โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ชายป่วยโรคไบโพลาร์ฟ้องโอเพนเอไอ หลังถูกแชตจีพีทีผลักดันให้ทำร้ายตัวเอง

เดลินิวส์

อัพเดต 2 กรกฎาคม 2569 เวลา 20.07 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ชายชาวแคลิฟอร์เนียคนหนึ่งฟ้องร้องโอเพนเอไอ และนายแซม อัลต์แมน ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของบริษัท โดยอ้างว่า แชตจีพีทีทำให้โรคไบโพลาร์ของเขาแย่ลง เนื่องจากขาดมาตรการป้องกันสำหรับผู้ใช้ที่มีปัญหาสุขภาพจิต

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 2 ก.ค. ว่า นายไมเคิล ไลน์ส วัย 34 ปี กล่าวในคำร้องที่ยื่นต่อศาลรัฐในเมืองซานฟรานซิสโก ว่า การสนทนาที่เขามีกับแชตจีพีทีเมื่อปีที่แล้ว ทำให้ภาวะคลุ้มคลั่งของเขาทวีความรุนแรงขึ้น จนกลายเป็นอาการหลงผิดนานหลายสัปดาห์ และในที่สุดก็ผลักดันให้เขาพยายามฆ่าตัวตาย

คำฟ้องของเขาระบุว่า โอเพนเอไอพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงเป็นพิเศษ สำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิต

ไลน์สพูดคุยกับแชตจีพีที เวอร์ชัน 4โอ ที่บริษัทได้ยกเลิกไปในเดือน ก.พ. ซึ่งในขณะนั้น โอเพนเอไอ ระบุว่า การอัปเดตจีพีที-4โอ ที่เผยแพร่ในเดือน เม.ย. 2568 พบว่า แชตบอตมีพฤติกรรมที่เห็นด้วย และประจบประแจงมากเกินไป ทำให้บริษัทต้องยกเลิก และดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อลดการตอบสนองดังกล่าว

คดีฟ้องร้องนี้เรียกร้องค่าเสียหาย รวมถึงคำสั่งศาลให้โอเพนเอไอ ยุติการสนทนาเกี่ยวกับการทำร้ายตัวเองโดยอัตโนมัติ และหยุดทำการตลาดแพลตฟอร์ม โดยไม่มีการเปิดเผยข้อมูลด้านความปลอดภัยที่เหมาะสม

ด้านโฆษกของโอเพนเอไอกล่าวว่า บริษัทกำลังตรวจสอบคำฟ้อง พร้อมกล่าวว่า บริษัทฝึกโอเพนเอไอให้รู้จัก และตอบสนองต่อสัญญาณของความทุกข์ทางจิตใจหรืออารมณ์ ลดความรุนแรงของการสนทนา และแนะนำผู้คนไปสู่การสนับสนุนในโลกแห่งความเป็นจริง

นอกจากนั้น บริษัทยังคงเสริมสร้างการตอบสนองของแชตจีพีทีในช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อน และทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...