โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

อยุธยากวาดล้างแก๊งตัดสายไฟเอาทองแดงไปขาย ทำถนนสายเอเชียมืดสนิท อ้างมั่วมาจาก “ทางหลวง”

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

เสียหายกว่า 8 ล้าน ทำไฟส่องสว่างบนถนนสายเอเชีย ดับเป็นวงกว้าง “ตร.อยุธยา” กวาดล้างแก๊งลักตัดสายไฟ-หม้อแปลง เอาทองแดงไปขาย ลุยถอนใบอนุญาตร้านรับซื้อของเก่า รับซื้อของโจร พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา) นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา และ พ.ต.อ.ภูมิธัช โฆษิตวนิชพงศ์ รอง
ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ร่วมกันแถลงผลการจับกุมขบวนการลักตัดสายไฟและขโมยหม้อแปลงไฟฟ้า ซึ่งสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของทางราชการและสาธารณูปโภคเป็นมูลค่ากว่า 8 ล้านบาท
นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ไฟส่องสว่างบนถนนสายเอเชีย รวมถึงถนนสายหลักและสายรองในหลายพื้นที่ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดับเป็นบริเวณกว้าง จากการตรวจสอบพบว่าสาเหตุเกิดจากกลุ่มคนร้ายลักลอบตัดสายไฟและขโมยหม้อแปลงไฟฟ้า เพื่อนำทองแดงและชิ้นส่วนภายในไปขายให้ร้านรับซื้อของเก่า ทั้งที่ของกลางมีมูลค่าขายเพียงหลักพันบาท แต่กลับสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของรัฐหลายล้านบาท และส่งผลให้ระบบไฟส่องสว่างริมถนนไม่สามารถใช้งานได้ เพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุและความไม่ปลอดภัยของประชาชน
ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ระดมชุดสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 13 ราย ในพื้นที่ 5 สถานีตำรวจ ได้แก่ สภ.บางปะหัน สภ.นครหลวง สภ.เสนา สภ.พระอินทร์ราชา สภ.ช้างใหญ่

ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า หลังจากนี้จังหวัด จะยกระดับการตรวจสอบร้านรับซื้อของเก่าทุกแห่ง โดยผู้ประกอบการต้องตรวจสอบที่มาของทองแดง สายไฟ หรือวัสดุที่มีผู้นำมาจำหน่าย หากพบว่ามีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการลักทรัพย์ จะต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที
หากผลการสืบสวนพบว่าร้านรับซื้อของเก่า มีส่วนรับซื้อทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิด จังหวัดจะประสานนายอำเภอ ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจออกใบอนุญาต ให้ดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการทันที พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อปิดช่องทางการระบายทรัพย์สินของคนร้าย และตัดวงจรการลักตัดสายไฟในพื้นที่
นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือประชาชนช่วยสอดส่อง หากพบบุคคลหรือรถยนต์ต้องสงสัยจอดตามแนวถนน หรือมีการปีนเสาไฟฟ้าโดยไม่มีเครื่องหมายของหน่วยงานราชการหรือการไฟฟ้า ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เพื่อเข้าตรวจสอบและป้องกันเหตุ
ด้าน พล.ต.ต.สุรวุฒิ เปิดเผยว่า คดีสำคัญเกิดในพื้นที่ สภ.บางปะหัน คนร้ายใช้รถกระบะเป็นพาหนะ ก่อเหตุขโมยหม้อแปลงไฟฟ้าริมทางหลวงหมายเลข 347 โดยนำบันไดพาดขึ้นเสา ใช้อุปกรณ์ตัดกระแสไฟ ก่อนใช้สว่านแบตเตอรี่ถอดหม้อแปลงลงมา จากนั้นชำแหละเอาเฉพาะทองแดงและชิ้นส่วนที่มีมูลค่าไปขาย ภายหลังตำรวจสืบสวนจนสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย

จากการสอบสวนยังพบว่า ผู้ต้องหากลุ่มเดียวกันเคยก่อเหตุลักตัดสายไฟในพื้นที่ สภ.พระอินทร์ราชา มาก่อน โดยใช้วิธีการเดียวกัน คือใช้รถกระบะดัดแปลงปิดบังแผ่นป้ายทะเบียน ใช้อุปกรณ์ที่จัดหาได้ทั่วไปในการตัดกระแสไฟ แล้วลงมือก่อเหตุอย่างรวดเร็ว ก่อนหลบหนีไป
เจ้าหน้าที่ระบุว่า ผู้ต้องหาส่วนใหญ่มีประวัติก่อเหตุลักตัดสายไฟมาแล้วหลายครั้ง และเมื่อพ้นโทษก็กลับมาก่อเหตุซ้ำอีก

สำหรับคลิป สำหรับผู้ต้องหารายล่าสุด ถูกจับกุมได้จากเบาะแสของพลเมืองดีที่แจ้งไปยังสายตรวจรถจักรยานยนต์ สภ.นครหลวง หรือ “ตำรวจน็อต” สายตรวจอินฟลูเอนเซอร์ หลังพบชายต้องสงสัยกำลังขุดดินบริเวณร่องกลางถนนสายเอเชีย กม.27 ตำบลบ่อโพง อำเภอนครหลวง เมื่อตำรวจเข้าตรวจสอบ พบสายไฟที่ถูกตัดยาวประมาณ 10 เมตร พร้อมอุปกรณ์ก่อเหตุ ได้แก่ ชะแลง เสียม และเครื่องมือที่ใช้ในการลักตัดสายไฟ โดยผู้ต้องหาให้การอ้างว่า ทางหลวงให้มาขุดดินตัดสายไฟที่ถูกฝังใต้ดิน จึงควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการและผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อยุธยากวาดล้างแก๊งตัดสายไฟเอาทองแดงไปขาย ทำถนนสายเอเชียมืดสนิท อ้างมั่วมาจาก “ทางหลวง”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...