หมอโอ๊คเตือนพยาธิใบไม้ตับ เสี่ยงมะเร็งท่อน้ำดี แนะเลี่ยงปลาดิบ
หมอโอ๊คเตือนพยาธิใบไม้ตับ เสี่ยงมะเร็งท่อน้ำดี ชี้ปลาน้ำจืดดิบคือปัจจัยหลัก
นพ.ศุภฤกษ์ วิจารณาญาณ หรือ "หมอโอ๊ค" เจ้าของเพจ "หมอโอ๊ค DoctorSixpack" ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคพยาธิใบไม้ตับ โดยระบุว่าสาเหตุที่พบการติดเชื้อสูงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ไม่ได้เกิดจากพื้นที่หรือเชื้อชาติของประชาชน แต่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการรับประทานปลาน้ำจืดดิบหรือปรุงสุกไม่ทั่วถึง ซึ่งสอดคล้องกับวงจรชีวิตของพยาธิที่พบในแหล่งน้ำของภูมิภาคนี้
หมอโอ๊คอธิบายว่า อาหารพื้นบ้านบางชนิด เช่น ก้อยปลา ลาบปลาดิบ ปลาส้ม ปลาจ่อม และปลาแช่หรือปลาหมักที่ไม่ผ่านความร้อน อาจมีตัวอ่อนของพยาธิใบไม้ตับปะปนอยู่ เมื่อรับประทานเข้าไป ตัวอ่อนจะเดินทางเข้าสู่ท่อน้ำดี และสามารถอาศัยอยู่ในร่างกายได้นานถึง 20-30 ปี
ภาคอีสานยังเป็นพื้นที่พบการติดเชื้อสูง
ข้อมูลที่หมอโอ๊คอ้างอิงระบุว่า ในปี 2524 ประเทศไทยเคยมีอัตราการติดพยาธิใบไม้ตับประมาณร้อยละ 14 ของประชากรทั้งประเทศ ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบสูงถึงร้อยละ 34.6 หรือประมาณ 1 ใน 3 ของประชากรในบางพื้นที่
แม้การรณรงค์ด้านสาธารณสุขตลอดหลายปีที่ผ่านมา จะช่วยลดอัตราการติดเชื้อลงอย่างต่อเนื่อง แต่ภาคอีสานยังคงเป็นพื้นที่ที่พบการติดเชื้อสูงที่สุด โดยบางการสำรวจพบผู้ติดเชื้อจากการตรวจอุจจาระประมาณร้อยละ 13-16 และในบางชุมชนพบสูงกว่านั้น
นอกจากนี้ ผลการสำรวจของกระทรวงสาธารณสุขในปี 2562 พบว่าคนไทยติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับประมาณร้อยละ 2.2 ของประชากรทั้งประเทศ โดยผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
พยาธิใบไม้ตับ เสี่ยงมะเร็งท่อน้ำดี
หมอโอ๊คระบุว่า สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่เพียงการมีพยาธิในร่างกาย แต่คือการติดเชื้อซ้ำจากการรับประทานปลาดิบเป็นประจำ เพราะจะทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังของท่อน้ำดี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งท่อน้ำดี
องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้พยาธิใบไม้ตับเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ (Group 1 Carcinogen) เนื่องจากมีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งท่อน้ำดีอย่างชัดเจน
ในระยะแรก ผู้ติดเชื้อจำนวนมากอาจไม่มีอาการ แต่เมื่อเวลาผ่านไปอาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น
- ท่อน้ำดีอักเสบเรื้อรัง
- นิ่วในท่อน้ำดี
- ตับอักเสบ
- การติดเชื้อในทางเดินน้ำดี
- การทำงานของตับผิดปกติ
- มะเร็งท่อน้ำดี
ประเทศไทย โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีอัตราการเกิดมะเร็งท่อน้ำดีสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งมีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับเรื้อรัง
วิธีป้องกันพยาธิใบไม้ตับ
หมอโอ๊คแนะนำว่า การป้องกันสามารถทำได้โดย
- รับประทานปลาน้ำจืดที่ปรุงสุกทุกครั้ง
- หลีกเลี่ยงก้อยปลา ลาบปลาดิบ และปลาหมักที่ไม่ผ่านความร้อน
- ผู้ที่เคยรับประทานปลาดิบเป็นประจำ ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพตามคำแนะนำของแพทย์
- ไม่ควรเข้าใจว่าการรับประทานยาถ่ายพยาธิเป็นประจำจะช่วยป้องกันได้ เพราะการติดเชื้อซ้ำยังเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งท่อน้ำดี
แซลมอนดิบเกี่ยวข้องกับพยาธิใบไม้ตับหรือไม่
หมอโอ๊คชี้แจงว่า ปลาแซลมอนดิบไม่ใช่แหล่งของพยาธิใบไม้ตับที่พบในประเทศไทย เนื่องจากพยาธิชนิดนี้พบในปลาน้ำจืด เช่น ปลาตะเพียน ปลาสร้อย ปลาแม่สะแด้ง และปลาน้ำจืดในวงศ์ปลาตะเพียนหลายชนิด
อย่างไรก็ตาม การรับประทานแซลมอนดิบยังมีความเสี่ยงจากพยาธิทะเล เช่น Anisakis รวมถึงเชื้อแบคทีเรีย หากวัตถุดิบหรือการเก็บรักษาไม่ได้มาตรฐาน
สำหรับร้านอาหารที่ได้มาตรฐาน มักใช้ปลาแซลมอนที่ผ่านการแช่แข็งตามมาตรฐานสำหรับการรับประทานดิบ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากพยาธิได้ แต่ไม่สามารถกำจัดความเสี่ยงจากเชื้อแบคทีเรียได้ทั้งหมด
หมอโอ๊คสรุปว่า หากกล่าวถึงพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีในประเทศไทย ปัจจัยเสี่ยงสำคัญยังคงเป็นการรับประทานปลาน้ำจืดดิบหรือปรุงสุกไม่ทั่วถึง ไม่ใช่การรับประทานปลาแซลมอนดิบ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เปิด 5 กลุ่มโรคซับซ้อนของคนไทย ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
- การวิจัยชี้ ทำงานหนักเกินไป เสี่ยงโรคอ้วนมากขึ้น
- งานวิจัยชี้ กินอาหารโปรตีนสูงตอนเช้า ช่วยกระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อได้ดีกว่า
- Check-list ฟื้นร่าง 24 ชม. ก่อนเข้าออฟฟิศ หลังสงกรานต์
- คนอเมริกันเสี่ยงป่วย โรคปอดเพิ่มขึ้น หลัง “ทรัมป์” ตัดงบด้านสิ่งแวดล้อม