S&P 500 ปิดบวก รับหุ้นชิปพุ่ง-น้ำมันร่วง แม้สหรัฐ-อิหร่านตึงเครียด
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดการซื้อขายวันพฤหัสบดี (9 ก.ค.) ปรับตัวขึ้น โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และการปรับตัวลดลงของราคาน้ำมัน ขณะที่ตลาดหุ้นพยายามฟื้นตัว แม้ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านจะกลับมารุนแรงขึ้นอีกครั้ง
ดัชนี Nasdaq Composite เพิ่มขึ้น 1.30% ปิดที่ 26,206.89 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.81% ปิดที่ 7,543.64 จุด ส่วนดัชนี Dow Jones Industrial Average เพิ่มขึ้น 139.02 จุด หรือ 0.27% ปิดที่ 52,487.41 จุด
กองทุน VanEck Semiconductor ETF (SMH) เพิ่มขึ้น 2.5% นำโดยหุ้น Micron Technology ที่พุ่งขึ้น 4.5% ขณะที่หุ้น Sandisk พุ่งขึ้น 7.6%
ตลาดหุ้นยุโรปฟื้นตัวเช่นกันในวันพฤหัสบดี โดยนักลงทุนติดตามความตึงเครียดที่กลับมาปะทุในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ดัชนี Stoxx 600 ซึ่งครอบคลุมหุ้นทั่วยุโรป ปิดเพิ่มขึ้น 0.8%
ตลาดหุ้นเอเชีย
ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นปิดเพิ่มขึ้น 1.4% ขณะที่ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น 0.62% ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน ส่วนดัชนี Hang Seng ของฮ่องกงลดลง 0.7% ขณะที่ดัชนี CSI 300 ของจีนแผ่นดินใหญ่ปิดเพิ่มขึ้น 2.5%
กองบัญชาการกลางสหรัฐ (U.S. Central Command) เปิดเผยว่า สหรัฐได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านระลอกใหม่เป็นวันที่สองติดต่อกัน โดยการโจมตีครั้งล่าสุดเกิดขึ้นหลังจากกรุงเตหะรานโจมตีเรือพาณิชย์ในและรอบช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้การเดินเรือผ่านเส้นทางเดินเรือสำคัญดังกล่าวชะลอตัวลง
อย่างไรก็ตาม สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบปรับตัวลดลง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า อิหร่านได้ติดต่อเพื่อขอทำข้อตกลง ขณะที่ผู้ไกล่เกลี่ยจากกาตาร์และปากีสถานกำลังทำงานเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา ตามรายงานของ MS NOW ซึ่งอ้างเจ้าหน้าที่ของทั้งสองประเทศ
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากทรัมป์กล่าวเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า อาจไม่มีความสนใจที่จะเจรจาข้อตกลงกับอิหร่านอีกต่อไป ก่อนหน้านั้น เเละยังระบุว่าการหยุดยิงระหว่างสหรัฐกับอิหร่านสิ้นสุดลงแล้ว หลังเกิดการโจมตีระลอกใหม่ในตะวันออกกลาง