โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

น้ำตาซึม! ชวนอ่าน 3 เรื่องเศร้าของ "โดราเอมอน" ที่แฟนๆ ทั่วโลกจดจำไม่ลืม

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

แม้ภาพจำของ "โดราเอมอน" จะเป็นการ์ตูนอบอุ่น เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและของวิเศษจากโลกอนาคต แต่ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ก็มีเรื่องราวที่ทำให้แฟนๆ ซาบซึ้งจนกลายเป็นความทรงจำไม่รู้ลืม ทั้งเหตุการณ์ในเนื้อเรื่องจริง ไปจนถึงข่าวลือที่แพร่สะพัดบนโลกอินเทอร์เน็ต ไทยรัฐออนไลน์ พาไปรู้จัก 3 เรื่องเศร้าของโดราเอมอน ที่แฟนๆ อ่านแล้วอดน้ำตาซึมไม่ได้

รู้จัก "โดราเอมอน" คือใคร ทำไมถึงโด่งดังไปทั่วโลก

โดราเอมอน (Doraemon) หรือที่คนไทยเรียกกันว่า "โดเรมอน" คือ หุ่นยนต์แมวจากโลกอนาคตในศตวรรษที่ 22 ที่ถูกส่งย้อนเวลามาช่วยเหลือ "โนบิตะ"เด็กชายผู้มีนิสัยขี้เกียจ โดยโดราเอมอนใช้ของวิเศษจากกระเป๋าสี่มิติ เพื่อช่วยให้โนบิตะผ่านอุปสรรคต่างๆ แต่หลายครั้งของวิเศษเหล่านั้นก็นำไปสู่เรื่องวุ่นวายที่แฝงข้อคิดดีๆ

การ์ตูนเรื่องนี้สร้างสรรค์โดยฟูจิโกะ เอฟ. ฟูจิโอะ (Fujiko F. Fujio) ซึ่งเป็นนามปากกาของ ฮิโรชิ ฟูจิโมโตะ นักเขียนการ์ตูนชาวญี่ปุ่น โดยโดราเอมอนตีพิมพ์ตอนแรกในปี 1969 ก่อนจะได้รับการดัดแปลงเป็นแอนิเมชัน ภาพยนตร์ และสื่ออีกมากมาย จนกลายเป็นหนึ่งในการ์ตูนที่ได้รับความนิยมและมีอิทธิพลมากที่สุดเรื่องหนึ่งของโลก

เปิด 3 เรื่องเศร้าของ "โดราเอมอน" ที่ทำให้แฟนๆ ทั่วโลกน้ำตาซึม

1. "ลาก่อนโดราเอมอน" ตอนสุดซึ้งที่แฟนๆ จดจำ

หนึ่งในตอนที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นตอนที่กินใจที่สุดของโดราเอมอน คือ "ลาก่อนโดราเอมอน" (Goodbye, Doraemon) ซึ่งเป็นตอนที่โดราเอมอนต้องเดินทางกลับโลกอนาคต หลังภารกิจในการดูแลโนบิตะสิ้นสุดลง

เมื่อรู้ว่าโดราเอมอนกำลังจะจากไป โนบิตะตัดสินใจพิสูจน์ว่าตัวเองสามารถใช้ชีวิตได้โดยไม่ต้องพึ่งของวิเศษ เขาจึงไปท้าสู้กับไจแอนท์ด้วยตัวคนเดียว แม้จะถูกต่อยจนบอบช้ำก็ยังไม่ยอมแพ้ ความมุ่งมั่นของโนบิตะทำให้ไจแอนท์ยอมยุติการต่อสู้ในที่สุด

โดราเอมอนเฝ้ามองโนบิตะที่หลับไปด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะเดินทางกลับสู่โลกอนาคต ทิ้งไว้เพียงความทรงจำอันแสนอบอุ่น โดยที่ตอน "ลาก่อนโดราเอมอน" ไม่ใช่ตอนจบถาวรของโดราเอมอน เพราะต่อมามีตอน "โดราเอมอนกลับมาแล้ว" (The Return of Doraemon) ซึ่งเล่าเรื่องการกลับมาพบกันอีกครั้งของทั้งสองคน

2. เบื้องหลังการสูญเสียหู จุดเริ่มต้นความกลัวหนูของโดราเอมอน

ก่อนที่โดราเอมอนจะกลายเป็นหุ่นยนต์แมวสีฟ้าที่ทุกคนคุ้นเคย เดิมทีโดราเอมอนเคยเป็นหุ่นยนต์สีเหลืองและมีหูเหมือนแมวทั่วไปมาก่อน

ตามเรื่องราวต้นกำเนิดอย่างเป็นทางการ โดราเอมอนถูกหุ่นยนต์หนูกัดหูจนได้รับความเสียหาย และต้องเข้ารับการรักษาจนสุดท้ายต้องสูญเสียหูไปทั้งหมด เหตุการณ์นี้เองทำให้เขากลายเป็นหุ่นยนต์ที่หวาดกลัวหนูอย่างมาก

หลังจากนั้น โดราเอมอนเสียใจกับรูปลักษณ์ของตัวเอง จนร้องไห้อยู่เป็นเวลานาน ส่งผลให้สีเหลืองที่เคลือบตัวค่อยๆ หลุดออก กลายเป็นสีฟ้า ซึ่งเป็นรูปลักษณ์ที่แฟนๆ คุ้นเคยในปัจจุบัน

3. ข่าวลือ "โนบิตะเป็นเด็กที่ป่วย" และทั้งหมดเป็นเพียงจินตนาการ

อีกหนึ่งเรื่องที่สร้างความสะเทือนใจให้แฟนๆ จำนวนมาก คือข่าวลือที่แพร่หลายบนอินเทอร์เน็ตในช่วงหลายสิบปีก่อนว่า โดราเอมอนไม่เคยมีตัวตนอยู่จริง

เรื่องเล่านี้อ้างว่า โนบิตะเป็นผู้ป่วยที่อยู่ในอาการโคม่า หรือกำลังป่วยด้วยโรคร้ายแรง ทำให้เรื่องราวของโดราเอมอน ของวิเศษ และการผจญภัยทั้งหมด เป็นเพียงจินตนาการที่เขาสร้างขึ้นเพื่อหลีกหนีความเป็นจริง

แม้เรื่องราวดังกล่าวจะถูกส่งต่อกันอย่างกว้างขวาง และกลายเป็นหนึ่งในทฤษฎีที่โด่งดังที่สุดเกี่ยวกับโดราเอมอน แต่ทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องที่แฟนๆ แต่งขึ้นเอง ไม่เคยปรากฏในมังงะหรืออนิเมะฉบับทางการ และผู้สร้างก็ไม่เคยยืนยันว่าเป็นตอนจบของโดราเอมอนแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม แม้โดราเอมอนจะเป็นการ์ตูนสำหรับเด็ก แต่เรื่องราวหลายตอนกลับสอดแทรกมิตรภาพ ความผูกพัน การเติบโต และการยอมรับการเปลี่ยนแปลงไว้ได้อย่างลึกซึ้ง จึงไม่น่าแปลกใจที่เรื่องราวเหล่านี้ยังคงอยู่ในความทรงจำของแฟนๆ ทั่วโลกมาจนถึงทุกวันนี้

อ่านบทความเพิ่มเติม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : น้ำตาซึม! ชวนอ่าน 3 เรื่องเศร้าของ "โดราเอมอน" ที่แฟนๆ ทั่วโลกจดจำไม่ลืม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...