โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“พิสิษฐ์” ซัดปชน.บิดเบือน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ยันไม่เกี่ยวฮั้ว สว.

INN News

อัพเดต 9 กรกฎาคม 2569 เวลา 19.32 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

"พิสิษฐ์" ซัดพรรคประชาชนโพสต์บิดเบือน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ยืนยันไม่เกี่ยวคดีฮั้ว สว. จี้ "ณัฐพงษ์" แจงเจตนาโพสต์ ชี้ หากไม่เขียนให้ชัด อาจถูกใช้ชักจูงเยาวชน

นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) แถลงตอบโต้กรณีพรรคประชาชนเผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า “ด่วน สส.รัฐบาล โหวตเห็นชอบตาม สว. ให้นิรโทษไม่รวมคดี 112 ล้มเลือกตั้งแต่ล้างผิดคนล้มเลือกตั้ง ฮั้ว สว. ปรองดองแบบเลือกปฏิบัติ?” โดยระบุว่า แม้ภายหลังพรรคประชาชนจะปรับแก้ข้อความแล้ว แต่การสื่อสารลักษณะดังกล่าวเข้าข่ายเป็น “เฟคนิวส์” และทำให้ประชาชนเข้าใจผิด

นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า รู้สึกผิดหวัง เพราะพรรคประชาชนเป็นพรรคการเมืองที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนเป็นอันดับ 2 ของประเทศ แต่กลับนำเสนอข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ทั้งที่ในชั้นการพิจารณาของสภา พรรคฝ่ายค้านก็ร่วมอภิปรายรับทราบเนื้อหากฎหมายอยู่แล้ว พร้อมย้ำว่า วุฒิสภาพิจารณาร่างกฎหมายตามหลักการที่สภาผู้แทนราษฎรส่งมา ไม่ได้แก้ไขสาระสำคัญอย่างที่ถูกกล่าวหา โดยตนอยากชี้แจงเรื่องนี้เป็นครั้งสุดท้าย เพราะเบื่อกับการต้องตอบคำถามซ้ำ ๆ ว่า วุฒิสภาแก้ไขกฎหมายเพื่อช่วยคดีฮั้ว สว.หรือไม่ โดยยืนยันว่า “ไม่เป็นความจริง”

นายพิสิษฐ์ อธิบายว่า ฐานความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่ปรากฏในร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม มีมาตั้งแต่ร่างเดิม ซึ่งเสนอเข้าสภาเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2567 ก่อนการเลือก สว.ชุดปัจจุบันถึงประมาณ 4 เดือน มีวัตถุประสงค์เพื่อเยียวยาคดีจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในอดีต เช่น การปิดหน่วยเลือกตั้ง หรือการฉีกบัตรเลือกตั้ง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันแต่อย่างใด โดยตนเองเป็นผู้เสนอปรับถ้อยคำบางส่วนให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยกำหนดไว้ว่า การนิรโทษกรรมจะ “ไม่ครอบคลุมการเลือกตั้งที่กระทำโดยทุจริต ไม่เป็นธรรม หรือมีการแสดงคุณสมบัติอันเป็นเท็จ” เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน

นายพิสิษฐ์ ยังย้ำว่า ปัจจุบัน สว.ที่ถูกกล่าวหาในคดีฮั้วเลือก สว.กว่า 138 คน ยังไม่ได้ถูกชี้มูลความผิด และยังถือเป็นสมาชิกวุฒิสภาที่ปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลที่ สว.จะออกกฎหมายเพื่อช่วยเหลือตนเอง เพราะสมาชิกวุฒิสภาส่วนใหญ่ไม่ยอมรับการออกกฎหมายช่วยตัวเอง เราไม่ทำแน่นอน

ในส่วนของการแก้ไขมาตรา 11 ที่เกี่ยวข้องกับการไม่นิรโทษกรรมคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 แม้ผู้กระทำจะเป็นเยาวชน นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า เหตุผลสำคัญคือเพื่อไม่ให้เกิดบรรทัดฐานที่เปิดช่องให้บุคคลหรือกลุ่มใดนำกฎหมายไปใช้ชักจูงหรือปลูกฝังเยาวชนให้กระทำการที่เข้าข่ายดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์

ทั้งนี้ หลังปี 2562 มีเยาวชนจำนวนหนึ่งถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เชื่อมโยงกับสถาบันฯ ซึ่งตนเห็นว่าเป็นเรื่องน่าเสียดาย และไม่ต้องการให้เกิดซ้ำอีก จึงเห็นว่ากฎหมายควรเขียนให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้ถูกนำไปตีความหรือใช้เป็นช่องทางในการปลุกระดมเยาวชน

นายพิสิษฐ์ กล่าวด้วยว่า ประเทศไทยเผชิญความขัดแย้งทางการเมืองมายาวนานกว่า 20 ปี ตั้งแต่ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มการเมืองหลายสี จึงอยากเห็นทุกฝ่ายยุติการเผชิญหน้า และหันมาใช้กระบวนการในรัฐสภาแก้ไขปัญหาแทนการเคลื่อนไหวบนท้องถนน และประเทศไทยควรเดินหน้าต่อ เศรษฐกิจจะไปได้อย่างไร หากยังเล่นการเมืองแบบแบ่งสี ต่างชาติจะกล้าลงทุนได้อย่างไร

ช่วงท้าย นายพิสิษฐ์ เรียกร้องให้พรรคประชาชนยึดข้อเท็จจริงในการสื่อสารทางการเมือง พร้อมระบุว่าการโพสต์ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนแล้วลบภายหลัง ไม่สามารถลบผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ เพราะมีประชาชนจำนวนมากได้รับข้อมูลไปแล้ว พร้อมเรียกร้องให้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาชี้แจงต่อสังคมว่า การโพสต์ข้อความดังกล่าวมีเจตนาอย่างไร โดยระบุว่า จะขอโทษหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ควรออกมาชี้แจงให้ชัดเจน ไม่ใช่ปล่อยให้เรื่องเงียบหายไป

นายพิสิษฐ์ ยังวิพากษ์วิจารณ์ว่า การเมืองไม่ควรมุ่งเพียงยอดไลก์หรือยอดแชร์บนสื่อสังคมออนไลน์ แต่ควรตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า ไม่อยากเห็นการเมืองไทยลดมาตรฐานลงด้วยการเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือน ซึ่งจะยิ่งทำให้ความขัดแย้งในสังคมยืดเยื้อต่อไป

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...