TNP งบติดลมบน จับตา Q3 พีคสุด เคาะเป้า 3.60 บ.
#TNP #ทันหุ้น – TNP ส่งสัญญาณกำไรครึ่งปีหลังติดลมบน! โบรกคาดไตรมาส 2/2569 กำไรแตะ 54 ล้านบาท รับแรงหนุนมาตรการรัฐดัน SSSG พลิกบวก พร้อมลุ้นไตรมาส 3 พีคสุด เดินหน้าขยายสาขาเชิงรุก 8 แห่ง ฟากโบรกชูฐานะการเงินแกร่งไร้หนี้สุทธิ เคาะ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 3.60 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุถึง บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) หรือ TNP ว่า คาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% YoY และ 12% QoQ โดยได้รับแรงหนุนจากมาตรการภาครัฐที่ช่วยกระตุ้นยอดขายสาขาเดิม (SSSG)
@ไตรมาส 2 โตต่อ
คาดว่ารายได้ไตรมาส 2/2569 จะอยู่ที่ 832 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% YoY และ 8% QoQ จาก SSSG ที่คาดว่าจะพลิกกลับมาเติบโต 3% YoY ปัจจัยหลักมาจากมาตรการเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจาก 300 บาท เป็น 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน-กันยายน 2569 ซึ่งลูกค้ากลุ่มดังกล่าวคิดเป็น 8-10% ของรายได้บริษัท รวมถึงการเปิดสาขาใหม่ 8 สาขา ในช่วงไตรมาส 3/2568 ถึงไตรมาส 2/2569 โดยในไตรมาส 2/2569 เปิดเพิ่มอีก 1 สาขา ที่จังหวัดลำปาง
อย่างไรก็ตาม คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) จะลดลงมาอยู่ที่ 17.9% จาก 18.4% ในไตรมาส 2/2568 และ 18.2% ในไตรมาส 1/2569 เนื่องจากสัดส่วนการขายสินค้ากลุ่มที่มีมาร์จิ้นต่ำเพิ่มขึ้น ทั้งสินค้าที่เข้าร่วมมาตรการภาครัฐซึ่งเป็นสินค้าจำเป็น และกลุ่มเครื่องดื่มที่มียอดขายเพิ่มขึ้นจากสภาพอากาศร้อน
ด้านสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย (SG&A/Sales) คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 10.1% เทียบกับ 10.4% ในไตรมาส 2/2568 และ 10.8% ในไตรมาส 1/2569 จากการประหยัดต่อขนาด (Operating Leverage) หลัง SSSG กลับมาเติบโต
ฝ่ายวิจัยคาดกำไรสุทธิปี 2569 อยู่ที่ 204 ล้านบาท ลดลง 4% YoY แต่ยังมี Upside Risk ราว 8-10% หาก SSSG เติบโตได้ 2-3% YoY สูงกว่าสมมติฐานที่คาดว่าจะหดตัว 3% YoY จากแรงหนุนของมาตรการภาครัฐ รวมถึงเกณฑ์ใหม่ของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งมีโอกาสเพิ่มจำนวนผู้ได้รับสิทธิ โดยคาดว่าจะทราบผลในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569
สำหรับระยะสั้น คาดว่ากำไรไตรมาส 3/2569 จะเป็นจุดสูงสุดของปี ทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) และไตรมาสก่อน (QoQ) จากการรับอานิสงส์มาตรการรัฐเต็มไตรมาส
@ส่องเป้า 3.60 บ.
ขณะที่ในระยะกลางถึงระยะยาว การเร่งเปิดสาขาใหม่เป็น 8 สาขาต่อปี จากเดิมเฉลี่ย 5 สาขาต่อปี ถือเป็นปัจจัยบวกต่อการเติบโต โดยคาดว่าสาขาใหม่จะใช้เวลาประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี ในการสร้างยอดขายและเริ่มทำกำไร
ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” (Buy) ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 3.60 บาท อิงค่า PER 14 เท่า โดยมองว่า TNP มีความน่าสนใจด้านมูลค่า (Valuation) จากการซื้อขายที่ PER ปี 2569 เพียง 11.2 เท่า หรือประมาณ 0.9 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานต่ำกว่าค่าเฉลี่ย อีกทั้งยังมีฐานะการเงินแข็งแกร่งและอยู่ในสถานะ เงินสดสุทธิ (Net Cash)