จากเมืองหลักสู่เมืองรอง ธุรกิจ “อาหารไทย” พัฒนาไม่หยุดในจีน
สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองไท่หยวน ประเทศจีน เมื่อวันที่ 9 ก.ค. หญิงแซ่หลิว ชาวเมืองไท่หยวน ในมณฑลซานซี ทางตอนเหนือของจีน มักเดินทางไปร้านอาหารไทยในท้องถิ่นพร้อมครอบครัวทุกเดือน ซึ่งร้านอาหารไทยแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ นำเสนอบรรยากาศความเป็นไทยอย่างชัดเจน และค่าอาหารต่อคนเฉลี่ยอยู่ที่มากกว่า 100 หยวน (ราว 450 บาท) หลิวกล่าวว่า ครอบครัวเป็นแฟนคลับอาหารไทย ชื่นชอบน้ำจิ้มรสเผ็ดเปรี้ยวหวานที่กระตุ้นต่อมรับรสเป็นพิเศษ
การแข่งขันในอุตสาหกรรมร้านอาหารของจีนนั้นดุเดือด โดยเฉพาะตามศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่มีร้านอาหารเปิดและปิดกิจการกันเป็นเรื่องปกติ แต่มีร้านอาหารไทยแห่งหนึ่งในเมืองไท่หยวน สามารถเปิดมานานถึง 7 ปีแล้ว
ขณะเดียวกัน มีร้านอาหารไทยอีกแห่งเปิดอยู่ใกล้สวนสาธารณะทะเลสาบจิ้นหยาง ของเมืองไท่หยวน ร้านแห่งนี้มีขนาดไม่ใหญ่ แบ่งเป็นโต๊ะในร่มราว 20 ตัว และที่นั่งกลางแจ้งอีก 10 กว่าตัว ตกแต่งร้านด้วยไม้ใบไม้ดอกนานาพรรณสมกับชื่อร้าน “บลูมมิง” (Blooming) คุณหู หย่านี ผู้จัดการร้าน เปิดเผยว่า ช่วงคืนวันธรรมดาโต๊ะเต็มราว 90% ส่วนช่วงวันหยุดมักโต๊ะเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์จนลูกค้าต้องรอคิว
หูกล่าวว่า นับตั้งแต่เปิดร้านแห่งนี้เมื่อสามปีก่อน มีการปรับปรุงเมนูอาหารอย่างต่อเนื่องตามรสนิยมและความนิยมชมชอบของลูกค้า โดยมีการปรับสัดส่วนเครื่องแกงที่ใช้เล็กน้อย และลดทอนความเปรี้ยวเผ็ดลงนิดหน่อยเมื่อเทียบกับเมนูอาหารไทยดั้งเดิมจากไทย ร้านแห่งนี้จ้างพ่อครัวที่มีประสบการณ์ทำอาหารไทยมานานนับสิบปีจากกว่างโจวและเซี่ยงไฮ้ รวมถึงนำเสนอเมนูใหม่ ๆ อยู่เสมอเพื่อรักษาฐานลูกค้า
ทั้งนี้ ข้อมูลทางการตลาดตอกย้ำกระแสความนิยมอาหารไทย โดยมากกว่า 50% ของร้านอาหารเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ราว 15,000 แห่งในจีนนั้นเสิร์ฟอาหารไทย แซงหน้าคู่แข่งอย่างอาหารเวียดนามหรืออาหารสิงคโปร์อย่างมาก ขณะที่เครือข่ายร้านอาหารไทยที่ได้รับความนิยม กำลังขยายตัวสู่ดินแดนใจกลางของจีน ภายใต้ความช่วยเหลือจากแพลตฟอร์มการตลาดดิจิทัลและการจัดส่งอาหาร
ขณะเดียวกัน รัฐบาลไทยสนับสนุนการเติบโตเพิ่มเติมผ่านโครงการริเริ่มต่าง ๆ เช่น การมอบตราสัญลักษณ์ "ไทย ซีเล็กต์" (Thai SELECT) และโครงการ “หนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งเชฟอาหารไทย” ซึ่งฝึกอบรมผู้มีความรู้ความสามารถด้านอุตสาหกรรมอาหารที่พร้อมก้าวสู่ระดับโลก.
ข้อมูล-ภาพ : XINHUA