Berkshire สลับพอร์ตแสนล้าน ทุ่มงบซื้อ Delta หลัง ‘มือขวาบัฟเฟตต์’ ย้ายค่าย-เกร็ก เอเบล คุมทัพ CEO ไตรมาสแรก
สวนกระแสเบนเข็มเข้าธุรกิจสายการบิน ยื่นไฟลิ่งเผยควัก 2.65 พันล้านดอลลาร์เข้าถือหุ้นใหญ่ Delta Air Lines พ่วงห้าง Macy’s ล้างพอร์ตขนานใหญ่ เทขายหุ้นบิ๊กเนมราคาแพง ทั้ง Amazon, UnitedHealth พร้อมหั่นทิ้งหุ้นสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ทั้ง Visa และ Mastercard สปอตไลต์จับตาความเปลี่ยนแปลงภายใน หลัง "ทอดด์ คอมบ์ส" โบกมือลาไปคุมโครงการใหม่ให้ JPMorgan และผู้จัดการกองทุนหลักลาออก
16 พฤษภาคม 2569 - การเคลื่อนไหวของ เบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ (Berkshire Hathaway) กลุ่มบริษัทโฮลดิ้งและการลงทุนระดับโลกภายใต้โครงสร้างการบริหารใหม่ กำลังถูกจับตาจากนักลงทุนและภาคธุรกิจอย่างใกล้ชิด ล่าสุดรายงานที่ยื่นต่อหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ (15 พ.ค.) เผยให้เห็นการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ครั้งสำคัญในไตรมาสแรก
โดยบริษัทได้ตัดสินใจจัดสรรเงินทุนก้อนโตมูลค่ารวมกว่า 2.65 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือราว 9 หมื่นกว่าล้านบาท) เข้าซื้อหุ้นของ เดลตา แอร์ไลน์ส (Delta Air Lines) สายการบินยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ควบคู่ไปกับการเข้าเก็บหุ้นในสัดส่วนเล็กน้อยของ เมซีส์ (Macy’s) เครือข่ายห้างสรรพสินค้าชื่อดัง
ในทางกลับกัน เบิร์กเชียร์เลือกที่จะลดความเสี่ยงและทำกำไรจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี การแพทย์ และการเงิน โดยทำการทยอยล้างพอร์ตและลดสัดส่วนการถือครองหุ้นรายตัวที่เคยถืออยู่ไม่มากนักออกจากพอร์ตโฟลิโออย่างมีนัยสำคัญ
รื้อพอร์ต ตัดขายหุ้นยักษ์ใหญ่ 'Tech - Finance' มูลค่าหลายพันล้าน
ความน่าสนใจของการปรับพอร์ตในรอบนี้ คือ การส่งสัญญาณขายสินทรัพย์ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เคยสร้างการเติบโตสูง โดยเอกสารทางการเงินระบุชัดเจนว่า เบิร์กเชียร์ได้ดำเนินการเทขายหุ้นมูลค่ารวมหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐของสองผู้ให้บริการเครือข่ายบัตรชำระเงินรายใหญ่ที่สุดของโลกอย่าง วีซ่า (Visa) และ มาสเตอร์การ์ด (Mastercard) ออกไปเป็นจำนวนมากในระหว่างไตรมาสที่ 1 ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ซและคลาวด์เซกเตอร์อย่าง อะเมซอนดอตคอม (Amazon.com) รวมถึงกลุ่มธุรกิจประกันภัยและความมั่นคงทางสุขภาพอย่าง ยูไนเต็ดเฮลท์ กรุ๊ป (UnitedHealth Group) ก็ถูกทยอยขายหุ้นออกไปเช่นเดียวกัน เช่นเดียวกับ เอออน (Aon) บริษัทนายหน้าประกันภัยระดับโลก ที่โดนลดสัดส่วนการถือครองหุ้นลงในรอบนี้
ยุคเปลี่ยนผ่านผู้จัดการกองทุนและแม่ทัพคนใหม่
เบื้องหลังการตัดสินใจโยกย้ายเงินทุนมูลค่ามหาศาลในครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรครั้งสำคัญในด้านบุคลากรผู้บริหารสินทรัพย์ โดยมีรายงานว่าผู้จัดการการลงทุนรายหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการช่วย วอร์เรน บัฟเฟตต์ ประธานบริษัทเบิร์กเชียร์ ในการบริหารและจัดสรรสภาพคล่องเงินสดของกลุ่มบริษัท ได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งไปก่อนหน้านี้
ยิ่งไปกว่านั้น ไตรมาสนี้ยังถือเป็นหมุดหมายสำคัญในเชิงโครงสร้างการบริหาร เพราะเป็นไตรมาสแรกอย่างเป็นทางการหลังจากการก้าวขึ้นมารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ เกร็ก เอเบล เพื่อรับไม้ต่อในการนำทัพเบิร์กเชียร์ต่อจากบัฟเฟตต์
ขณะเดียวกัน สปอตไลต์ของตลาดยังจับจ้องไปที่การโยกย้ายงานของ ทอดด์ คอมบ์ส ซึ่งเป็นหนึ่งในมือขวาด้านการจัดการลงทุนที่บัฟเฟตต์ให้ความไว้วางใจมาโดยตลอด โดยคอมบ์สได้เสร็จสิ้นภารกิจกับเบิร์กเชียร์และย้ายไปร่วมงานกับสถาบันการเงินระดับโลกอย่าง เจพีมอร์แกน เชส (JPMorgan Chase) เพื่อทำหน้าที่ดูแลและบุกเบิกโครงการลงทุนใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว การปรับเปลี่ยนพอร์ตโฟลิโอครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในไตรมาสนี้ จึงสะท้อนถึงวิสัยทัศน์และการจัดทัพลงทุนใหม่ภายใต้ทีมบริหารยุคปัจจุบันอย่างแท้จริง