โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่ามกลางโลโก้สีรุ้ง และ Rainbow Washing ของนายทุน ผลสำรวจล่าสุดพบว่า LGBTQ+ กว่า 37% มองว่า Pride Month กลายเป็น “อีเวนต์เชิงพาณิชย์ที่สูญเสียความหมายที่แท้จริงไป” เมื่อยังมีคนถูกกีดกัน และไม่รู้สึกถึงการถูก ‘รับฟัง’ และ ‘เข้าใจ’

Mirror Thailand

อัพเดต 28 พ.ค. เวลา 12.35 น. • เผยแพร่ 28 พ.ค. เวลา 12.35 น.
ภาพไฮไลต์

เสียงของเหล่าเพื่อนพ้อง LGBTQ+ นั้นสำคัญ ไม่ใช่แค่ใน Pride Month ทุกเดือนมิถุนายนของทุกปี แต่ควรจะถูกรับฟังในทุกๆ เดือน ตลอดทุกปีต่างหาก และนั่นทำให้ LGBTQ+ บางส่วนยังรู้สึก “ไม่เป็นส่วนหนึ่ง” กับ Pride Month ในยุคที่มีองค์กรหรือแบรนด์เข้ามาฉกฉวยโอกาสทางการตลาดตลอดทั้งเดือน ไม่ว่าจะในขบวนพาเหรดหรือการทำคอนเทนต์ มากกว่า ‘รับฟัง’ หรือ ‘เข้าใจ’ พวกเขาจริงๆ

ผลสำรวจล่าสุดโดย Taimi แอปพลิเคชันเดตสำหรับกลุ่มเควียร์โดยเฉพาะ ที่ในปี 2026 นี้มียอดรวมเกือบ 37 ล้านผู้ใช้งาน ซึ่งได้สอบถาม LGBTQ+ จำนวน 1,100 คน เกี่ยวกับมุมมองต่อ Pride Month พบว่า 37% ให้ความหมาย Pride Month ยุคปัจจุบันในมุมมองส่วนตัวว่า เป็นอีเวนต์เชิงพาณิชย์ที่สูญเสียความหมายที่แท้จริงของงานไป ขณะที่อีก 33% ให้ความหมายว่า เป็นสิ่งที่ฉันเฉลิมฉลองมันได้ในพื้นที่ส่วนตัวแทนที่สาธารณะ และอีก 32% ให้ความหมายว่า เป็นการเฉลิมฉลองที่ฉันรู้สึกสนุกและมีส่วนร่วมไปกับมันจริงๆ

ผู้ตอบแบบสอบถามคนหนึ่งกล่าวว่า “มันเหมือนถูกทำให้เป็นสินค้าไปแล้ว กอบโกยเงินโดยฉวยโอกาส ซึ่งอะไรแบบนี้มันไร้ความหมาย” ส่วนอีกคนก็พูดอย่างเจ็บแสบว่า “ฉันรู้สึกเหมือนเป็นลิงที่แสดงในคณะละครสัตว์เลย” และเมื่อถูกถามถึงการออกแบบ Pride Month แบบที่ต้องการจริงๆ กว่า 37% บอกว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับ ‘พื้นที่ปลอดภัยที่ปลอดภัยมากขึ้น’ และ 28% ต้องการให้พื้นที่ขององค์กรที่เป็นสปอนเซอร์น้อยลง

เมื่อองค์กรต่างๆ เข้ามามีบทบาทมากขึ้น เจ้าของอัตลักษณ์กลับรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ถูกฉายภาพตัวแทนหรือเข้าใจประสบการณ์ของพวกเขาขนาดนั้น เพราะแม้ 59% จะรู้สึกว่า ‘ประสบการณ์จริงของ LGBTQ+’ ถูกนำเสนอผ่านอีเวนต์ แคมเปญ หรือสื่อ ได้อย่างดีแล้ว ในช่วง Pride Month แต่อีก 40% กลับไม่ได้รู้สึกแบบนั้นอย่างที่ควรจะเป็น (แบ่งออกเป็น 17% ไม่เคยรู้สึกว่าถูกฉายภาพจริงๆ จากงาน Pride กระแสหลัก, 14% ไม่รู้สึกว่าถูกฉายภาพดีนัก (Not very well) และ 9% ไม่ได้ถูกฉายภาพเลย) ซึ่งนี่อาจกำลังสะท้อนถึงการทำการตลาดสีรุ้งโดยขาดการทำความเข้าใจมาอย่าง ‘ดีมากพอ’

นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสอบถาม 25% คิดว่างาน ‘Pride กระแสหลัก’ มัน inclusive แล้ว แต่อีกจำนวนหนึ่งยังมองเห็นปัญหาการฉายภาพตัวแทนที่น้อยเกินไป (Underrepresented) และ รู้สึกถูกกีดกัน (Excluded) โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีอัตลักษณ์ทับซ้อน แบ่งเป็น 29% ที่รู้สึกว่ากลุ่ม LGBTQ+ ที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ยังมีภาพตัวแทนน้อย และ รู้สึกไม่เป็นส่วนหนึ่ง, 27% รู้สึกแบบเดียวกันสำหรับกลุ่ม ไบเซ็กชวลและแพนเซ็กชวล, 25% รู้สึกแบบเดียวกันสำหรับกลุ่ม LGBTQ+ ผิวสี และ 25% รู้สึกแบบเดียวกันสำหรับกลุ่มทรานส์และนอนไบนารี เพราะในแต่ละอัตลักษณ์นั้นมีความแตกต่างกัน การให้ความสำคัญกับแต่ละตัวอักษรของ LGBTQ+ และครอบคลุมความหลากหลายให้ได้มากที่สุดอาจเป็นเรื่องดีกว่า การพูดรวมๆ ถึง LGBTQ+ แต่ไม่ได้ลงไปในรายละเอียดว่าแต่ละเพศในแต่ละพื้นที่ ซึ่งไม่ใช่แค่เมืองหลัก ว่าเขาต้องการอะไร มีประสบการณ์อะไร หรือกำลัง struggle กับอะไร การขาดความละเอียดอ่อนนี้อาจทำให้เสียงของพวกเขาไม่ได้ถูกรับฟังจริงๆ

ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อถามถึงความรู้สึกที่แบรนด์หรือองค์กรมาเข้าร่วมในช่วง Pride มี 23% ที่กล่าวว่าพวกเขารู้สึกไม่ไว้วางใจแบรนด์หรือองค์กรที่จัดแคมเปญ ขณะที่ 19% กล่าวว่ามันให้ความรู้สึกเหมือนสร้างภาพ (Performative) และ 9% กล่าวว่าพวกเขาจะหลีกเลี่ยงแบรนด์เหล่านั้น มีเพียง 16% ที่รู้สึกว่าสบายใจและช่วยให้ถูกมองเห็นมากขึ้น

จริงๆ Pride Month เป็นเดือนที่ย้ำเตือนถึงประวัติศาสตร์การต่อสู้ของกลุ่ม LGBTQ+ ตั้งแต่อดีตยันปัจจุบัน เพราะกว่าจะได้รับสิทธิที่พึงมีในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง หลายคนผ่านการถูกเลือกปฏิบัติ ถูกกีดกัน และเผชิญความรุนแรงทางเพศ แม้ว่าปัจจุบันความหลากหลายทางเพศจะเบ่งบานมากขึ้นทั้งด้านการใช้ชีวิตและสิทธิทางกฎหมาย แต่ก็ยังไม่สามารถพูดได้ว่าครอบคลุมคนทุกกลุ่ม ทุกสิทธิความเป็นอยู่ ทุกประเทศ หรือทุกพื้นที่ได้จริงๆ แม้แต่ประเทศไทยเองก็ตาม เพราะปัจจุบันยังไม่ใช่ LGBTQ+ ทุกคนที่ได้ใช้ชีวิตปกติสุข โดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องเพศอะไรเลย

จึงไม่แปลกที่ทำไมหลายคนถึงตั้งคำถามถึงท่าทีของบรรยากาศใน Pride Month ช่วงหลังๆ เมื่อหลายแบรนด์ หลายองค์กร เข้ามามีบทบาทในเดือนนี้ ซึ่งแน่นอนว่าแบรนด์ที่มีความจริงใจ และสนับสนุนสิทธิ LGBTQ+ จริงๆ มาโดยตลอด นั้นมีให้เห็น และหลายๆ คนก็พร้อมตรวจสอบว่าพวกเขาคิดจริง ทำจริง ขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่งคือการเกิดขึ้นของ ‘การตลาดสีรุ้ง’ หรือ Rainbow Washing จำนวนมาก ที่หลายแบรนด์ หลายองค์กร พยายามขึ้นโลโก้สีรุ้ง หรือทำคอนเทนต์เพื่อใช้โอกาสนี้ “ทำเงิน” และแสร้งบอกว่า “ฉันสนับสนุน” แต่ความตลกร้ายคือ เมื่อจบเดือนนี้ไป บางองค์กรกลับไม่ได้ผลักดันสิทธิ LGBTQ+ อะไรเลย หรืออาจจะไม่ได้มีนโยบายสนับสนุนพนักงาน LGBTQ+ เลยก็ได้

ฉะนั้นแล้ว บทบาทขององค์กรที่เข้ามามีส่วนร่วมในเดือนสำคัญนี้ ถ้ามาจากความจริงใจที่อยากจะขับเคลื่อนประเด็นสิทธิเพศหลากหลาย หรืออยากเป็นส่วนหนึ่งที่ให้พวกเขาได้ใช้ ‘เสียง’ ของตัวเองส่งสารอะไรบางอย่าง นั่นอาจเป็นสิ่งที่ดีที่จะมุ่งหน้าทำต่อไป แต่สำหรับบางองค์กรที่เข้ามาเพื่อหวังผลประโยชน์แอบแฝง เมื่อเจ้าของอัตลักษณ์ทางเพศเริ่มรู้สึกว่ามัน “ไม่เรียล” ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า สิ่งที่คุณทำนั้นอาจนำมาซึ่งการถูกตั้งคำถาม และอาจไม่ได้ช่วยขับเคลื่อนอะไรเท่าที่ควร

เพราะเดือนนี้ ควรเป็นเดือนที่ช่วยให้เสียงของ LGBTQ+ ทุกชีวิต ที่ยังต้องการเรียกร้องหรือส่งเสียงเพื่อสิทธิของตัวเอง ถูกได้ยิน ถูกรับฟัง และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาต่างๆ ในชีวิต เมื่อความเท่าเทียมทางเพศ ที่ดูเหมือนว่าเท่าแล้วในสายตาของบางคน แท้จริงยังมีอีกหลายประเด็นที่ต้องพูดต่อไป เพราะมันอาจยังไม่เท่ากันจริงๆ หากยังมีคนที่ถูกเลือกปฏิบัติแค่เพราะเป็นตัวเองอยู่

อ้างอิง:

https://taimi.com/blog/pride-is-giving-burnout-lgbtq-people-are-quietly-pulling-back-from-pride-culture/

https://www.thepinknews.com/2026/05/27/lgbtq-excluded-underrepresented-pride-month/

บทความต้นฉบับได้ที่ : ท่ามกลางโลโก้สีรุ้ง และ Rainbow Washing ของนายทุน ผลสำรวจล่าสุดพบว่า LGBTQ+ กว่า 37% มองว่า Pride Month กลายเป็น “อีเวนต์เชิงพาณิชย์ที่สูญเสียความหมายที่แท้จริงไป” เมื่อยังมีคนถูกกีดกัน และไม่รู้สึกถึงการถูก ‘รับฟัง’ และ ‘เข้าใจ’

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...