รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่เจ้าปัญหา แปลง สปก.596 ไร่ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว สั่งเร่งเจรจาหาข้อสรุปภายใน 1 เดือน
สระแก้ว – รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางลงพื้นที่แปลงเจ้าปัญหา อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว เพื่อประชุมรับฟังสภาพปัญหาของประชาชนทุกภาคส่วน เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดิน และการดำเนินการจัดที่ดินแปลงว่าง ร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับสั่งตั้งคณะกรรมการหาข้อยุติข้อพิพาทที่ดิน ส.ป.ก. บ้านซับม่วง 596 ไร่ เร่งเจรจาให้ได้ข้อสรุปภายใน 1 เดือน เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 5 ก.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เพิ่งได้รับการโปรดเกล้าฯให้เป็นรัฐมนตรีคนล่าสุด เดินทางลงพื้นที่ จ.สระแก้ว เพื่อรับทราบแนวทางแก้ไขปัญหากรณีที่ดิน ส.ป.ก.แปลงว่าง 596 ไร่ ในพื้นที่ ม.2 บ้านซับม่วง ต.โคคลาน อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว หลังเกิดปัญหาร้องเรียนและรวมตัวประท้วงกันยาวนาน โดยมี นายเชาวเนตร ยิ้มประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายสุเทพ ชัยวัฒน์ ปลัดจังหวัด สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดสระแก้ว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมต้อนรับ ซึ่งก่อนหน้านี้ คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดสระแก้ว มีมติเห็นชอบในการจัดสรรพื้นที่ให้เกษตรกรผู้ยากไร้ 200 คน เมื่อเดือน ธ.ค.2567 แต่เกิดปัญหากลุ่มบุคคลแอบอ้างสิทธิเข้าบุกรุกพื้นที่ดังกล่าว พร้อมชักชวนประชาชนร่วมบุกรุก และก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างโดยผิดกฎหมายและข่มขู่ผู้มีสิทธิทำกิน ซึ่งสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดสระแก้ว ได้ร้องขอความช่วยเหลือจากส่วนกลาง เพื่อนำกำลังเข้าคลี่คลายสถานการณ์ก่อนหน้านี้
ต่อมา เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.68 ที่ผ่านมา นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ในฐานะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ด้านกฎหมาย ได้นำทีมเจ้าหน้าที่จาก 5 หน่วยงาน ได้แก่ DSI, บก.ปราบปราม, ปทส., ปปป. และตำรวจไซเบอร์ ร่วมกับ ผู้ว่าราชการจังหวัดและ ส.ป.ก.สระแก้ว ลงพื้นที่ตรวจสอบและยึดคืนที่ดินกว่า 3,771 ไร่ ใน 3 จุดสำคัญ ได้แก่ 1. ต.โนนหมากเค็ง อ.วัฒนานคร จำนวน 2,750 ไร่ 2. ต.โคคลาน อ.ตาพระยา จำนวน 596 ไร่ และ 3. ต.ท่าเกษม อ.เมืองสระแก้ว จำนวน 475 ไร่ โดยคาดการณ์ว่า จะมีผลประโยชน์ไปถึงเกษตรกรผู้ยากไร้ ทั้งสิ้นกว่า 1,000 ครอบครัว
สำหรับการเดินทางลงพื้นที่ของ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แบบเร่งด่วนครั้งนี้ ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่นอกเวลาราชการ หลังได้รับการโปรดเกล้าเพียง 3 วัน ซึ่งมีรายงานว่า หลังทราบกำหนดการมีประชาชนหรือเกษตรกรในพื้นที่อำเภอตาพระยา และกลุ่มผู้เคยสมัครขอที่ดินทำกินไว้กับ ส.ป.ก. ได้เดินทางไปรอต้อนรับด้วย ขณะเดียวกัน ก็มีกลุ่มประชาชนอีกกลุ่มที่ไม่ได้รับการจัดสรร ก็ระดมคนเข้าไปขัดขวางกลุ่มประชาชนที่เข้าอยู่ในที่ดินดังกล่าวด้วย โดยมีรายงานด้วยว่า นายยุทธพัฒน์ เพชรประเสริฐ และนายอัมรินทร์ ยี่เฮง เครือข่ายภาคประชาชน ซึ่งพาแกนนำเดินทางไปประท้วงการแก้ปัญหากรณีดังกล่าว ที่ศาลากลางจังหวัดและกระทรวงเกษตรฯ ได้เดินทางมาร่วมครั้งนี้ด้วย ทำให้ต้องมีการระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ,ทหาร และเจ้าหน้าที่ อส. เข้าไปช่วยรักษาความสงบเรียบร้อยด้วยเช่นกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายอรรถกรฯ มีกำหนดตรวจราชการและตรวจสอบพื้นที่แปลงว่าง และการบุกรุกที่ดิน พื้นที่ ม.2 ต.โคคลาน อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว โดยเดินทางจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่เวลา 09.00 น.และลงพื้นที่่ในช่วงเวลา 13.00-15.00 น.ที่บริเวณจุดแปลงว่าและการบุกรุกเข้าถือครองที่ดินพื้นที่ ม.2 จำนวน 596 ไร่ ซึ่งจะมีการประชุมรับฟังสภาพปัญหาของประชาชนทุกภาคส่วน เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดิน และการดำเนินการจัดที่ดินแปลงว่างดังกล่าว ร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วยประชาชน ผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งยื่นคำขอรับการจัดที่ดิน และกลุ่มประชาชนผู้บุกรุกที่ดิน
ล่าสุด นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงพื้นที่มาที่แปลงที่มีข้อพิพาท 597 ไร่ ที่มีประชาชน จำนวน 129 ราย เข้าใช้พื้นที่ครอบครองร่วม 2 ปี โดยตัวแทนชาวบ้านยืนยัน ว่าขอเข้าทำกินต่อโดยไม่ออกจากพื้นที่ และให้อีกกลุ่มเข้าใช้พื้นที่ที่ยังคงเหลืออยู่ ถึงแม้ว่า รอง ส.ป.ก. จะเสนอให้ชาวบ้านทั้งหมดออกนอกพื้นที่ก่อน เพื่อจัดสรรพื้นที่ทั้ง 2 กลุ่มให้เป็นธรรมแล้วก็ตาม โดยนายอรรถกร สรุปสั่งการให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดยมอบหมายให้สำนักงานอัยการสิทธิมนุษยชน เป็นหน่วยงานหลัก ในการตั้งคณะกรรมการกลาง เพื่อเป็นเวทีให้ทั้งสองฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้ามาพูดคุยและหาข้อยุติร่วมกัน โดยกำหนดกรอบระยะเวลาอย่างชัดเจนภายใน 1 เดือน ต้องทราบผลข้อยุติ และมอบหมายให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด หรือ ส.ป.ก.จังหวัด ทำหน้าที่ประสานงาน เจรจา และติดตามผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด พร้อมรายงานความคืบหน้าเป็นรายสัปดาห์
. อย่างไรก็ตาม นายอรรถกร ยังเปิดเผยด้วยว่า หลักการจะต้องให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และหากพบว่าพื้นที่ที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อการจัดสรรให้เกษตรกร ก็ให้ดำเนินการขยายพื้นที่เพิ่มเติมตามขั้นตอนกฎหมาย เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรมีที่ดิน สำหรับใช้ในการประกอบอาชีพ และสามารถดำรงชีวิตอย่างมั่นคง ตามหลักคืนทรัพยากรของรัฐให้ประชาชน อย่างเป็นรูปธรรม
—————————- ขอบคุณภาพ/สวท.สระแก้ว, ทีม ปชส.สระแก้ว, เครือข่ายภาคประชาชน จ.สระแก้ว