ไฟเขียวนิรโทษกรรม สภาฯ ลงมติเห็นชอบ พ.ร.บ.สร้างเสริมสันติสุข 306 ต่อ 141
สภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสันติสุข ตามที่วุฒิสภาแก้ไข ด้วยคะแนน 306 ต่อ 141 เสียง ส่งกฎหมายเดินหน้าตามขั้นตอนรัฐธรรมนูญ โดยผู้สนับสนุนมองว่า แม้กฎหมายยังไม่สมบูรณ์ แต่เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการคลี่คลายความขัดแย้งทางการเมือง
8 กรกฎาคม 2569 - ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสันติสุข พ.ศ. …. ตามที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม ด้วยคะแนน 306 ต่อ 141 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง ส่งผลให้ร่างกฎหมายผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา และดำเนินการตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญต่อไป
ระหว่างการอภิปราย นายจักรภพ เพ็ญแข สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายเป็นครั้งแรกในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยระบุว่า แม้ร่างกฎหมายจะไม่ใช่ฉบับที่สมบูรณ์แบบที่สุด แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ประเทศควรเดินหน้าเพื่อคลี่คลายความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานาน พร้อมย้ำว่าการนิรโทษกรรมครั้งนี้แตกต่างจากอดีต เพราะเป็นกฎหมายที่เกิดจากรัฐสภาภายใต้รัฐบาลพลเรือน ไม่ใช่ผลจากการยึดอำนาจ
นายจักรภพกล่าวว่า จากประสบการณ์การต่อสู้ทางการเมืองและการลี้ภัยในต่างประเทศ ทำให้เห็นผลกระทบของความขัดแย้งที่ตกค้างมายาวนาน ทั้งต่อผู้สูญเสีย ครอบครัว และผู้ที่ยังได้รับผลกระทบ พร้อมเปรียบเทียบว่า ประเทศไทยอาจไม่สามารถพาทุกคนก้าวไปพร้อมกันได้ในเวลานี้ แต่จำเป็นต้อง "สร้างเรือ" เพื่อพาคนไปให้ได้มากที่สุด ก่อนย้อนกลับมารับผู้ที่ยังตกค้างในภายหลัง
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่าพรรคสนับสนุนหลักการของกฎหมาย เพราะต้องการให้เกิดการเริ่มต้นใหม่และสร้างสันติสุขให้สังคม แต่เห็นว่าควรทบทวนการแก้ไขของวุฒิสภาใน 2 ประเด็น ได้แก่ การตัดโอกาสให้เยาวชนในคดีมาตรา 112 เข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟู และการเพิ่มความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาไว้ในบัญชีท้ายกฎหมาย ซึ่งอาจก่อให้เกิดข้อถกเถียงและปัญหาตามมา
ขณะที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ เห็นว่าการเพิ่มฐานความผิดเกี่ยวกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา อาจถูกตีความครอบคลุมถึงคดีฮั้วเลือก สว. จึงเสนอให้ตั้งกรรมาธิการร่วมพิจารณาเพื่อป้องกันความคลุมเครือของกฎหมาย
ส่วนนายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ชี้แจงว่า การแก้ไขของวุฒิสภาไม่ได้มีเจตนานิรโทษกรรมคดีฮั้ว สว. แต่เป็นการเขียนให้ชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมเห็นว่าควรเดินหน้าผ่านกฎหมายฉบับนี้เพื่อยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานาน และไม่ควรปล่อยให้ประชาชนอีกหลายพันคนต้องเสียโอกาสจากความล่าช้า
ก่อนหน้านี้ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายคัดค้านการแก้ไขของวุฒิสภา โดยเห็นว่าการตัดโอกาสเยาวชนในคดีมาตรา 112 ออกจากกลไกบำบัดฟื้นฟู จะทำให้กฎหมายกลายเป็นการนิรโทษกรรมแบบสองมาตรฐาน พร้อมเสนอให้ตั้งกรรมาธิการร่วมเพื่อทบทวนร่างกฎหมายอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสันติสุขตามที่วุฒิสภาแก้ไข ด้วยคะแนน 306 ต่อ 141 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง ก่อนส่งดำเนินการตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญต่อไป.