โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รัฐตั้งงบช่วย SMEs 3.7 หมื่นล้านบาท หนุนจ้างงาน 3 พันบาทต่อหัว

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 พ.ย. 2564 เวลา 10.39 น. • เผยแพร่ 04 พ.ย. 2564 เวลา 08.52 น.

กระทรวงแรงงานเร่งประชาสัมพันธ์ โครงการฯช่วย SMEs เผยใกล้ครึ่งทางยังลงทะเบียนไม่ถึงครึ่ง พร้อมย้ำเงินอุดหนุนที่ได้ ไม่คิดภาษีเงินได้

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยกรณีเปิดโครงการให้นายจ้าง/สถานประกอบการภาคเอกชน ขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี (SMEs) ที่อยู่ในระบบประกันสังคม และมีลูกจ้างรวมทุกสาขาไม่เกิน 200 คน ลงทะเบียนร่วมโครงการส่งเสริมและรักษาระดับการจ้างงานในธุรกิจ SMEs ผ่านเว็บไซต์ ส่งเสริมการจ้างงานเอสเอ็มอี.doe.go.th ตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2564 จนถึง 20 พฤศจิกายน 2564

นับตั้งแต่เปิดโครงการถึงปัจจุบัน (วันที่ 3 พฤศจิกายน) มีสถานประกอบการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้ว 64,554 ราย หรือร้อยละ 16.36 สามารถรักษาระดับการจ้างงานลูกจ้างสัญชาติไทย 1,174,157 คน หรือร้อยละ 29.11 ซึ่งหากเทียบจากเป้าหมายจำนวนสถานประกอบการ 394,703 ราย จำนวนลูกจ้างสัญชาติไทย 4,032,948 คน (ข้อมูลจากสำนักงานประกันสังคม ณ วันที่ 16 ตุลาคม 2564) พบว่ามีนายจ้างจำนวนมากที่ยังไม่ลงทะเบียนร่วมโครงการ

นายสุชาติกล่าวว่า ได้มอบหมายกรมการจัดหางาน (กกจ.) ประชาสัมพันธ์ให้นายจ้างสถานประกอบการในพื้นที่รับผิดชอบ ทราบถึงโครงการและขั้นตอนเพื่อลงทะเบียนรับสิทธิแล้ว

“ผมขอย้ำให้นายจ้างหรือสถานประกอบการสบายใจว่า เงินอุดหนุนที่ได้รับจากโครงการฯ ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลหรือภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแล้วแต่กรณี โดยท่านไม่ต้องนำเงินอุดหนุนดังกล่าวไปคิดเป็นรายได้ หรือนำไปคิดคำนวณเป็นรายจ่ายในการหักภาษี”

โครงการนี้ตั้งใจส่งเสริมและรักษาระดับการจ้างงานในธุรกิจ SMEs เพื่อเสริมสภาพคล่องฟื้นฟูกิจการ และสร้างความแข็งแรงในธุรกิจให้ดำเนินกิจการได้ต่อเนื่อง โดยเตรียมเงินอุดหนุนค่าจ้างผู้ประกันตนมาตรา 33 สัญชาติไทยจำนวน 4,032,948 คน เป็นเงิน 36,296,532,000 บาท และเงินส่งเสริมการจ้างงานใหม่ในเดือนที่ 2 และ 3 สูงสุด 201,647 ราย เป็นเงิน 1,209,882,000 บาท รวมงบประมาณที่จะช่วยเหลือธุรกิจ SMEs ทั้งสิ้น 37,506,414,000 บาท ขอเพียงนายจ้างหรือสถานประกอบมีคุณสมบัติครบตามที่กำหนด และปฏิบัติตามเงื่อนไขโครงการฯจะได้รับเงินอุดหนุนฟรี”

ด้านนายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า กรมการจัดหางานรับข้อสั่งการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยมอบหมายสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานคร และสำนักงานจัดหางานจังหวัดทั่วประเทศ แจ้งข้อมูลโครงการฯ และวิธีการรับสิทธิแก่นายจ้างในพื้นที่รับผิดชอบของตนทางโทรศัพท์ เพื่อให้นายจ้างสถานประกอบการไม่พลาดการรับสิทธิ

“เมื่อนายจ้างภาคเอกชนที่อยู่ในระบบประกันสังคม (ฐานข้อมูลประกันสังคม มาตรา 33 สถานะ active) ได้รับการอนุมัติร่วมโครงการฯ รัฐบาลจะจ่ายเงินอุดหนุนให้แก่นายจ้างเพื่อรักษาการจ้างงานในอัตรา 3,000 บาทต่อลูกจ้างสัญชาติไทย 1 คนต่อเดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือน ในเดือนพฤศจิกายน 2564 – มกราคม 2565

โดยมีเงื่อนไขว่าต้องมีลูกจ้างรวมทุกสาขาไม่เกิน 200 คน ณ วันที่ 16 ตุลาคม 2564 และนายจ้างจะต้องรักษาระดับการจ้างงานไม่ต่ำกว่าร้อยละ 95 ในระหว่างเข้าร่วมโครงการฯ หากไม่สามารถรักษาระดับการจ้างงานให้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 95 จะไม่ได้รับเงินอุดหนุนในเดือนนั้น

และกรณีนายจ้างมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นจากยอดการจ้างงาน ณ วันที่ 16 พฤศจิกายน 2564 จะได้รับเงินอุดหนุนเพิ่มตามจำนวนการจ้างงานจริงไม่เกินร้อยละ 5 ทั้งนี้ นายจ้างจะต้องจ่ายค่าจ้างไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของแต่ละจังหวัดตามประกาศคณะกรรมการค่าจ้างฯ”

สำหรับนายจ้าง/สถานประกอบการที่ต้องการร่วมโครงการฯ สามารถลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ ได้ที่เว็บไซต์ ส่งเสริมการจ้างงานเอสเอ็มอี.doe.go.th ตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม – 20 พฤศจิกายน 2564 พร้อมแนบเอกสาร ดังนี้

  • สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร
  • กรณีมอบอำนาจแนบหนังสือมอบอำนาจ/สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้มอบและผู้รับมอบอำนาจ

เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการอนุมัติเข้าร่วมโครงการที่เว็บไซต์ดังกล่าวภายใน 5 วันทำการนับจากวันที่ลงทะเบียน

กรณีที่ไม่สะดวกลงทะเบียนผ่านระบบด้วยตนเองสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการให้ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร.1506 กด 2 กรมการจัดหางาน หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร.1694

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...