โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ส่อง 5 หุ้นใหญ่ SET100 กำไรสุทธิโต 5 ปีติด ฝ่าได้ทุกวิกฤต เศรษฐกิจแย่แค่ไหนก็ไม่หวั่น!

Thairath Money

อัพเดต 18 พ.ค. เวลา 05.11 น. • เผยแพร่ 18 พ.ค. เวลา 05.09 น.
ภาพไฮไลต์

ถ้าให้พูดถึงการลงทุนในตลาดหุ้นช่วง 5 ปีที่ผ่านมา นักลงทุนคงรู้กันดีว่าตลาดหุ้นไทยผ่านมรสุมมานับไม่ถ้วน ทั้งเรื่องโรคระบาดโควิด-19 เศรษฐกิจผันผวน ไปจนถึงดอกเบี้ยขาขึ้น

การหาหุ้นที่ทำธุรกิจแล้ว "กำไรเติบโต" ได้สักปีสองปีก็ว่าเก่งแล้ว แต่ถ้าหาหุ้นที่ทำกำไรสุทธิเติบโตต่อเนื่องได้ถึง "5 ปีซ้อน" ต้องบอกเลยว่านี่คือของแรร์ไอเทม ยิ่งเป็นหุ้นไซส์ใหญ่ที่อยู่ในกลุ่ม SET100 ด้วยแล้ว ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงพื้นฐานที่แข็งแกร่งสุดๆ

Thairath Money สแกนข้อมูลมาฝากกัน พบ 5 บริษัทเด็ดใน SET100 ที่ทำกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นติดต่อกันตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปี 2568 แบบไม่มีแผ่วเลยสักปีเดียว มาดูกันทีละตัวเลย

1. หุ้น BBL หรือ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

เริ่มกันที่พี่ใหญ่สีน้ำเงินแห่งกลุ่มธนาคาร อย่างหุ้น BBL หรือ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) แบงก์นี้ขึ้นชื่อเรื่องความ Conservative เน้นปล่อยสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และรายใหญ่เป็นหลัก

ถือเป็นชื่อที่มักติดอันดับเสมอถ้าพูดถึงหุ้นแบงก์ที่นักลงทุนสาย VI ชอบเก็บไว้ยาวๆ เพราะเป็นธนาคารที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแกร่งด้านฐานทุน และพอร์ตสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่

สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้เศรษฐกิจไทยโตไม่แรง แต่กำไรของ BBL ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 5 ปีติด โดยเฉพาะช่วงดอกเบี้ยขาขึ้นที่ผ่านมา ช่วยให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ขยายตัวได้ดี แถมยังมีการตั้งสำรองที่แข็งแกร่งมากๆ มาโดยตลอด ซึ่งการเติบโตของกำไรสุทธิ

  • ปี 2564 กำไรสุทธิอยู่ที่ 26,507.04 ล้านบาท โต 54.28%
  • ปี 2565 กำไรสุทธิอยู่ที่ 29,305.59 ล้านบาท โต 10.56%
  • ปี 2566 กำไรสุทธิอยู่ที่ 41,635.52 ล้านบาท โต 42.07%
  • ปี 2567 กำไรสุทธิอยู่ที่ 45,211.15 ล้านบาท โต 8.59%
  • ปี 2568 กำไรสุทธิอยู่ที่ 46,006.51 ล้านบาท โต 1.76%

อย่างไรก็ดี บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) มองว่า ปัจจุบันราคาหุ้นของ BBL ยัง Laggard จากธนาคารใหญ่รายอื่น และซื้อขายด้วย P/BV ปี 2569 ต่ำเพียง 0.5 เท่า และมี Upside 20.6% จากมูลค่าพื้นฐานปี 2569 เดิมที่ 196 บาท และคาดให้เงินปันผลหุ้นละ 9.2 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 5.7% จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”

2. หุ้น ICHI หรือ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

มาต่อกันที่หุ้นกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มขวัญใจมหาชนอย่าง หุ้น ICHI หรือ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ของคุณตัน ภาสกรนที ธุรกิจหลักๆ คือผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มชาเขียวพร้อมดื่ม เครื่องดื่มสมุนไพร และหลังๆ เริ่มรุกตลาดที่ไม่ใช่ชามากขึ้น รวมถึงรับจ้างผลิตด้วย

หลายคนอาจจำภาพ ICHI ในยุคสงครามชาเขียวเดือดเมื่อหลายปีก่อนได้ แต่หลังจากปรับโครงสร้างธุรกิจและเน้นบริหารต้นทุนจริงจัง วันนี้ ICHI กลายเป็นหนึ่งในหุ้นเครื่องดื่มที่กำไรโตสม่ำเสมอที่สุดตัวหนึ่งของตลาด ซึ่งตัวเลขกำไรย้อนหลัง 5 ปีเติบโตต่อเนื่องทุกปี

  • ปี 2564 กำไรสุทธิอยู่ที่ 546.77 ล้านบาท โต 6.06%
  • ปี 2565 กำไรสุทธิอยู่ที่ 641.64 ล้านบาท โต 17.35%
  • ปี 2566 กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,100.42 ล้านบาท โต 71.50%
  • ปี 2567 กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,306.26 ล้านบาท โต 18.71%
  • ปี 2568 กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,327.63 ล้านบาท โต 1.64%

ทั้งนี้ บล.กรุงศรี ระบุว่า หุ้น ICHI ยังน่าสนใจ และคาดมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 7.5% มองความคุ้มค่าของการลงทุน (Risk/Reward) น่าสนใจ และประเมินกำไรปี 2570 จะเติบโต 17% จากแนวโน้มเอลนีโญยังมีผลต่อเนื่อง และต้นทุนที่ผ่อนคลายขึ้น ซึ่งให้น้ำหนักรอบที่ดีของธุรกิจจะเริ่มดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 แนะนำ “ซื้อ” จากราคาเป้าหมาย 15.50 บาท อิง P/E 16 เท่า

3. หุ้น KTB หรือธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

กลับมาที่กลุ่มแบงก์อีกตัวอย่างหุ้น KTB หรือธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นหนึ่งในหุ้นธนาคารที่กำไรเติบโตโดดเด่นที่สุด จากการปรับตัวด้านดิจิทัลและการคุมต้นทุนที่ดีขึ้น

ซึ่งมีฐานลูกค้าทั้งรายย่อย SME ลูกค้าภาครัฐ และแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่าง “เป๋าตัง” ที่กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของระบบการเงินไทยและมีฐานข้อมูลคนไทยอยู่ในมือมหาศาล

สิ่งที่ทำให้กำไรโตต่อเนื่อง 5 ปีติดต่อกันนี้ คือการขยายรายได้จากดอกเบี้ย การตั้งสำรองที่เริ่มลดลง รวมถึงรายได้จากธุรกรรมดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น

  • ปี 2564 กำไรสุทธิอยู่ที่ 21,588.29 ล้านบาท โต 29.03%
  • ปี 2565 กำไรสุทธิอยู่ที่ 33,697.74 ล้านบาท โต 56.09%
  • ปี 2566 กำไรสุทธิอยู่ที่ 36,615.91 ล้านบาท โต 8.66%
  • ปี 2567 กำไรสุทธิอยู่ที่ 43,855.66 ล้านบาท โต 19.77%
  • ปี 2568 กำไรสุทธิอยู่ที่ 48,228.60 ล้านบาท โต 9.97%

ล่าสุด บล.กสิกรไทย ถึงกับยกให้หุ้น KTB เป็น “แหล่งลงทุนที่ปลอดภัย ให้ผลตอบแทนสูงถึง 17%” ซึ่งแบ่งเป็นโอกาสจากการปรับขึ้นของราคาหุ้น 9% และอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 8%

โดยความปลอดภัยของการลงทุนนี้มาจากคุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแกร่ง มีการตั้งสำรองในระดับสูง สะท้อนจากอัตราสำรองต่อหนี้สูญที่สูงถึง 200% รวมถึงมีฐานเงินกองทุนที่แข็งแกร่งซึ่งช่วยสนับสนุนทั้งการจ่ายเงินปันผลในอัตราที่สูงและรักษาการเติบโตของกำไรได้อย่างมั่นคง โดยแนะนำ "ซื้อ" หุ้น KTB ด้วยราคาเป้าหมาย 36.00 บาท

4. หุ้น KTC หรือบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

เมื่อมี KTB แล้วจะขาดลูกรักอย่างหุ้น KTC หรือบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ไปได้ยังไง เพราะนี่คือผู้นำตลาดบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล แม้ช่วงที่ผ่านมาจะมีกฎเกณฑ์แบงก์ชาติเรื่องการคุมเพดานดอกเบี้ย หรือปัญหาหนี้ครัวเรือนสูงกดดัน

แต่ KTC ก็โชว์ประสิทธิภาพด้วยการคุมหนี้เสีย (NPL) ได้ต่ำมาตลอด และเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีคุณภาพ ทำให้กำไรยังเดินหน้าบวกได้ทุกปี

  • ปี 2564 กำไรสุทธิอยู่ที่ 5,878.69 ล้านบาท โต 10.24%
  • ปี 2565 กำไรสุทธิอยู่ที่ 7,079.40 ล้านบาท โต 20.42%
  • ปี 2566 กำไรสุทธิอยู่ที่ 7,295.39 ล้านบาท โต 3.05%
  • ปี 2567 กำไรสุทธิอยู่ที่ 7,437.16 ล้านบาท โต 1.94%
  • ปี 2568 กำไรสุทธิอยู่ที่ 7,781.63 ล้านบาท โต 4.63%

โดย บล.บัวหลวง ระบุว่า ปี 2569 นี้คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2569 จะพุ่งแตะระดับ 8.1 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 4% ซึ่งถือเป็นการทำสถิติใหม่สูงสุด จากพอร์ตสินเชื่อขยายตัว และส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น

ขณะที่ราคาหุ้นยังมีความน่าสนใจเมื่อเทียบกับความสามารถในการทำกำไร คาดการณ์อัตราผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ปี 2569 สูงถึง 17.6% แถมคาดการณ์อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 2569 สูงถึง 6.5% จึงแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 36 บาท

5. หุ้น SISB หรือ บริษัท เอสไอเอสบี จำกัด (มหาชน)

ปิดท้ายกันด้วยหุ้นสุดฮอตแห่งกลุ่มการศึกษาอย่างหุ้น SISB หรือ บริษัท เอสไอเอสบี จำกัด (มหาชน) หรือที่เรารู้จักกันในนาม "โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์" ถือว่าโตแรงของแท้ เพราะธุรกิจโรงเรียนนานาชาติมีจุดเด่นคือ รายได้ค่อนข้างแน่นอน เก็บค่าเทอมล่วงหน้า และพ่อแม่ยุคใหม่ยอมทุ่มเทไม่อั้นเพื่อการศึกษาของลูก

โดยที่ผ่านมา SISB ขยายแคมปัสใหม่ๆ และเพิ่มจำนวนนักเรียนได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้กำไรเติบโตระดับก้าวกระโดด

  • ปี 2564 กำไรสุทธิอยู่ที่ 208.75 ล้านบาท โต 30.53%
  • ปี 2565 กำไรสุทธิอยู่ที่ 369.28 ล้านบาท โต 76.90%
  • ปี 2566 กำไรสุทธิอยู่ที่ 653.53 ล้านบาท โต 76.98%
  • ปี 2567 กำไรสุทธิอยู่ที่ 885.19 ล้านบาท โต 35.45%
  • ปี 2568 กำไรสุทธิอยู่ที่ 961.98 ล้านบาท โต 8.67%

งบการเงินดีแบบนี้ บล.กรุงศรี แนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 15 บาท เนื่องจากมองเป็นหุ้น Defensive ที่น่าสนใจจากคาดกำไรยังเติบโตได้จากแรงหนุนฐานจำนวนนักเรียนและการเลื่อนชั้นเรียน และมี Operating leverage จากโครงสร้างส่วนใหญ่ 70%-80% เป็นต้นทุนคงที่ รวมถึงคาดมีโอกาสเติบโตจากการขยายสาขาสู่ตลาดระดับกลางด้วย

และนี่ก็คือ 5 หุ้นใหญ่ไซส์ SET100 ที่สามารถเสกกำไรให้เติบโตได้ติดต่อกันถึง 5 ปีซ้อน แต่ขอเตือนกันไว้ว่า ข้อมูลในอดีตที่ว่าดี ไม่ได้การันตีอนาคตเสมอไป ก่อนตัดสินใจลงทุน อย่าลืมไปเจาะดูแผนธุรกิจข้างหน้าและ Valuation ปัจจุบันกันให้ชัวร์ก่อนควักกระเป๋าซื้อกันด้วย

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส่อง 5 หุ้นใหญ่ SET100 กำไรสุทธิโต 5 ปีติด ฝ่าได้ทุกวิกฤต เศรษฐกิจแย่แค่ไหนก็ไม่หวั่น!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...