“พิสิษฐ์” ซัดปชน.บิดเบือน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ยันไม่เกี่ยวฮั้ว สว.
"พิสิษฐ์" ซัดพรรคประชาชนโพสต์บิดเบือน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ยืนยันไม่เกี่ยวคดีฮั้ว สว. จี้ "ณัฐพงษ์" แจงเจตนาโพสต์ ชี้ หากไม่เขียนให้ชัด อาจถูกใช้ชักจูงเยาวชน
นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) แถลงตอบโต้กรณีพรรคประชาชนเผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า “ด่วน สส.รัฐบาล โหวตเห็นชอบตาม สว. ให้นิรโทษไม่รวมคดี 112 ล้มเลือกตั้งแต่ล้างผิดคนล้มเลือกตั้ง ฮั้ว สว. ปรองดองแบบเลือกปฏิบัติ?” โดยระบุว่า แม้ภายหลังพรรคประชาชนจะปรับแก้ข้อความแล้ว แต่การสื่อสารลักษณะดังกล่าวเข้าข่ายเป็น “เฟคนิวส์” และทำให้ประชาชนเข้าใจผิด
นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า รู้สึกผิดหวัง เพราะพรรคประชาชนเป็นพรรคการเมืองที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนเป็นอันดับ 2 ของประเทศ แต่กลับนำเสนอข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ทั้งที่ในชั้นการพิจารณาของสภา พรรคฝ่ายค้านก็ร่วมอภิปรายรับทราบเนื้อหากฎหมายอยู่แล้ว พร้อมย้ำว่า วุฒิสภาพิจารณาร่างกฎหมายตามหลักการที่สภาผู้แทนราษฎรส่งมา ไม่ได้แก้ไขสาระสำคัญอย่างที่ถูกกล่าวหา โดยตนอยากชี้แจงเรื่องนี้เป็นครั้งสุดท้าย เพราะเบื่อกับการต้องตอบคำถามซ้ำ ๆ ว่า วุฒิสภาแก้ไขกฎหมายเพื่อช่วยคดีฮั้ว สว.หรือไม่ โดยยืนยันว่า “ไม่เป็นความจริง”
นายพิสิษฐ์ อธิบายว่า ฐานความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่ปรากฏในร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม มีมาตั้งแต่ร่างเดิม ซึ่งเสนอเข้าสภาเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2567 ก่อนการเลือก สว.ชุดปัจจุบันถึงประมาณ 4 เดือน มีวัตถุประสงค์เพื่อเยียวยาคดีจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในอดีต เช่น การปิดหน่วยเลือกตั้ง หรือการฉีกบัตรเลือกตั้ง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันแต่อย่างใด โดยตนเองเป็นผู้เสนอปรับถ้อยคำบางส่วนให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยกำหนดไว้ว่า การนิรโทษกรรมจะ “ไม่ครอบคลุมการเลือกตั้งที่กระทำโดยทุจริต ไม่เป็นธรรม หรือมีการแสดงคุณสมบัติอันเป็นเท็จ” เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน
นายพิสิษฐ์ ยังย้ำว่า ปัจจุบัน สว.ที่ถูกกล่าวหาในคดีฮั้วเลือก สว.กว่า 138 คน ยังไม่ได้ถูกชี้มูลความผิด และยังถือเป็นสมาชิกวุฒิสภาที่ปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลที่ สว.จะออกกฎหมายเพื่อช่วยเหลือตนเอง เพราะสมาชิกวุฒิสภาส่วนใหญ่ไม่ยอมรับการออกกฎหมายช่วยตัวเอง เราไม่ทำแน่นอน
ในส่วนของการแก้ไขมาตรา 11 ที่เกี่ยวข้องกับการไม่นิรโทษกรรมคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 แม้ผู้กระทำจะเป็นเยาวชน นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า เหตุผลสำคัญคือเพื่อไม่ให้เกิดบรรทัดฐานที่เปิดช่องให้บุคคลหรือกลุ่มใดนำกฎหมายไปใช้ชักจูงหรือปลูกฝังเยาวชนให้กระทำการที่เข้าข่ายดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์
ทั้งนี้ หลังปี 2562 มีเยาวชนจำนวนหนึ่งถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เชื่อมโยงกับสถาบันฯ ซึ่งตนเห็นว่าเป็นเรื่องน่าเสียดาย และไม่ต้องการให้เกิดซ้ำอีก จึงเห็นว่ากฎหมายควรเขียนให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้ถูกนำไปตีความหรือใช้เป็นช่องทางในการปลุกระดมเยาวชน
นายพิสิษฐ์ กล่าวด้วยว่า ประเทศไทยเผชิญความขัดแย้งทางการเมืองมายาวนานกว่า 20 ปี ตั้งแต่ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มการเมืองหลายสี จึงอยากเห็นทุกฝ่ายยุติการเผชิญหน้า และหันมาใช้กระบวนการในรัฐสภาแก้ไขปัญหาแทนการเคลื่อนไหวบนท้องถนน และประเทศไทยควรเดินหน้าต่อ เศรษฐกิจจะไปได้อย่างไร หากยังเล่นการเมืองแบบแบ่งสี ต่างชาติจะกล้าลงทุนได้อย่างไร
ช่วงท้าย นายพิสิษฐ์ เรียกร้องให้พรรคประชาชนยึดข้อเท็จจริงในการสื่อสารทางการเมือง พร้อมระบุว่าการโพสต์ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนแล้วลบภายหลัง ไม่สามารถลบผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ เพราะมีประชาชนจำนวนมากได้รับข้อมูลไปแล้ว พร้อมเรียกร้องให้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาชี้แจงต่อสังคมว่า การโพสต์ข้อความดังกล่าวมีเจตนาอย่างไร โดยระบุว่า จะขอโทษหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ควรออกมาชี้แจงให้ชัดเจน ไม่ใช่ปล่อยให้เรื่องเงียบหายไป
นายพิสิษฐ์ ยังวิพากษ์วิจารณ์ว่า การเมืองไม่ควรมุ่งเพียงยอดไลก์หรือยอดแชร์บนสื่อสังคมออนไลน์ แต่ควรตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า ไม่อยากเห็นการเมืองไทยลดมาตรฐานลงด้วยการเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือน ซึ่งจะยิ่งทำให้ความขัดแย้งในสังคมยืดเยื้อต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews