จนท.แกะรอย "ช้างป่าภูวัว" เดินหลงป่าบึงกาฬ ข้ามน้ำโขงเข้าฝั่งลาว
จนท.แกะรอยช้างป่าภูวัวออกหากิน เดินหลงป่าออกจากบึงกาฬ ข้ามน้ำโขงมุ่งเข้าลาว รวมกว่า 100 กม.
เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม ผู้สื่อรายงานว่า เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ สนธิกำลังกว่า 9 ชุดปฏิบัติการ ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่า (ส่วนกลาง), ชุดเคลื่อนที่เร็วจากสถานีต่างๆ (ถ้ำฝุ่น, ชะแนน, ถ้ำพระ, ดอนเสียด), หน่วยพิทักษ์ป่าในพื้นที่ ตลอดจนฝ่ายปกครอง ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ออกติดตามและผลักดันช้างป่าภูวัว จำนวน 1 ตัว ที่เดินหลงออกนอกเขตป่าอนุรักษ์ มาไกลนับ 100 กิโลเมตร
ตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา พบว่าช้างป่าลงจากเขาภูวัว ออกหากินเพียงลำพัง ชาวบ้านพบเห็นครั้งแรกที่บ้านคำชมภู หมู่ที่ 9 ต.บ้านต้อง อ.เซกา ต่อมาวันที่ 13 พ.ค. เวลา 17.30 น. พบช้างป่าหากินบริเวณป่าช้า บ้านทันทรายงาม และบ้านนาแสงสาคร ม.7 ต.นาแสง อ.ศรีวิไล เจ้าหน้าที่เฝ้าดูพฤติกรรม และวางกำลังแล้วค่อยๆ ผลักดันให้ช้างป่ามุ่งหน้าไปในเส้นทางที่วางแผนไว้
วันที่ 14 พ.ค. พบช้างอยู่ในสวนยางบ้านโนนม่วง ต.ชมภูพร อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ วันที่ 15 พ.ค.พบร่องรอยของช้างเข้าไปอยู่ในวัดป่าดานวิเวก ในพระบรมราชูปถัมภ์ บ.แสงอรุณ ต.ศรีชมภู อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ หรือวัดหลวงปู่ทุย ฉนฺทกโร พระผู้คอยอุปถัมภ์ค้ำชู ให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ กับช้างป่าภูวัว มาโดยตลอด ห่างไกลจากเขาภูวัว กว่า 70 กิโลเมตร สร้างความประหลาดใจให้กับชาวบ้านที่รู้ข่าวอย่างมาก
นายวิษณุ กุมภาว์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งว่ามีช้างป่าออกหากินนอกพื้นที่ ทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัวจึงได้ประสานสนธิกำลังออกติดตาม และใช้โดรนขึ้นสำรวจมุมสูงเพื่อจำกัดวงค้นหา
ในเบื้องต้นพบว่า ช้างป่า ยังคงนอนพักผ่อนในช่วงกลางวัน ออกเดินในช่วงกลางคืน อยู่ในลักษณะอารมณ์ดี ไม่ก้าวร้าว แต่หลายวันที่ผ่านมาช้างป่าตัวดังกล่าวไม่มีแนวโน้มที่จะเดินกลับเข้าสู่ผืนป่าอนุรักษ์ ส่วนปฏิบัติการติดตามช้างป่าเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากมีฝนตกลงลงมาทั้งกลางวันและกลางคืน ต้องระงับการค้นหาเป็นครั้งเป็นคราว ก่อนจะเริ่มปูพรมเดินเท้าสำรวจร่องรอยและตามรอยเท้าช้างอีกครั้งหลังฝนหยุด
ต่อมาวันที่ 19 พ.ค. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบร่องรอยของช้างป่า อยู่ในพื้นที่บ้านหนองตะไก้ ต.โป่งเปือย อ.เมือง จ.บึงกาฬ มุ่งหน้าไป บ.คำหมื่น ต.ไคสี อ.เมืองบึงกาฬ เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามช้างไปติดๆ และพบเข้าไปหลบนอนในป่ารกร้างท้ายหมู่บ้าน
ตกเย็นช้างเริ่มเคลื่อนตัวออกจากป่ามุ่งหน้าไปทางอำเภอปากคาด เจ้าหน้าที่จึงสกัดกั้นให้ช้างเดินกลับไปเส้นทางเดิม แต่แล้วช้างกลับมุ่งหน้าไปทางแม่น้ำโขง และเวลา 21.15 น. ช้างข้ามถนนทางหลวงสาย 212 บึงกาฬ-หนองคาย บริเวณบ้านท่าสะอาด ต.ไคสี ใกล้กับสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดบึงกาฬ เจ้าหน้าที่จึงประสานทางหลวงให้ดับไฟถนน และปิดกั้นการจราจรระยะทาง 1 กิโลเมตรทั้ง 4 เลน เพื่อให้ช้างเดินข้ามถนน พร้อมประสานผู้นำให้แจ้งชาวบ้านให้ชาวบ้านรีบกลับเข้าบ้าน จากนั้นไม่นานฝนเทลงมาอีก ต้องหยุดการติดตาม
กระทั่งในช่วงเย็นวานนี้ หลังฝนหยุดตก เจ้าหน้าที่ได้ออกติดตามพบร่องรอยช้างป่า เดินลงแม่น้ำโขง ประกอบกับชาว สปป.ลาว ได้โพสต์คลิปว่าพบร่องรอยช้างขึ้นมาจากแม่น้ำโขงในพื้นที่บ้านหนองปลิง บ้านเวินทาด เมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ ฝั่งตรงข้ามบ้านคำหมื่น ต.ไคสี อ.เมืองบึงกาฬ คาดมุ่งหน้าไปยังภูเขาควาย ฝั่ง สปป.ลาว เจ้าหน้าที่ให้ผู้นำท้องที่ประสานไปยังฝั่ง สปป.ลาว แจ้งให้ชาวบ้านระมัดระวัง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จนท.แกะรอย “ช้างป่าภูวัว” เดินหลงป่าบึงกาฬ ข้ามน้ำโขงเข้าฝั่งลาว
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th