โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“บิ๊กอรรถ” พุ่งเป้าคนต้นโพสต์คลิปเสียง “ฮุนเซน-อิ๊งค์” หากผิดมีขั้นติดตามตัว

INN News

อัพเดต 27 มิ.ย. 2568 เวลา 10.36 น. • เผยแพร่ 27 มิ.ย. 2568 เวลา 03.36 น. • INN News

ผบช.ไซเบอร์ ยันตำรวจเร่งสอบคลิปเสียง “ฮุนเซน–แพทองธาร” รอผลตรวจสอบพยานหลักฐานชี้ขาดความผิด พุ่งเป้าคนต้นโพสต์ หากผิดตามกฎหมายไทยมั่นใจมีขั้นตอนติดตามตัวแม้อยู่ต่างประเทศ

พล.ต.อ.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีตำรวจไซเบอร์ได้รับเรื่องร้องทุกข์ กรณีมีการเผยแพร่คลิปเสียงสนทนาระหว่าง สมเด็จฮุนเซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา กับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทย ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบพยานหลักฐานอย่างละเอียด

พล.ต.อ.ไตรรงค์ เปิดเผยว่า พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 ได้มีการประชุมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนในคดีนี้แล้ว หลังจากได้รับพยานหลักฐานจากผู้ร้องทุกข์ โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเข้าข่ายความผิดตาม กฎหมายไทย หรือไม่ รวมถึงพิจารณาว่าเป็นความผิดที่เกิดขึ้น นอกราชอาณาจักร ซึ่งจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายเช่นเดียวกับกรณีคดีอาชญากรรมข้ามชาติอื่น ๆ โดยยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าพยานหลักฐานที่มีอยู่สามารถเอาผิดได้หรือไม่ ต้องตรวจสอบให้ครบถ้วนก่อน หากเข้าข่ายความผิด ก็จะนำเสนอให้อัยการสูงสุดพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมาย

เบื้องต้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่า คลิปเสียงดังกล่าวจะเข้าข่ายความผิดตาม มาตรา 116 ของประมวลกฎหมายอาญา หรือ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ หรือไม่ โดยพนักงานสอบสวนจะต้องพิจารณาร่วมกับพยานหลักฐานเพิ่มเติมที่ตำรวจรวบรวมไว้

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า ตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนเพื่อตรวจสอบ “เจ้าของเพจ” หรือบุคคลที่เป็นต้นทางการเผยแพร่ โดยจะต้องพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายใดหรือไม่ ซึ่งหากพบว่าเป็นความผิดตามกฎหมายไทย จะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทันที ย้ำว่าต้องตรวจสอบให้แน่ชัดว่าใครเป็นคนโพสต์คนแรก และการโพสต์นั้นมีเนื้อหาเข้าข่ายความผิดหรือไม่ หากใช่และเป็นบุคคลที่อยู่ต่างประเทศ จะเข้าสู่กระบวนการติดตามตัวผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศเช่นเดียวกับคดีอื่น

สำหรับกรณีมีการส่งต่อคลิปเสียงดังกล่าวไปยังบุคคลอื่นจำนวนมาก เช่น อ้างว่าถูกส่งต่อไปอีก 80 ราย ตำรวจสามารถตรวจสอบเส้นทางการแชร์ข้อมูลผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook ได้ เนื่องจากมีประวัติการใช้งานและหลักฐานดิจิทัลที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ไม่ยาก พร้อมยืนยันว่า ตำรวจไซเบอร์มีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน และได้สั่งการให้เร่งดำเนินการทุกขั้นตอนตามกรอบเวลาอย่างเคร่งครัด

โดยรอรายงานผลการประชุมจากคณะพนักงานสอบสวนอย่างเป็นทางการ เพื่อพิจารณาแนวทางการดำเนินคดี ซึ่งไม่ว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องจะเป็นใคร หากตรวจสอบแล้วพบว่าเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายไทย จะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายอย่างถึงที่สุด แม้ผู้ต้องหาจะอยู่ต่างประเทศมีขั้นตอนกระบวนการติดตามตัวอยู่แล้ว

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เข้าแจ้งความที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ดำเนินคดีกับสมเด็จฮุนเซนในประเด็นอื่นว่า ขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้รวมสำนวนกับคดีของตำรวจไซเบอร์ และยืนยันว่าเป็นคนละคดี ซึ่งไม่สามารถรวมเป็นคดีเดียวกันได้ เพราะเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระกัน

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...