โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ไขข้อสงสัย ทำไมปืนประกอบฉากถึงฆ่าคนได้?

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 23 ต.ค. 2564 เวลา 04.22 น. • เผยแพร่ 22 ต.ค. 2564 เวลา 13.20 น.

แม้ปืนประกอบจากจะใช้กระสุนแบลงค์ที่ไม่มีหัวตะกั่ว แต่ยังมีอีกหลายปัจจัยที่จะทำให้เกิดอันตรายกับนักแสดงหรือทีมงานได้

วันที่ 22 ตุลาคม 2564 หลังรับทราบข่าวอุบัติเหตุเศร้าในกองถ่ายภาพยนตร์เรื่อง Rust ซึ่งนักแสดงรุ่นใหญ่ “อเล็กซ์ บอลด์วิน” ยิงปืนประกอบฉากไปถูกทีมงานคือ ผู้กำกับภาพจนเสียชีวิต ในขณะที่ผู้กำกับภาพยนตร์ได้รับบาดเจ็บ หลายคนอาจเกิดคำถามว่า ปืนประกอบฉากซึ่งใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์นั้น สามารถทำให้เกิดการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้ด้วยหรือ?

ปืนประกอบฉากคืออะไร

ปืนประกอบฉากหรือ Prop Gun หมายถึง ปืนที่ใช้ในการแสดง ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายทำภาพยนตร์ รายการทีวี ไปจนถึงละครเวที ซึ่งมีทั้งปืนจำลอง ปืนจริง โดยปืนจำลองมักจะเป็นปืนของเล่นที่ถูกตกแต่งให้เหมือนของจริง หรือปืนแก๊ปใช้แผ่นแก๊ปทำให้เกิดเสียงและควันเมื่อยิง

ส่วนปืนจริงนั้นแบ่งได้อีก 2 แบบคือ ปืนที่ดัดแปลงให้ใส่ได้เฉพาะกระสุนแบลงค์ (Blank) หรือกระสุนที่มีเพียงส่วนปลอกและดินปืนเท่านั้นไม่มีหัวตะกั่ว กับปืนจริงแบบไม่มีการดัดแปลงใดๆ แต่นำมาบรรจุกระสุนแบลงค์

ทั้งนี้เหตุผลที่มีการนำปืนจริงมาใช้ประกอบการแสดงนั้น เป็นเพราะความสมจริง โดย “เดฟ บราว์น” ผู้สอนการใช้ปืน และผู้ประสานงานความปลอดภัยอาวุธปืนให้ภาพยนตร์หลายเรื่อง ระบุในบทความ Filming With Firearms ที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร American Cinematographer เมื่อปี 2019 กว่า การใช้ปืนจริงประกอบฉากนั้นช่วยให้ดูสมจริงทั้งรายละเอียดของตัวปืน น้ำหนัก และการจับถือ โดยเฉพาะในฉากโคลสอัพ

อย่างไรก็ตาม การใช้ปินจริงประกอบการแสดงต้องมีการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญอย่างเข้มงวด เพราะแม้แต่กระสุนแบลงค์ที่ไม่มีหัวตะกั่ว ก็สามารถทำให้เกิดอันตรายร้ายแรงได้

อันตรายจากปืนประกอบฉาก

ความอันตรายจากการใช้ปืนจริงทั้งที่ดัดแปลงและไม่ดัดแปลงมาประกอบการถ่ายทำเกิดจากตัวกระสุนแบลงค์ เนื่องจากแม้กระสุนนี้จะไม่มีหัวตะกั่ว แต่มักมีการใช้วัสดุอื่น เช่น ก้อนกระดาษ พลาสติก ผ้าสักหลาด หรือผ้าฝ้าย ใส่แทนหัวตัวกั่วเพื่อให้ดินปืนไม่ไหลออจากปลอกกระสุนและช่วยให้ประกายไฟจากปากกระบอกใกล้เคียงการยิงกระสุนจริง

อย่างไรก็ตาม แม้วัสดุเหล่านี้จะอ่อนนุ่มและเบากว่าตะกั่วมาก รวมถึงพุ่งออกจากปากกระบอกปืนได้เพียงระยะสั้นๆ ก่อนจะตกลงพื้น แต่ด้วยแรงดันจากการระเบิดของดินปืนทำให้หากมีสิ่งมีชีวิตอยู่ใกล้ปากกระบอกปืนมากเกินไปก็อาจบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้

ตัวอย่างเช่น การเสียชีวิตของ “จอน-เอริค เฮ็กซัม” เมื่อปีพ.ศ. 2527 โดยขณะรอคิวถ่ายทำรายการทีวีของช่อง CBS เฮ็กซั่มได้หยิบปืนลูกโม่ประกอบฉากมาบรรจุกระสุนแบลงค์และยิงเข้าที่ศีรษะตนเองเลียนแบบการเล่นรัสเซียรูเล็ต ทำให้ถูกวัสดุแทนหัวกระสุนและแรงดันที่พุ่งออกจากปากกระบอกกระแทกจนกระโหลกศีรษะแตก และเสียชีวิตในวันถัดมาขณะรักษาตัวในโรงพยาบาล

นอกจากนี้การดูแลปืนประกอบฉากอย่างไม่เหมาะสมยังเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของอันตราย กรณีที่โด่งดังที่สุดจะเป็นการเสียชีวิตของ “แบรนดอน ลี” บุตรชายของ “บรูซ ลี” ซึ่งเสียชีวิตระหว่างการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง The Crow เนื่องจากปืนประกอบฉากมีกระสุนจำลองสำหรับใช้ในฉากโคลสอัพค้างอยู่ในลำกล้อง ทำให้เมื่อยิงกระสุนแบลงค์แรงดันที่เกิดขึ้นได้ดันกระสุนจำลองพุ่งใส่ร่างแบรนดอน ลี จนบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง

ทดแทนด้วยเทคโนโลยี

ปัจจุบันการใช้งานกระสุนแบลงค์ในการถ่ายทำภาพยนตร์ลดลง และถูกแทนที่ด้วยคอมพิวเตอร์กราฟฟิกหรือ VFX

“คริสโตเฟอร์ กริท” โปรดิวเซอร์ และนักเขียน ชาวออสเตรียเลีย ผู้มีผลงาน อาทิ The Doctor Blake Mysteries ซึ่งได้รางวัลอินเตอร์เนชั่นแนลเอ็มมี่ ระบุว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวหน้ามากจนสามารถทำให้ปืนจำลองในมือนักแสดงทำงานได้เหมือนปืนจริงทั้งแสงไฟและควันจากปากกระบอก การขยับตามแรงสะท้อนจากการยิง ทำให้การใช้งานปืนจริงส่วนใหญ่จะจำกัดเฉพาะในฉากที่ปืนมีความสำคัญสูง เช่น การแสดงสีหน้าตึงเครียดของตัวละครขณะถูกปืนจ่อใส่ เป็นต้น

สำหรับกรณีของ อเล็ก บอลด์วิน นั้นต้องรอรายละเอียดจากเจ้าหน้ารักษากฎหมายที่เข้าสืบสวนเหตุการณ์นี้ว่ามีสาเหตุจากอะไร และนักแสดงชื่อดังจะต้องรับผิดชอบความสูญเสียที่เกิดขึ้นหรือไม่

 

ข้อมูลจาก
https://www.thewrap.com/heres-how-a-prop-gun-using-blanks-can-still-fire-a-fatal-shot/
https://www.bbc.com/news/world-us-canada-59006905
https://theconversation.com/we-are-filmmakers-who-work-with-firearms-this-is-what-is-important-in-on-set-safety-170455

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...