คุกอ่วม! ‘หมอสูตินรีเวช-นายหน้า’ เอี่ยวคดีรับจ้างตั้งครรภ์ขบวนการจ้าวหราน
เมื่อวันที่ 2 ก.ค. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีอุ้มุบุญ 2 หมายเลขดำ อ.1303/2567 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ฟ้อง พ.อ.นพ.ชนินทร์ อัศวธเรศ กับพวกรวม 10 คน เป็นจำเลยในความผิดฐานมีส่วนร่วมองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, ร่วมกันดำนินการให้มีการตั้งครรภ์แทนเพื่อประโยชน์ทางการค้า, นำเข้าหรือส่งออกซึ่งไข่ตัวอ่อนอสุจิและไข่มนุษย์
คดีนี้จากกรณีที่ตำรวจ บก.ปคม. ทำการจับกุมเครือข่ายขบวนการรับจ้างตั้งครรภ์ของนายจ้าว หราน นายทุนชาวจีน ที่มีตัวแทนนายหน้าหาหญิงชาวไทยมาตั้งครรภ์ โดยมีคนที่เข้าไปสมัครทั้งรับตั้งครรภ์และขายไข่เพื่อใช้ในการปฏิสนธิ เมื่อเดือน ก.พ. ปี 2563 โดยผู้หญิงที่รับตั้งครรภ์จะมีรายได้คนละ 400,000-450,000 บาท โดยมีพฤติกรรมคือ เมื่อมีผู้รับว่าจ้างตั้งครรภ์ ทางนายหน้าและแพทย์ที่เป็นจำเลยจะพาหญิงคนดังกล่าวไปฝังไข่ที่ประเทศลาวหรือกัมพูชา จากนั้นจะกลับมาฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลเอกชนในประเทศไทย และพักฟื้นในบ้านของนายทุนชาวจีนย่านลาดพร้าว ทั้งก่อนคลอดและหลังคลอด เมื่อใกล้กำหนดคลอดจะเดินทางไปยังประเทศจีน โดยคดีนี้ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาจำคุกนายจ้าว หราน กับพวกกลุ่มนายทุนเป็นเวลา 50 ปี และแยกฟ้องกับกลุ่มแพทย์พร้อมทีมนายหน้า
พิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์และจำเลยแล้วเห็นว่า จำเลยที่ 1-4 ซึ่งเป็นสูตินรีแพทย์ มีความตระหนักรู้ถึงการกระทำทั้งการตั้งครรภ์แทนและการขายไข่เป็นความผิดร้ายแรง ขัดต่อจริยธรรมรวมถึงจรรยาบรรณวิชาชีพ แต่กลับหาทางหลีกเลี่ยงกฎหมายทำเหมือนร่างกายของมนุษย์เป็นวัตถุเพื่อประโยชน์ทางการค้า เห็นควรลงโทษสถานหนัก ส่วนจำเลยที่ 7-10 เป็นนายหน้ากระทำผิดระดับปฏิบัติการกระทบกับสิทธิเด็กอย่างมาก ซึ่งเด็กต้องถูกเลี้ยงดูโดยคนที่ไม่ใช่ครอบครัว ต้องเติบโดโดยมีบาดแผลทางใจไปตลอดชีวิตทำให้รัฐต้องดูแลเพิ่ม จำเลยที่ 1-4 และจำเลยที่ 7-10 กระทำความผิดหลายกรรมให้ลงโทษทุกกระทงความผิดไป แต่คำให้การของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้างให้ลดโทษ 1 ใน 4 เห็นควรลงโทษตามความน่าตำหนิ จำเลยที่ 1 เป็นตัวการสำคัญในกระบวนการทำความผิดหลีกเลี่ยงการกระทำในประเทศ แต่ก็ยังไปทำที่ต่างประเทศเพื่อหลบเลี่ยงกฎหมาย ทำโดยไม่คำนึงถึงชีวิตและจริยธรรมทั้งๆ ที่เป็นแพทย์ แต่กลับแสวงหาหนทางเพื่อหลบเลี่ยงกฎหมาย ลงโทษจำคุก 15 ปี จำเลยที่ 2 จำคุก 13 ปี จำเลยที่ 3 จำคุก 10 ปี 6 เดือน จำเลยที่ 4 จำคุก 13 ปี 6 เดือน จำเลยที่ 7 จำคุก 7 ปี 6 เดือน จำเลยที่ 8 จำคุก 13 ปี 6 เดือน จำเลยที่ 9 จำคุก 4 ปี 6 เดือน และจำเลยที่ 10 จำคุก 10 ปี 6 เดือน
ส่วนจำเลยที่ 5 และ 6 ศาลพิพากษายกฟ้อง.