โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บิ๊กสหพัฒน์มอง เศรษฐกิจไทย ปีนี้เหมือนรถยนต์ 3 ล้อ “ถดถอย” ยิ่งกว่าโควิด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 มิ.ย. 2568 เวลา 10.35 น. • เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2568 เวลา 02.12 น.

เสี่ยบุณยสิทธิ์ มอง เศรษฐกิจไทย 2568 เหมือน “รถยนต์ 3 ล้อ” ลำบากมากกว่าปีที่แล้ว ถดถอยยิ่งกว่า “โควิด” ย้ำต้องกล้าลุยต่อ แลนด์บริดจ์-ขุดคลองคอดกระ ขยายเขตเศรษฐกิจพิเศษหลายจุด ย้ำหากจะทำต้อง “เร็ว” รับมือจีนขยายการเดินเรือ สหพัฒน์ปรับพอร์ตลดแฟชั่น เน้นอาหาร ขยายลงทุนอสังหาฯ

“บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา” ประธานเครือสหพัฒน์ หรือ “เสี่ยบุณยสิทธิ์” ให้มุมมองเศรษฐกิจปี 2568 ว่า เศรษฐกิจโลกตอนนี้ “ไม่ค่อยดี” แต่ในเอเชียยังมีบางประเทศที่เติบโตได้ดี เช่น เกาหลี เวียดนาม และอินโดนีเซีย

ส่วนเศรษฐกิจไทยนั้นปีนี้เหมือน “รถยนต์ 3 ล้อ” ลำบากมากกว่าปีที่แล้ว ถดถอยยิ่งกว่า “โควิด” จากแรงกระทบหลายปัจจัย โดยเฉพาะนโยบายภาษีของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ที่สะเทือนเศรษฐกิจทั่วโลก แต่คาดว่าจะเป็นการกระทบที่กินเวลาไม่นาน เพราะตอนนี้ทั่วโลกเริ่มตั้งรับกับมาตรการภาษีดังกล่าวแล้ว

“ตอนนี้ต้องดูแนวโน้มแต่ละประเทศว่ามีมาตรการรับมือกับอเมริกาอย่างไร โดยเฉพาะจีน สิ่งสำคัญคือ ประเทศไทยต้องอยู่ “ตรงกลาง” ไม่ชิดซ้ายหรือขวาในสงครามการค้าจีน-สหรัฐครั้งนี้”

อย่างไรก็ดี สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ “เสี่ยบุณยสิทธิ์” มองว่าการแจกเงินไม่ได้ช่วยเศรษฐกิจ แต่เป็นเพียงนโยบายหาเสียง สิ่งสำคัญคือต้องพัฒนาประเทศให้ต่างชาติเห็นว่า“ประเทศไทยเจริญ” และอยากเข้ามาลงทุน แต่ในทางกลับกัน หากประเทศไม่พัฒนา เศรษฐกิจไม่ดี ตลาดหุ้นยังตกต่อเนื่อง นักลงทุนต่างชาติก็ไม่อยากมาลงทุน

“มาตรการแจกเงินจะทำให้นักลงทุนต่างประเทศยิ่งถอยห่าง เพราะไม่ได้อยู่ในตำราเศรษฐกิจไหนเลย สิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือ “แลนด์บริดจ์” หรือ “ขุดคอคอดกระ” จึงจะเป็นตัวทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ที่ผ่านมาเรามีแต่พูด แต่ไม่ได้ลงมือทำให้เสียโอกาส เพราะในการส่งของไปยุโรปต้องเข้า 'มะละกา' แต่หากแลนด์บริดจ์เกิด ก็จะสามารถส่งออกไปยุโรปได้โดยไม่ต้องอ้อมญี่ปุ่นหรือไต้หวัน ซึ่งประเด็นนี้หากจะทำต้องทำให้เร็ว เพราะตอนนี้การเดินเรือของจีนขยายอย่างมาก เราจะสู้ไม่ได้ EEC เองก็ควรจะขยายให้มีหลาย ๆ จุด”

นอกจากนี้ยังต้องให้ความสำคัญกับการยกระดับการท่องเที่ยว สร้าง Health and wellness หรือฮับของผู้สูงอายุ เพื่อรองรับกับสังคมสูงวัยที่จะขยายตัวและดึงดูดให้ผู้สูงอายุต่างชาติเข้ามา โดยสร้างจุดขายให้เมืองไทยเป็นเมืองที่อยู่ดี กินดี อากาศดี และสุขภาพดี

ในส่วนของ “สหพัฒน์” ปัจจุบันอยู่ในแวดวงธุรกิจไทยมากว่า 80 ปี ขยายกิ่งก้านสาขาไปมากกว่า 300 บริษัท และมี 16 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ นับมูลค่ามาร์เก็ตแคปกว่า 181,420.92 ล้านบาท ซึ่ง “เสี่ยบุณยสิทธิ์” พูดถึงภาพรวมของเครือว่า “ปีนี้บางธุรกิจโต บางธุรกิจถอย แต่ภาพรวมยังโตอยู่”

“สหพัฒน์เราสู้กับเศรษฐกิจขึ้น-ลงหลายระลอก เศรษฐกิจดีเราก็เติบโต เศรษฐกิจไม่ดีเราก็โตช้าหน่อย แต่ไม่เคยเกิดวิกฤติ เพราะเราพยายามสร้างความปลอดภัยของบริษัท เติบโตจากฐานของเราเอง ไม่ได้พึ่งพาเงินกู้จากต่างประเทศ

แต่ละยุคของวิกฤตเศรษฐกิจ ยังมีโอกาส ถ้ารู้จักปรับตัวก็จะอยู่รอด เราเองมีการปรับลดธุรกิจที่ไม่โต เช่น “แฟชั่น” และเน้นธุรกิจที่โตได้ดีอย่าง “อาหาร” ซึ่งวันนี้ทั้งมาม่าและคิวพีมีการขยายการส่งออกไปหลายประเทศ และมีโอกาสขายไปทั่วโลก รวมทั้งเน้นสินค้าที่โตเร็วอย่างเฮลท์แคร์และเพ็ทแคร์มากขึ้น

ควบคู่ไปกับการขยายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทั้ง “KingsQuare Residence” หรือแม้แต่ร่วมทุนกับโอบายาชิในธุรกิจโรงแรม”

ขณะที่ นายธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ประธานจัดงานสหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส กล่าวเสริมว่า แม้แต่งานการจัดงานช็อปสุดยิ่งใหญ่ "สหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส ครั้งที่ 29" ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ มีการปรับให้สอดคล้องกับเทรนด์โลกและพฤติกรรมผู้บริโภค โดยปีนี้จัดงานภายใต้คอนเซปต์ Big Shop Big Show

“ในส่วนของ Big Shop เราจะมีสินค้าที่เน้นนวัตกรรมใหม่ ๆ และสินค้าราคาพิเศษ และมีการเปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ ส่วน Big Show ในรอบ 3-4 ปีที่ผ่านมา เราไม่ได้มีแค่ขายของ แต่ยุคนี้เป็นยุคของประสบการณ์ในการซื้อของด้วย ในปีที่แล้วเรามีเรื่องของ Festival และกิจกรรมมากมาย แต่ปีนี้แค่ Festival อย่างเดียวยังไม่พอ เอาไม่อยู่ เพราะฉะนั้นเราก็มี influencer เข้ามามีส่วนร่วมกับเรา รวมทั้งเปิดตัวแอป BIGXSHOW แพลตฟอร์มไลฟ์คอมเมิร์ซ เป้าหมายคือเราต้องการไปถึงระดับโลก โดยนำไลฟ์และคอนเทนต์ที่น่าสนใจจากหลาย ๆ ประเทศมาอยู่บนแพลตฟอร์ม

รวมทั้งเปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ “FRIDAY FAIR” แพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ที่พัฒนาโดยคนไทย 100% เพื่อนำสินค้าไทยและ SME ไทยไปสู่ตลาดโลก โมเดลที่เราทำเป็นโมเดลที่ไปได้ง่าย ไปได้ไม่ยาก เพราะคนที่จะนำพาไปคือ influencer ของประเทศต่าง ๆ ในงานนี้เราจะมีแคมเปญ “SOS” ซึ่งเป็นการ Live ของ influencer 5 ประเทศ ได้แก่ เกาหลี ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม”

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...