โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

5 ซุป ยอดฮิต ยิ่งทาน "ไตยิ่งอ่อนแอ" บางชนิดหลายคนทานบำรุง คิดว่าดี

sanook.com

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
5 น้ำซุป ระวังซดเพลิน ทำร้ายไตไม่รู้ตัว บางชนิดคนคิดว่าดี กินบำรุง ที่แท้ภาระไตไม่ต่าง!

5 น้ำซุป ระวังซดเพลิน ทำร้ายไตไม่รู้ตัว บางชนิดคนคิดว่าดี กินบำรุง ที่แท้ภาระไตไม่ต่าง!

น้ำซุป ซุปตุ๋น หรือน้ำแกงร้อน ๆ เป็นเมนูที่หลายบ้านมองว่าอร่อย ย่อยง่าย และดูมีประโยชน์ โดยเฉพาะน้ำซุปที่เคี่ยวนานจนรสเข้มข้น หลายคนยิ่งเชื่อว่ายิ่งตุ๋นนานยิ่งได้สารอาหารมากขึ้น

แต่ในมุมสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคไตเรื้อรัง ความดันโลหิตสูง โรคเกาต์ หรือกรดยูริกสูง น้ำซุปบางชนิดอาจไม่เหมาะกับการกินบ่อย ข้อมูลจาก National Kidney Foundation ระบุว่า ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังบางรายอาจต้องควบคุมสารอาหารหลายชนิด เช่น โซเดียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส และโปรตีน ตามคำแนะนำของแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร

ทำไมน้ำซุปเข้มข้นถึงต้องระวัง

เวลาต้ม เคี่ยว หรือจุ่มอาหารหลายชนิดลงในหม้อเป็นเวลานาน สารบางอย่างจากวัตถุดิบอาจละลายออกมาในน้ำซุปมากขึ้น เช่น โซเดียมจากเครื่องปรุง พิวรีนจากเนื้อสัตว์และอาหารทะเล ฟอสฟอรัสจากกระดูกหรืออาหารแปรรูป รวมถึงโพแทสเซียมจากผักบางชนิด

สำหรับคนสุขภาพดี ร่างกายมักจัดการสารเหล่านี้ได้ในระดับหนึ่ง แต่หากกินน้ำซุปเข้มข้นบ่อยมาก หรือมีปัญหาไตอยู่เดิม อาจเพิ่มภาระให้ร่างกายโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะเมื่อดื่มน้ำซุปจนหมดชามเป็นประจำ

1. ซุปสมุนไพรที่ไม่รู้ส่วนผสมแน่ชัด

ซุปสมุนไพรหรือน้ำแกงบำรุงร่างกายเป็นเมนูที่หลายคนเชื่อว่าดีต่อสุขภาพ แต่ปัญหาคือบางสูตรมีส่วนผสมไม่ชัดเจน ใช้สมุนไพรหลายชนิด หรือมีการแนะนำต่อ ๆ กันโดยไม่ได้ประเมินโรคประจำตัวของผู้กิน

สมุนไพรหลายชนิดเป็นพืช จึงอาจมีโพแทสเซียมและสารออกฤทธิ์บางอย่าง หากผู้ที่มีโรคไตหรือใช้ยารักษาโรคเรื้อรังกินเป็นประจำโดยไม่ปรึกษาแพทย์ อาจเกิดความเสี่ยงได้ โดย National Kidney Foundation ระบุว่า ผู้ป่วยโรคไตจำเป็นต้องติดตามระดับโพแทสเซียม เพราะไตที่ทำงานลดลงอาจกำจัดโพแทสเซียมส่วนเกินได้ไม่ดี

2. น้ำซุปกระดูกที่เคี่ยวนาน

น้ำซุปกระดูกเป็นเมนูที่หลายคนใช้เป็นฐานทำอาหาร เพราะให้รสหวาน กลมกล่อม และมีกลิ่นหอมจากการเคี่ยว แต่ไม่ควรมองว่าเป็นน้ำบำรุงที่ควรดื่มทุกวันโดยไม่มีข้อจำกัด

งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร Scientific Reports ศึกษาการสกัดโลหะจากกระดูกสัตว์ลงสู่น้ำซุป และพบว่าปัจจัยอย่างชนิดกระดูก สัตว์ ระยะเวลาต้ม และความเป็นกรดของน้ำซุป มีผลต่อการละลายของโลหะบางชนิด นอกจากนี้ น้ำซุปกระดูกยังอาจมีฟอสฟอรัสและแร่ธาตุบางอย่าง ซึ่งผู้ป่วยโรคไตบางรายต้องจำกัดตามคำแนะนำแพทย์

ดังนั้น น้ำซุปกระดูกกินได้เป็นครั้งคราว แต่ไม่ควรเคี่ยวนานจัดแล้วดื่มแทนน้ำ หรือใช้เป็นเมนูประจำทุกวัน โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคไตเรื้อรัง

3. น้ำซุปหม้อไฟหลังจุ่มอาหารหลายรอบ

หม้อไฟเป็นเมนูยอดนิยมในมื้อสังสรรค์ แต่ส่วนที่ต้องระวังคือน้ำซุปช่วงท้ายหม้อ เพราะผ่านการจุ่มเนื้อสัตว์ อาหารทะเล ลูกชิ้น อาหารแปรรูป ผัก และน้ำจิ้มต่าง ๆ ซ้ำหลายรอบ

น้ำซุปช่วงท้ายจึงมักเข้มข้นทั้งโซเดียม พิวรีน ฟอสเฟตจากอาหารแปรรูป และโพแทสเซียมจากผักบางชนิด ผู้ที่มีกรดยูริกสูงหรือโรคเกาต์ควรระวังเป็นพิเศษ เพราะ National Kidney Foundation ระบุว่า อาหารกลุ่มเนื้อแดง เครื่องใน และอาหารทะเลบางชนิดมีพิวรีนสูง ซึ่งอาจเพิ่มระดับกรดยูริกและกระตุ้นอาการเกาต์ได้ในบางคน

วิธีลดความเสี่ยงคือกินเนื้อและผักให้พอดี เลี่ยงการซดน้ำซุปช่วงท้ายจำนวนมาก และไม่เติมน้ำจิ้มรสเค็มจัดซ้ำลงไปในชาม

4. ซุปข้นรสเปรี้ยวเผ็ด หรือซุปที่ใส่แป้งเพิ่มความข้น

ซุปข้นรสจัด เช่น ซุปเปรี้ยวเผ็ด ซุปข้นสไตล์จีน หรือเมนูน้ำราดที่ใช้แป้งเพิ่มความเหนียว มักมีทั้งแป้ง เครื่องปรุง และโซเดียมค่อนข้างสูง หากกินบ่อยอาจทำให้ได้รับพลังงานและคาร์โบไฮเดรตเกินโดยไม่รู้ตัว

สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานหรือกำลังควบคุมน้ำตาลในเลือด ซุปข้นที่ใส่แป้งมากอาจทำให้ระดับน้ำตาลหลังอาหารสูงขึ้นได้ง่ายกว่าอาหารน้ำใสทั่วไป นอกจากนี้ ผู้ที่มีประวัตินิ่วบางชนิดควรระวังวัตถุดิบที่มีออกซาเลตสูงบางอย่าง เพราะ Mayo Clinic ระบุว่า ผู้ที่มีแนวโน้มเกิดนิ่วแคลเซียมออกซาเลตอาจได้รับคำแนะนำให้จำกัดอาหารออกซาเลตสูงตามความเหมาะสม

5. น้ำซุปราเมงหรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่เค็มจัด

ราเมง น้ำซุปก๋วยเตี๋ยวเข้มข้น และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปบางชนิดอร่อยเพราะรสเค็ม มัน และกลมกล่อม แต่จุดที่ต้องระวังคือปริมาณโซเดียม โดยเฉพาะหากซดน้ำซุปจนหมดชาม

องค์การอนามัยโลก หรือ WHO แนะนำให้ผู้ใหญ่บริโภคโซเดียมน้อยกว่า 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเทียบเท่าเกลือน้อยกว่า 5 กรัมต่อวัน การกินน้ำซุปเค็มจัดบ่อย ๆ อาจทำให้โซเดียมรวมทั้งวันสูงเกินได้ง่าย ซึ่งเกี่ยวข้องกับความดันโลหิตสูง และข้อมูลจาก CDC ระบุว่าความดันโลหิตสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคไตเรื้อรัง

ใครควรระวังน้ำซุปเข้มข้นเป็นพิเศษ

น้ำซุปไม่ได้เป็นอันตรายสำหรับทุกคน แต่คนบางกลุ่มควรระวังมากกว่าปกติ เพราะร่างกายอาจจัดการโซเดียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส หรือพิวรีนได้ไม่ดีเท่าคนทั่วไป

  • ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังหรือมีค่าการทำงานของไตลดลง
  • ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง
  • ผู้ป่วยเบาหวาน โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มมีภาวะแทรกซ้อนทางไต
  • ผู้ที่เป็นโรคเกาต์หรือมีกรดยูริกสูง
  • ผู้ที่มีประวัตินิ่วในไตบางชนิด
  • ผู้สูงอายุหรือผู้ที่ต้องควบคุมอาหารตามคำสั่งแพทย์

กินซุปอย่างไรให้สบายใจกว่าเดิม

หากชอบกินซุป ไม่จำเป็นต้องเลิกทั้งหมด แต่ควรปรับวิธีเลือกและวิธีกินให้เหมาะกับสุขภาพของตัวเอง โดยเฉพาะการลดเค็มและไม่ซดน้ำซุปเข้มข้นจนหมดทุกครั้ง

  • เลือกซุปน้ำใส ปรุงรสอ่อน มากกว่าน้ำซุปข้นหรือเค็มจัด
  • ชิมก่อนเติมน้ำปลา ซีอิ๊ว เกลือ หรือซอสเพิ่ม
  • หลีกเลี่ยงการซดน้ำซุปหม้อไฟช่วงท้ายหม้อจำนวนมาก
  • ลดการกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหรือราเมงพร้อมน้ำซุปทั้งหมด
  • ทำซุปเองจะควบคุมเกลือ น้ำตาล และเครื่องปรุงได้ดีกว่า
  • ผู้ป่วยโรคไตหรือโรคเรื้อรังควรปรึกษาแพทย์เรื่องอาหารที่เหมาะกับตนเอง

สรุป น้ำซุปไม่ได้น่ากลัว แต่ต้องกินให้ถูก

น้ำซุปหลายชนิดยังเป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารที่ดีได้ หากปรุงไม่เค็มจัด ใช้วัตถุดิบหลากหลาย และกินในปริมาณพอดี แต่ซุปสมุนไพรไม่ทราบส่วนผสม น้ำซุปกระดูกเคี่ยวนาน น้ำซุปหม้อไฟช่วงท้าย ซุปข้นรสจัด และน้ำซุปราเมงเข้มข้น เป็นกลุ่มที่ควรกินอย่างระมัดระวัง

โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคไต ความดันโลหิตสูง เบาหวาน เกาต์ หรือประวัตินิ่ว ควรดูแลอาหารทั้งวัน ไม่ใช่แค่จานใดจานหนึ่ง เพราะสิ่งที่สะสมซ้ำ ๆ ในชีวิตประจำวันต่างหาก ที่อาจส่งผลต่อไตและสุขภาพระยะยาวได้มากกว่าที่คิด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...