัด

นอกจากนี้ รัฐบาลจีนยังสนับสนุนให้ภาคเอกชน และภาคการศึกษาพัฒนาแอปพลิเคชันและนวัตกรรมด้านการท่องเที่ยวที่ใช้เทคโนโลยี AI ผ่านโครงการจัดการแข่งขัน เช่น โครงการ “Global Youth Tourism Startup” ที่เปิดเวทีให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ได้โชว์นำเสนอรูปแบบการพัฒนาการท่องเที่ยวด้วยเทคโนโลยี AI เช่น แอปพลิเคชันแปลภาษาอัจฉริยะแบบเรียลไทม์ หรือแพลตฟอร์ม VR ที่พาเที่ยวเมืองโบราณแบบอินเทอร์แอคทีฟ

การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของจีนด้วยเทคโนโลยี AI จึงทำให้นักท่องเที่ยวได้รับประสบการณ์การท่องเที่ยวใหม่ที่มีคุณค่า และช่วยพลิกโฉมให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของจีนเติบโตอย่างยั่งยืน

บทความ : ประวีณมัย บ่ายคล้อย

ภาพ : CGTN

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...