ระบบคัดเลือกข้าราชการที่ดีที่สุดในโลก ไม่โกง ไม่เส้น เน้นแต่หัวกะทิแบบสิงคโปร์
ทอมัส ฟรีดแมน (Thomas Friedman) นักวิจารณ์การเมืองและนักเขียนชาวอเมริกัน เขาเป็นผู้ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์สามครั้งและเป็นคอลัมนิสต์ประจำสัปดาห์ของ The New York Times เคยกล่าวไว้ว่า ระบบข้าราชการของสิงคโปร์เป็นหนึ่งในระบบราชการที่มีประสิทธิภาพและปราศจากการทุจริตมากที่สุดในโลก โดยมีมาตรฐานวินัยและความรับผิดชอบที่สูง
สิงคโปร์ไม่มีการสอบคัดเลือกเข้ารับราชการส่วนกลางแบบเดียวเหมือนกับหลายประเทศ แต่มีสองวิธีหลักในการสมัครงานเป็นข้าราชการในสิงคโปร์ อย่างแรกคือสมัครผ่าน Careers@Gov ซึ่งเป็นการการสมัครงานโดยตรง และอย่างที่สองคือสมัครผ่านคณะกรรมการบริการสาธารณะ (PSC) โดยวิธีการนี้สำหรับผู้ที่ต้องการรับทุนการศึกษาและเข้าโครงการความเป็นผู้นำในระบบราชการ ทั้งสองเส้นทางมีการแข่งขันและต้องการผลการเรียนที่แข็งแกร่ง แต่มีวิธีการและเป้าหมายสำหรับผู้สมัครที่ต่างกัน ซึ่งเราจะอธิบายการสมัครผ่่าน PSC เป็นหลัก เนื่องจากเป็นระบบที่คัดกรองคนระดับหัวกะทิเข้ามาเป็นข้าราชการ
คณะกรรมการบริการสาธารณะ (PSC) มีบทบาทตามรัฐธรรมนูญในการแต่งตั้ง รับรอง เลื่อนตำแหน่ง โยกย้าย ปลดออก และควบคุมวินัยเจ้าหน้าที่ของรัฐในสิงคโปร์ โดยจัดตั้งขึ้นภายใต้ส่วนที่ 9 ของรัฐธรรมนูญแห่งสิงคโปร์ ซึ่งการทำงานของ PSC จะรับประกันว่าการแต่งตั้งพนักงานรัฐบาลเป็นไปตามทักษะและความเป็นธรรม
คณะกรรมการบริการสาธารณะ (PSC) จะคัดเลือกชาวสิงคโปร์รุ่นใหม่ที่มีความสามารถในการแข่งขันเพื่อดำรงตำแหน่งผู้นำระดับสูงของรัฐในอนาคตผ่านทางทุนการศึกษา ที่ชื่อ PSC Scholarship ทุนการศึกษานี้เป็นข้อตกลงตามสัญญาระหว่างนักเรียน ซึ่งโดยทั่วไปคือนักศึกษาปริญญาตรี และ PSC ซึ่งกำหนดให้นักเรียนทุนต้องทำงานให้กับรัฐบาลเป็นเวลาสี่ถึงหกปีหลังสำเร็จการศึกษาเพื่อแลกกับการที่รัฐบาลจะจ่ายค่าใช้จ่ายในการเรียนมหาวิทยาลัยให้ นักเรียนทุนหลายคนเลือกที่จะอยู่ในราชการต่อไปหลังจากสิ้นสุดระยะเวลาการรับราชการภาคบังคับ โดยไปดำรงตำแหน่งบริหารและการเมืองระดับสูงในฐานะสมาชิกของพรรคประชาชนสิงคโปร์ (PAP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลตลอดกาลของประเทศ
ปรากฏว่า สมาชิกของข้าราชการระดับสูงมักจะเป็นผู้ได้รับทุนการศึกษา PSC Scholarship มาก่อน โดยในปี 2022 เจ้าหน้าที่ราชการประมาณ 90% เคยได้รับทุนการศึกษานี้
สาเหตุที่สิงคโปร์สามารถคัดแต่คนระดับหัวกะทิมารับทุนแล้วทำงานราชการจนเป็นผู้นำประเทศในทุกกระทรวงทบวงกรม ทั้งหมดนี้เกิดจากการกำหนดอุดมการณ์ผ่านค่านิยมลัทธิขงจื๊อ (ส่งเสริมคนเก่งผ่านการสอบคัดเลือก ส่งเสริมคนซื่อสัตย์ และคนจงรักภักดีต่อบ้านเมือง) และหลักการความสามารถเป็นตัวชี้นำผลงานและการเลื่อนขั้น ทั้งหมดนี้เป็นตัวกำหนดการบริหารราชการแผ่นดินของประเทศ โดยรัฐบาลส่งเสริมวัฒนธรรมที่ให้ความสำคัญกับการศึกษา วินัย และความเคารพต่อผู้มีอำนาจ
อดีตนายกรัฐมนตรีลี กวน ยู กล่าวว่าค่านิยมเหล่านี้ทำให้บุคคลจากภูมิหลังธรรมดาๆ สามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำได้ ช่วยสร้างระบบราชการที่มีประสิทธิภาพและปราศจากการทุจริต และรักษาความไว้วางใจของประชาชนที่มีต่อสถาบันของรัฐ นอกจากนี้ยังถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สิงคโปร์ประสบความสำเร็จอย่างมากและยังมีระบบราชการและรัฐบาลที่ปลอดจากการคอร์รัปชั่นอย่างยิ่งทั้งยังมีประสิทธิภาพการทำงานที่สูง
"ขนบธรรมเนียมแบบลัทธิขงจื๊อทำให้ชาวจีนสิงคโปร์เคารพนับถือความรู้และความเป็นเลิศทางวิชาการ และเคารพเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการคัดเลือกจากความรู้ความสามารถ นักเรียนได้รับการสนับสนุนจากผู้ปกครองและตั้งใจเรียนอย่างจริงจัง ผู้ปกครองและเด็กทุกคนรู้ว่าการศึกษาคือเครื่องมือสำคัญในการสร้างความเท่าเทียมกัน พ่อของคุณอาจเป็นกรรมกรหรือผู้เชี่ยวชาญ แต่คุณสามารถก้าวไปสู่ตำแหน่งสูงสุดในรัฐบาลได้หากคุณเป็นนักเรียนที่เรียนดีเยี่ยม ดังนั้นเราจึงสามารถสร้างระบบราชการที่ยึดหลักความสามารถ โดยไม่คำนึงถึงเชื้อชาติ วัฒนธรรม หรือศาสนา หลักความสามารถได้รับการยอมรับแม้กระทั่งจากชนกลุ่มน้อย เพราะชาวสิงคโปร์เชื้อสายมาเลย์และอินเดียได้รับอิทธิพลจากประเพณีการคัดเลือกบุคลากรโดยการสอบแข่งขันของราชการอังกฤษ ซึ่งเป็นแนวทางที่อังกฤษยืมมาจากระบบการสอบของจักรวรรดิจีน โชคดีที่วัฒนธรรมมาเลย์ อินเดีย และจีน มีค่านิยมบางอย่างร่วมกันซึ่งมีส่วนช่วยให้สิงคโปร์ก้าวหน้า" (สุนทรพจน์ของรัฐมนตรีอาวุโส ลี กวน ยู ในพิธีเปิดสมาคมขงจื๊อสากล ณ กรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 1994)
ทั้งนี้ เงินเดือนของข้าราชการระดับสูงในสิงคโปร์นั้นสูงที่สุดแห่งหนึ่งในโลก แต่ก็ส่งผลให้รัฐบาลถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าจ่ายเงินเดือนสูงเกินไปให้กับพนักงานของรัฐ หรือเบียดบังภาคเอกชนและลดจำนวนพลเมืองที่มีความสามารถสูงในภาคเอกชน ในทางกลับกัน รัฐบาลยืนยันว่าเงินเดือนที่สูงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันการทุจริต การลาออกของพนักงาน และอิทธิพลของเงินจากภายนอกในภาครัฐ รวมถึงเพื่อดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีความสามารถจากภาคเอกชน
โดยทีมข่าวต่างประเทศ The Better
Photo - ภาพถ่ายนายกรัฐมนตรีลี กวน ยู แห่งสิงคโปร์ กำลังกล่าวคำอวยพรในงานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการที่จัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่เขา (U.S. National Archives and Records Administration/Public Domain)